มารยาทในการสัมพันธ์กันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของมนุษย์เอง ทำให้สถาบันการศึกษาหลายแห่งหลายสาขาวิชานำวิชาว่าด้วยความสัมพันธ์นี้ไปเป็นวิชาเฉพาะ เช่น โรงเรียนการพยาบาลได้สอนมารยาทในการให้บริการแก่คนเจ็บ โรงเรียนความสัมพันธ์ทางการทูตได้สอนมารยาททางการกับบุคคลต่างๆ ทหารมีมารยาทในการสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ที่เป็นนายที่สูงกว่า ผู้ปกครองประเทศก็มีมารยาททางการและการให้เกียรติกัน นักเขียนที่เขียนเรื่องมารยาทต่างๆ พยายามที่จะเขียนครอบคลุมมารยาทต่างๆในสังคม หรือเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงในระเบียบประเพณีบางอย่างในสังคม ทุกอย่างมันสัมพันธ์กับหลักมนุษยสัมพันธ์ มารยาทต่างๆ ความสัมพันธ์ต่างๆ  และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เหล่านี้นับว่าเป็นโครงสร้างหลักของชีวิตมนุษย์ และนำเอามารยาทบางอย่างเป็นกฎหมายและกฎระเบียบในสังคม

       มุสลิมคือผู้ที่ค้นหาเพื่อความสมบูรณ์ อิสลามคือสิ่งที่สมบูรณ์และผลักดันสู่ความสมบูรณ์ ถ้าท่านเดินตามที่อิสลามผลักดันสู่ความสมบูรณ์นั้น ก็จะพบกับมารยาทในการสัมพันธ์ต่างๆ และท่านจะพบว่ามารยาทที่ว่านี้จะกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุด เพราะรูปแบบชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด ทุกรูปแบบชีวิตในอิสลามจะมีมารยาท เช่น ความสัมพันธ์ระว่างพ่อกับลูก ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างสตรีกับสามีของนาง ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าทีบุคคลที่สัมพันธ์ด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พิพากษากับผู้ต้องหา ความสัมพันธ์ระหว่างนายทหารผู้บังคับบัญชากับผลทหาร ความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และอื่นที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายหนึ่งกับฝ่ายตรงกันข้าม  ทุกอย่างที่กล่าวมานี้จะมีบันทึกเป็นมารยาทในอิสลาม  และการศึกษาอัลกุรอานและหะดีษนบี(ศ็อลฯ) จะนำท่านอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องและเที่ยงตรง

       มนุษย์จะดำรงชีวิตในลักษณะเป็นวงกลม คือ

-          วงครอบครัว

-          วงเพื่อนบ้าน

-          วงยานพาหนะ

-          วงสังคม

      และสังคมจะประกอบด้วยลูกหลานในศาสนาเดียวกัน และบางครั้งจะประอบด้วยลูกหลานต่างศาสนิก

      ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกรอบของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เหล่านี้ด้วยกัน

      หลักพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างลูกหลานต่างๆนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้ความช่วยเหลือกัน และไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน

       และพื้นฐานความสันพันธ์ของมุสลิมกับบุคคลศาสนิกอื่นในบ้านเมืองเดียวกันนั้น คือการสร้างความดีและความยุติธรรมแก่พวกเขา รักษาสัญญาที่ทำไว้กับเขา ไม่รุกรานกัน

อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿لاَيَنْهَاكُمُاللهُعَنِالَّذِينَلَمْيُقَاتِلُوكُمْفِيالدِّينِوَلَمْيُخْرِجُوكُممِّندِيَارِكُمْأَنتَبَرُّوهُمْوَتُقْسِطُواإِلَيْهِمْ

 อัลลอฮฺมิได้ทรงห้ามพวกเจ้าเกี่ยวกับบรรดาผู้ที่มิได้ต่อต้านพวกเจ้าในเรื่องศาสนาและพวกเขามิได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้าในการที่พวกเจ้าจะทำความดีแก่พวกเขา และให้ความยุติธรรมแก่พวกเขา (อัลกุรอาน : อัลมุมตะหินะฮฺ 60/8)

      และพื้นฐานของมนุษยสัมพันธ์ คือ การทำดี เว้นแต่ในระหว่างสงคราม หรือตามนโยบายที่ผู้นำได้กำหนด

       อัลลอฮฺได้ตรัสว่า..

وَقُولُواْلِلنَّاسِحُسْناً﴿

      “และจงพูดจาแก่เพื่อนมนุษย์อย่างดี (อัลกุรอาน : อัลบะเกาะเราะฮฺ 2/83)