เราอาจพิการในด้านใดด้านหนึ่งเช่นกัน

 

 

 

ต้อนรับคณะสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ

 

 

 

เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค. 2552 ผมได้มีโอกาสต้อนรับและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะคนไทยที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สำหรับผมแล้วถือว่าคณะนี้มีความสำคัญพิเศษ เพราะเป็นคณะจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำโดยนางกิ่งแก้ว อินหว่าง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วยนางขนิษฐา กมลวัฒน์ ผอ.สำนักนโยบายและวิชาการพอ.และผอ.ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก นักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมและผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมศักยภาพคนพิการ  และคนพิการชาวไทย ซึ่งเดินทางไปเยือนอินเดีย เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2552

คณะได้ไปพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อที่จะได้นำความรู้จากการเยือนนี้ไปพัฒนางานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนในประเทศไทยให้เข้มแข็งโดยคนพิการมีส่วนร่วมต่อไป

แรกเริ่มนั้นคณะนี้ติดต่ออีเมล์กับสถานทูตและขอให้ช่วยจองโรงแรมให้ อย่างไรก็ดีผมเห็นว่าคณะนี้มีความสำคัญและมีความพิเศษที่ต้องให้ความสนใจจึงขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพราะอยากจะพบกับท่าน เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ด้วย ก็ด้วยความอยากทราบว่าปัญหาเรื่องคนพิการในประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไรและการไปที่อินเดียมีอะไรที่น่าสนใจเพื่อที่จะได้ช่วยประสานให้ต่อไปในอนาคต

อีกประการหนึ่งผมคิดว่าอยากให้คนพิการเหล่านี้ได้ไปเยี่ยมทำเนียบทูตและสถานทูตไทยด้วย เพราะอยากให้มีความภูมิใจในสถานที่ราชการในต่างประเทศที่มีความสง่างามแห่งหนึ่งและที่สำคัญเป็นสมบัติของชาวไทยทุกคน

นับเป็นงานเลี้ยงที่ทำเนียบที่ผมประทับใจมากครั้งหนึ่งเพราะมีน้องๆ ที่คนทั่วไปอาจเรียกว่าคนพิการทางกายแต่ผมคิดว่าใจไม่ได้พิการเลย

จากการสนทนาทำให้ผมได้ทราบว่าในประเทศไทยมีคนพิการทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนหูหนวก 2 แสนคน แต่เรามีล่ามภาษามือเพียง 20 คน

ปัญหาในสังคมไทยก็คือคนทั่วไปยังไม่เห็นคุณค่าของคนพิการและยังไม่สนใจที่จะให้โอกาสคนพิการ จึงปรากฏว่าการจะเพิ่มอุปกรณ์สำหรับคนพิการในที่สาธารณะยังไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งในเรื่องนี้ ทราบว่าจากการไปดูงานที่อินเดีย ทางการอินเดียให้ความสนใจเรื่องคนพิการและให้โอกาสคนพิการมาก ยกตัวอย่างในสถานที่สาธารณะจะมีการจัดทำสิ่งต่างๆพิเศษสำหรับคนพิการเช่นทางลาด ลิฟท์ แม้แต่รถบัสประจำทางก็มีรถที่มีบันไดต่ำ เป็นต้น

ในอินเดียมีคนพิการอย่างน้อย ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์  อย่างไรก็ดีตัวเลขอาจจะมากว่านี้เพราะเห็นว่ารวมเอาคนชราและผู้สูงอายุเข้าไปด้วย

ผมรู้สึกดีใจที่ทราบว่าคณะคนพิการอิ่มอร่อยกับอาหารค่ำและมีความสุขที่ทำเนียบทูต ณ กรุงนิวเดลี ในโอกาสนั้นท่านเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติได้ขอใช้สถานที่ทำพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้พิการที่เดินทางไปในโครงการนี้ด้วย ก็ถือว่าการเลี้ยงที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตเกิดประโยชน์คุ้มค่าจริงๆ

สำหรับผมหลังจากงานเลี้ยงคืนนั้นแล้ว มานั่งคิดถึงเรื่องพิการนี้ และคิดว่ามนุษย์เกิดมาล้วนไม่สมบูรณ์ มีกรรมเป็นของตน บ้างมีความพิการทางกาย บ้างมีการพิการทางใจ แม้คนปรกติที่คิดว่ามีความปรกติทางกายและใจ ก็อาจถือว่ามีความพิการทางปัญญาถ้วนกัน เพราะยังเป็นปุถุชน มองไม่เห็นสัจจธรรม ยังไม่รู้เท่าทันกิเลส ยังตกอยู่ในความรักโลภ โกรธและหลง ก็ต้องถือว่าพิการทางปัญญาและทางธรรมไม่ต่างจากคนพิการดังกล่าวข้างต้นเลย ดังนั้น เราจึงควรเห็นใจซึ่งกันและกัน  โดยเฉพาะคนพิการ ยิ่งต้องได้รับความเห็นใจและเห็นคุณค่าที่เขายังสู้ชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้และที่สำคัญควรให้โอกาสเพื่อที่คนพิการจะใช้ศักยภาพที่มีและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ผมคิดด้วยว่ากรรมทำให้คนเราแตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ำกันในด้านต่างๆ แต่นั้นก็เป็นเพียงในอดีต หรือเรียกว่ากรรมเก่า

แต่ปัจจุบันนั้น ต้องถือว่าทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีความเหลื่อมล้ำกันทั้งในการหาความรู้ ในการเข้าถึงความรู้ ในการเข้าถึงงาน ในการเข้าถึงความสุข  ก็อยู่ที่สติในปัจจุบันขณะที่จะมองให้เห็นอย่างถูกต้องในแนวทางนี้ก็จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ตามสมควรจริงไหมครับ

.........................................

หมายเหตุ

ขออนุญาตแจ้งชื่อคนพิการที่ร่วมงานเลี้ยงที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต เพื่อเป็นเกียรติ ณ ที่นี้

นายอนวัตร จินดาพงศ์        กลุ่มคนหูหนวกภาคเหนือ (เชียงใหม่)            พิการทางการได้ยิน

นายสิทธิพงษ์ คงประยูร       ชมรมคนพิการสุโขทัย       พิการทางการได้ยิน

นายรักพงษ์ พันธ์สุระ     บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (ขอนแก่น)   พิการทางการเคลื่อนไหว

นายสุเมธ พลคะชา                        มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการพิการทางการเคลื่อนไหว

นายวีระ เขนย        ชมรมคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช                             พิการทางการเคลื่อนไหว

นายไพวัลย์ แสงสุนทร  ล่ามภาษามือสำหรับคนหูหนวก