ไหนๆ จะเป็นครูแล้ว อย่าเป็นแค่ปีเดียว

     ตอนที่ ๑   

      ผม (beeman) พยายามค้นหาแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ครูนเรศ เป็นครูเพื่อศิษย์ โดยไม่คิดหวังผลตอบแทนจากศิษย์....

      ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ ผมจะได้ฝึกฝนและเรียนรู้วิธีการตั้งคำถามแบบชื่นชม หรือ Appreciative inquiry ไปในตัวด้วย..

      แรงบันดาลใจนั้น ผมคาดว่าคงเกิดมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ครูนเรศมาตั้งต้นตอนเรียนมหาวิทยาลัย ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน (รหัส...) ครูนเรศเรียนคณะสังคมศาสตร์ เอกประวัติศาสตร์...

      ครูนเรศเล่าว่า ครูต้นแบบ หรือ Role model ของท่านคือ ท่านอาจารย์วิเศษ วิเชียร...(ผมต้องไปเจาะลึกเรื่องนี้อีกครั้ง) ซึ่งสอนในสาขาสังคมศาสตร์ และรัฐศาสตร์

      ครูนเรศ เริ่มเข้ารับราชการครูในปี ๒๕๒๑ (ปริญญาการศึกษาบัณฑิต) ที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย (ฝ่ายประถม) แรกๆ เข้าใจว่าคงมีความคิดเหมือนครูบรรจุใหม่ทั่วไป มีความคิดว่าได้งานทำเป็นอาชีพเลี้ยงชีวิต...พอได้สอนไปสักพักก็มีความรู้สึกว่า "ไหนๆ จะเป็นครูแล้ว อย่าเป็นแค่ปีเดียว" และครูนเรศ ก็เป็นครูเรื่อยมาอย่างน้อยก็ ๓๑ ปีแล้ว (ยังเหลืออายุราชการอีก ๗-๘ ปี...เกิดปี ๒๔๙๙)

      แรงบันดาลใจ เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งตอนอายุ ๓๖ ปี เมื่อแกมีลูกสาว...ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๓๐ ครูนเรศอายุ ๓๐ ปี แต่งงานกับคุณครูเรวดี ซึ่งสอนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ครั้นแต่งงานมาได้หลายปี ยังไม่มีบุตรเสียที...ครูนเรศก็ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า "สอนลูกคนอื่นมาหลายปี อยากมีลูกเป็นของตัวเองบ้าง ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานบุตรมาให้ ก็จะตั้งใจทำงานหนักสอนนักเรียนให้เป็นเท่าทวีคูณ

      ตอนภรรยาตั้งครรภ์ ครูนเรศตั้งใจไว้ว่า ถ้าได้บุตรชาย จะตั้งชื่อว่า "ทวีคูณ" และ ถ้าได้บุตรี จะตั้งชื่อว่า "บารมี" แต่พอได้บุตรีมา ก็ไม่สามารถตั้งชื่อตามที่ตั้งใจไว้ได้ เพราะว่าจะไม่ถูกต้องตามตำราการตั้งชื่อบุตร...นั่นเอง

 

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)