"รังเกียจสิ่งใด ได้กับสิ่งนั้นเป็นจริงอย่างที่โบราณว่าไว้"

     " รังเกียจสิ่งใด  จะได้สิ่งนั้น"เป็นจริงอย่างที่โบราณบอกเล่าต่อๆกันมาเพราะว่าสิ่งที่เรารังเกียจนั่นคือความไม่ดีในตัวเรานั่นเอง ซึ่งมีอยู่ในทุกๆคน แต่ก็นั่นแหละค่ะมันทำให้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้  ที่จะรังเกียจกับสิ่งที่ไม่ตรงกับทัศนคติของตนเอง ทำอย่างไรกับสิ่งที่ไม่ตรงกับทัศนคติของเรา กล่าวคือต้องอดทนต่อการอาศัยเวลา "เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน" เมื่อถึงเวลาที่เจอกับความดีงามแล้ว ก็ควรที่จะไขว่คว้า หาโอกาสฉกฉวยสิ่งที่ดีๆไว้  เพื่อความสงบสุขร่มเย็นของชีวิต
      วัยเด็ก  วัยรุ่น มีความรังเกียจต่อผู้อื่น รังเกียจต่อสิ่งอื่นๆมาก หรือที่เรียกว่า มีอุปสรรคขวากหนาม  เจอความดีงาม ความชั่วร้าย  ผสมปนเปกันไป  ใครก็ตามเมื่อเติบโตเป็นวัยผู้ใหญ่ก็ควรช่วยเหลือ วัยเด็ก  วัยรุ่นต่อๆกันไปโดยเฉพาะช่วยนักเรียน  นักศึกษาให้ผ่านพ้นกับอุปสรรค(ความน่ารังเกียจ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเรียน ดังคำกลอนที่ว่า "การเรียนแม้เหนื่อยยาก  แม้ลำบาก  ไม่ท้อถอย  สุดทางที่รอคอย คืออนาคตอันงดงาม "
      ฉะนั้นควรทำใจเป็นกลาง(มัชฌิมา) ไม่รังเกียจสิ่งใด  ไม่ยินดี ยินร้ายกับสิ่งใด จงพอใจในสิ่งที่ตนเป็นอยู่นั่นเอง

เพลง why do i love you so - iJigg.com

เชิญฟังเพลงที่ไพเราะ น่าฟัง แปลว่า ทำไมฉันจึงรักเธอมากๆนะ