ผมไปเรียนจากครูใหญ่อเมริกันมาครับ เป็นอดีตครูใหญ่โรงเรียนในรัฐโอคลาโฮมา มาอยู่เมืองไทยได้ ๓ ปีแล้ว และจะอยู่ต่ออีก ๓ ปี ในตำแหน่งผู้บริหารของศูนย์แป๊บติสต์ตรงปทุมวัน
ท่านผู้นี้ชื่อ James Redeker ผมได้โอกาสจึงถามท่านถึงสาเหตุที่การศึกษาอเมริกันตกต่ำ ได้ความเห็นที่ผมไม่เคยได้ยินมา ๒ ข้อ และที่รู้อยู่แล้ว ๑ ข้อ
สาเหตุข้อแรกคือลัทธิรายงานครับ แหม! ตรงกับเมืองไทยเป๊ะเลย เดิมงบการศึกษาในโรงเรียนมาจากรัฐแต่ละรัฐ ปัญหามันเริ่มจากการที่รัฐบาลกลางเข้าไปให้การสนับสนุนทางการเงิน และเรียกร้องรายงานหนาเตอะ ต่อมาให้เงินมากขึ้น ก็เรียกร้องรายงานหนาขึ้น ครูต้องใช้เวลากรอกรายงาน เวลาสอนลดลง ท่านบอกว่าเสียเวลากรอกรายงานประมาณปีละ ๒๐ วัน จากจำนวนวันทำงานทั้งหมด ๑๒๐ วัน
สาเหตุข้อที่ ๒ เกิดจากสังคมและพ่อแม่ เรียกร้องให้โรงเรียนต้องจัดให้นักเรียน have fun ท่านเล่าว่าครูในโรงเรียนที่ท่านเป็นครูใหญ่คนหนึ่ง ท่านยกย่องให้เป็นครูที่ดีที่สุด แต่โดนพ่อแม่มาฟ้องบ่อยๆ ว่าสอนไม่สนุก ไม่ทำให้เด็กสนุก ข้อนี้เราก็ลืมไปนะครับ ว่าสังคมไทยเองก็คงมีส่วนไม่น้อย ที่ทำให้การศึกษาของเราตกต่ำ
สาเหตุข้อ ๓ วิชาชีพครูตกต่ำ มีสาเหตุมาจากกระแสวัตถุนิยม เงินนิยม ทำให้คนเก่งๆ ไม่มาเป็นครู ท่านบอกว่าเงินเดือนของครูตามปกติได้ปีละ $37,000 ซึ่งเมื่อเทียบกับรายได้ของลูกสาวผมที่ทำงานการเงินที่นิวยอร์ก ก็น้อยกว่าหลายเท่า ข้อนี้เรารู้อยู่แล้ว
ผมได้ข้อเปรียบเทียบครูใหญ่อเมริกันกับครูใหญ่ไทยข้อหนึ่ง ว่าครูใหญ่อเมริกันมีอำนาจ hire and fire ครูได้ ครูคนไหนทำงานไม่ดีครูใหญ่มีอำนาจจัดการให้เลิกจ้าง เสนอไปยัง District Superintendent ซึ่งก็ลงนามเห็นชอบทุกที แต่ครูใหญ่ไทยไม่มีอำนาจ ซึ่งแปลว่าไม่ต้องรับผิดชอบต่อ performance ของโรงเรียน ดังจะเห็นว่าโรงเรียนประมาณสองในสามผลการประเมินโดย สมศ. ไม่ผ่าน แต่ ผอ. โรงเรียนก็ไม่เดือดร้อน
นี่คือกำไรที่ได้จากการไปเป็น Guest speaker ให้แก่ Rotary Club of Bangkok เรื่อง Go-to-know the Knowledge Management Institute เมื่อเที่ยงวันที่ ๓๐ เม.ย. ๕๒ ที่โรงแรมเอราวัณ
วิจารณ์ พานิช
๓๐ เม.ย. ๕๒