เพราะวันเวลาไม่เคยคอยใคร..จริง ๆ

ยามเช้าที่ อ. วังน้อย จ. อยุธยา  ดินแดนแห่งอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในอดีต  ผมตื่นมาในเวลาประมาณตี 5 กว่า ๆ หลังจากเมื่อวานนี้ช่วงบ่ายจนไปถึงตี 2 กว่า ๆ  ได้ใช้ความพยายามในการแก้ไขงานวิจัยที่ได้รับมาจากคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้เพื่อนผู้ช่วยนักวิจัยได้สานต่อคือการพิมพ์ลงเครื่อง 

 เพราะมีเป้าหมายว่าช่วงเช้านี้จะถ่ายเอกสารแล้วนำเสนอขึ้นไปเพื่อความก้าวหน้าด้านนี้ในระยะท้ายสุดก่อนเข้าเล่มส่งนั้นเอง  ช่วงนี้เหมือนตัวเองเข้าไปเบียดแทรกในซอกมุมที่คับแคบและถูกบีบตัวแบนในช่องว่างแห่งกาลเวลา  คือว่าเวลาวิ่งเร็วปรื๋อเลยในความรู้สึกแทบจะทำตามใจตนเองไม่ทันเลย 

 ถ้าเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้วันนี้หลังกินข้าวเที่ยงวันที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยใน อ. วังน้อยแล้วยูมิเองต้องแถกเหงือกรีบไปยังสนามบินสุวรรณภูมิให้ทันเครื่องบินกรุงเทพ ฯ-สู่เมืองหาดใหญ่ที่จากบ้านจากลูกจากเมียไปนานพอควรเมื่อไปถึงแล้วจะนอนเอามือก่ายหน้าผากให้หายหวางสักทีสองที  อิ อิ อิ...

และสิ่งเหล่านี้เราไม่รู้ว่าอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แต่เราก็พยายามทำดีที่สุดที่วิ่งไปกับกาลเวลาที่รวดเร็วปรื๋ออย่างนี้ เพราะวันเวลาไม่เคยคอยใคร..จริง ๆ แต่นั้นละตัวเองยังอยู่ในเขตเมืองกรุงเก่าอยู่นะนี่ ลุ้นงาน ลุยงาน ลุนงาน...อิ อิ อิ.