นี่คือตัวอย่างการขัดเกลาทางสังคม
(Socialization)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่เป็นไร ใคร ๆ เขาก็ทำกัน
เมื่อชัยอายุ 6 ขวบ ขณะที่นั่งรถไปกับพ่อ ถูกตำรวจจับเพราะขับรถเร็วเกินกำหนด พ่อแอบยื่นเงิน 500 บาทให้ตำรวจ และได้รับอนุญาตปล่อยตัวไป พ่อหันมาพูดกับชัยว่า "ไม่เป็นไรลูก เงินแค่นี้ซื้อเวลา ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 8 ขวบ ป้าพาไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นเงิน 75 บาท เมื่อป้าไปชำระเงิน ยื่นธนบัตร ร้อยบาทให้พนักงาน ได้รับเงินทอน 55 บาท เพราะลูกค้ามากและเข้าใจว่าธนบัตร 50 บาทคือ 20 บาท ป้ารับเงินทอนและใส่กระเป๋าทันที แทนที่จะบอกพนักงานว่าทอนเงินผิด เมื่อออกจากร้านป้าก็พูดกับชัยว่า "ไม่เป็นไรหลาน ความผิดของเขาเองใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 9 ขวบ ครูให้การบ้านปลูกต้นหอมแดงในกระบะ 2 สัปดาห์ แล้วนำไปส่งที่โรงเรียน แม่ลืมซื้อหัวหอมแดงมาให้ชัย เมื่อครบกำหนดวันส่ง แม่ให้พ่อไปซื้อต้นหอมแดงที่ตลาดและฝังลงในกระบะให้ชัยนำไปส่งครู และพูดว่า "ไม่เป็นไรลูก ครูไม่รู้หรอก มีส่งก็ดีแล้ว ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 12 ขวบ ชัยทำแว่นตาใหม่ราคาแพงของลุงแตก ลุงจึงนำใบเสร็จไปอ้างกับบริษัทเครดิตที่ ลุงใช้บริการอยู่ว่าแว่นตาถูกขโมยได้รับเงินชดใช้มา 15,000 บาท เต็มราคาที่ซื้อมา ลุงพูดกับชัยอย่าง ภาคภูมิใจว่า "ไม่เป็นไรหรอกหลาน สิทธ์ของเราใครใครเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 15 ปี ได้เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน ครูฝึกได้สอนวิธีกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามให้บาดเจ็บ โดยไม่ผิดถือว่าอยู่ในเกม ครูฝึกบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก ได้เปรียบไว้ก่อนเป็นดี ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 16 ปี ได้ไปทำงานระหว่างปิดเทอมที่แผนกซูปเปอร์มาร์เก็ต ของห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อแห่งหนึ่ง หัวหน้าแผนกให้ชัยจัดกระเช้าผลไม้ โดยแนะนำให้จัดวางผลไม่สวยจวนจะเน่าอยู่ก้นตะกร้า คัดผล สวย ใบโตสีสด จัดวางอยู่ส่วนบน หัวหน้าแผนกสอนว่า "ไม่เป็นไรหรอก ผู้ซื้อไม่ได้ใช้เอง แต่นำไป ฝากคนอื่น ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 18 ปี ได้สมัครสอบเพื่อเข้าขอรับทุนของมหาวิทยาลัย ปรากฏผลทราบเป็นการภายในว่ามาเป็นอันดับ 2 เมื่อพ่อรู้เข้าจึงไปพูดกับกรรมการซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ในที่สุดชัยก็ได้รับทุน พ่อพูดกับ ชัยว่า "ไม่เป็นไรลูก เป็นโอกาสของเรา ใครใครถ้ามีโอกาส เขาทำกันทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 19 ปี เพื่อนเอาข้อสอบปลายปีที่ขโมยมาขายกับชัยเป็นเงิน 1,500 บาท ชัยลังเลใจและตัดสินใจซื้อในที่สุดเขาเอาเรื่องนี้ไปคุยกับพ่อ พ่อบอกเขาว่า "ไม่เป็นไรหรอกชัย เกรดมีผลกับอนาคต ใครใครเขาทำกัน ทั้งนั้นแหละ"
เมื่อชัยอายุ 24 ปี ชัยถูกจับข้อหายักยอกเงินบริษัท 700,000 บาท และต้องติดคุก พ่อกับแม่ไปเยี่ยมและตัดพ้อต่อว่า

แล้วเราๆ ท่าน ๆ สอนลูกหลาน อย่างไรคะ ??
( ขอบคุณเจ้าของตัวอย่างที่เป็นอุทาหรณ์นี้ )
หน้าคิดนอ
สวัสดีค่ะ
.ชอบบันทึกเรื่องนี้มากค่ะ ขออนุญาตเอาไปเป็นสื่อการสอนให้กับนักเรียนนะคะ
น่าคิด...
น่าจะโยงเรื่องมาลงการเมืองเรื่องซื้อเสียงขายเสียงด้วย
เพราะตรงนี้คือประตูตัวกำหนดคุณภาพนักการเมืองที่มีผลต่อประเทศชาติ
ขอขอบคุณเจ้รุ่งนะคะที่ส่งหัวใจวึ้บว้าบมาให้หนู อยากทำเป็นเหมือนเจ้รุ่งจัง...ไปโรงเรียนสอนน้องด้วยนะคะเจ้...
แวะมาอ่านนะคะ..เป็นข้อคิดและอุทาหรณ์ได้ดีทีเดียว..
โดยเฉพาะพ่อแม่..อย่าพยายามพูดคำว่าไม่เป็นไร..เมื่อลูกเราทำผิดหรือตัวเราทำผิด
ต้องหาเหตุผลที่ดีดีและถูกต้องเพื่อสอนให้ลูกเข้าใจ..ขอบคุณเรื่องราวดีดีนะคะ
ขอบคุณทุก ๆท่าน นะคะ หวังว่าความเอื้ออาทร ความเอาใจใส่ต่อเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามักจะเห็นว่า ไม่เป็นไร จะทำให้การขัดเกลาทางสังคม ของกุลบุตร กุลธิดา ของเรา ใสสะอาด แววาว
สวัสดีตอนดึกๆครับ คุณครู รุ่ง
ขอบคุณค่ะที่เยี่ยมชม
พ่อแม่รังแกฉัน
ขอบพระคุณท่านรอง วิชชา ที่แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอดกาล
เจ๊รุ่งคะลบสองblogข้างบนด้วยนะคะเจ๊ หนูลบยังงาย....ก็ไม่ออกๆๆๆๆๆๆๆ
ส่งๆๆๆๆๆๆผิดสูตรค่ะเจ๊...
แวะมาเยี่ยมพร้อมกำลังใจนะคะ..ว่างๆแวะทักทายกันหน่อยนะคะ