การไปเรียนรู้ และเข้าใจวิธีคิด วิธีการทำงานของเพื่อนร่วมวิชาชีพจากที่อื่นๆ ก็ทำให้เรามีความเข้าใจที่กว้างขึ้น พร้อมกับเห็นหนทางของเราต่อไปข้างหน้าชัดขึ้นด้วย

จากการที่ได้มีโอกาสมาประชุมวิชาการของ Health promotion hospitals& Health นี้ จึงทำให้รู้ว่ามีหลายๆประเทศให้ความสนใจในการพัฒนาในด้านนี้อย่างจริงจังและก้าวหน้าไปมาก  แต่ก็น่าแปลกเหมือนกัน ที่บางประเทศเพิ่งเริ่มนำเสนอการจัดทำมาตรฐาน หรือแนวทางการทำงาน ลักษณะของการดำเนินการจะแยกออกมาต่างหากเป็นชุดโครงการ และหาวิธีที่จะทำให้อย่างไรให้งานด้านการสร้างเสริมสุขภาพเข้าไปอยู่ในงานประจำ และให้อยู่ในแนวนโยบาย ตลอดจนการมีส่วนร่วมของทีมให้ได้

 

       ในทุกๆภาคบ่าย จะมีการนำเสนอ poster presentation เป็นกลุ่มๆ เจ้าของต้องยืนนำเสนอเอง มี moderator นำไปแต่ละจุด

มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น ( A new innovative method for management and implementation  of  life style in health care system ) คือการหาแนวทางเพื่อนำปัญหาจากการใช้ชีวิตของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งของการระบบให้บริการ จากประเทศสวีเดน วิธีการของเขาก็หากลุ่มที่มีลักษณะที่มีความเสี่ยงต่อ การสูบบุหรี่ โรคอ้วน เหล้า แล้วให้ความรู้ โดยการส่งชุดความรู้เป็น leaflets ไปให้โดยมีโรงพยาบาลเป็นผู้คัดเลือกกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้  ลักษณะ เป็น นโยบาย จาก health promotion net work ลงไปสู่โรงพยาบาล

 

หรือจากประเทศไต้หวันก็มีผลการศึกษาจากโครงการ ที่ดำเนินในโรงพยาบาล โดยคัดเลือกคนไข้หญิงที่มี Metabolic syndrome  จากหน่วยงาน  อายุร กรรม  สูตินรีเวชกรรม และจากชุมชนข้างโรงพยาบาล โดยมีเงื่อนไข เช่นไม่เป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เข้าในโปรแกรม ๘ สัปดาห์ เพื่อให้ความรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน เช่นการกินอาหารเพื่อควบคุมจำนวน แครอลี่ การทำบันทึกการควบคุมอาหารของตนเอง  การปรุงอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับโรค ซึ่งเชื่อว่าคนไข้เหล่านี้สามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตจริงได้และยังได้กำลังใจจากเพื่อนๆที่มาเข้าโปรแกรมร่วมกัน

 

หรือการจัดบริการพิเศษสำหรับเด็กที่มีพ่อแม่มีภาวะซึมเศร้า ของประเทศเดนมาร์ก ที่พบว่ามีประชาชนที่มีภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นมาก จนต้องทำให้มีระบบการติดตามดูแลเด็กๆที่อยู่ในครอบครัวนี้

 

หลายๆแห่งให้ความสนใจเรื่องการสร้างสุขภาวะให้กับคนทำงานในโรงพยาบาล เช่น ประเทศ อิตาลี ได้ศึกษาและประเมินภาวะเครียดของทีมงานในโรงพยาบาล นับตั้งแต่เรื่องของการรับรู้หรือความเข้าใจเกี่ยวกับ บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ลักษณะโครงสร้างการทำงานขององค์กร ความเสี่ยงในการทำงาน

ความชำนาญ ความเป็นอิสระ การมีโอกาสพัฒนาตนเอง รวมทั้งวุฒิภาวะทางอารมณ์ด้วย  เขาเน้นว่าทีมงานที่ดีต้องควรมีความผาสุกเพื่อให้งานมีความเสี่ยงน้อยที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

มีอีกการศึกษาหนึ่งของไต้หวัน ( มาแรงคะ เขาไปประชุม ๒๖ คน มีการนำเสนอในทุกห้อง รวมทั้งโปสเตอร์ด้วย) เกี่ยวกับภาวะการนอนหลับของทีมงาน ( sleep condition ) เนื่องจากภาวการณ์นอนที่ผิดปกตินั้นจะมีผลต่อวิถีชีวิต( life style ) และการทำงาน ผลพบว่ากลุ่มที่มีภาวการณ์หลับที่คุณภาพน้อยที่สุด คือกลุ่มพยาบาล เมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ กลุ่มบริการด้านการแพทย์  หรือบริหาร

 

มีการนำเสนอ โปสเตอร์ มากกว่า ๒๐๐ เรื่อง แบ่งการนำเสนอในภาคบ่ายตลอด ๓วันคะ

เมื่อเห็นการนำเสนอของประเทศต่างๆแล้ว ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า ในการประชุมวิชาการประจำปีของพรพ. ที่จัดขึ้นนั้น มีโปสเตอร์ หรือ ผลงานที่นำเสนอมากมาย ทั้งอยู่ในกระบวนการ หรือทั้งที่มีการแสดงถึงผลลัพธ์ ที่ชัดเจน ที่ดีคือ มีการแทรกเครื่องมือที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพซึ่งเป็นฐานคิดที่สำคัญคือ PDCA ให้เห็นจึงทำให้การ พัฒนานั้น เห็นเป้าหมาย พร้อมทั้งเห็นส่วนขาดที่จะพัฒนาต่อไป

แต่การไปเรียนรู้ และเข้าใจวิธีคิด วิธีการทำงานของเพื่อนร่วมวิชาชีพจากที่อื่นๆ ก็ทำให้เรามีความเข้าใจที่กว้างขึ้น พร้อมกับเห็นหนทางของเราต่อไปข้างหน้าชัดขึ้นด้วย

 

สวัสดีคะ

บันทึกจากกรุงเอเธนส์  กรีก