พุทธศาสนาที่แท้นั้นแน่นอนว่า ย่อมมีแต่พุทธศาสนาอย่างพระพุทธเจ้าอย่างเดียว

พุทธศาสนาที่แท้นั้นแน่นอนว่า ย่อมมีแต่พุทธศาสนาอย่างพระพุทธเจ้าอย่างเดียว ไม่มีอย่างมหายานหรือหินยาน ไม่มีอย่างเถรวาทหรืออาจาริยวาท ไม่มีอย่างธรรมยุตหรือมหานิกาย พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นหนึ่งเดียวไม่มีสอง แต่เมื่อโลกของเรายังคงหมุนอยู่ ความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมไปยังคงมีอยู่ ความเจริญที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน ทำให้ความคิดของมนุษย์นั้นมีความเปลี่ยนแปลงแข็งกระด้างตามไปด้วย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เลวร้ายลงไปทุกที เพราะเป็นไปตามแนวคิดแบบเสรีนิยมสุดโต่ง คือการที่กูจะคิดอะไร มันก็เรื่องของกู ตัวกูของกู กระทั่งเกิดอัตตาที่แข็งโป๊ก

วิธีการที่จะช่วยให้คำสอนทางพุทธศาสนาเข้าถึงจิตใจของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่จะทะลุผ่านอัตตาที่แข็งโป๊กได้ มันก็จำเป็นต้องใช้วิธีการที่อยู่นอกเหนือวิธีการใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือวิธีการที่ไม่เคยมีใช้มาอย่างเป็นแบบแผนประเพณีนิยมที่เคยใช้มาอย่างเก่าก่อน

วิธีการของนิกายเซนนั้น ไม่ได้เดินตามคำสอนในรูปแบบคัมภีร์ ไม่เน้นที่คำพูดหรือตัวอักษร แต่เป็นการจี้ตรงไปที่จิตของเราโดยตรง เป็นวิธีการที่รวบรัดตัดตอน ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เพราะเป็นการกระแทกลงไปที่จิตของเราโดยตรง

สาเหตุที่ผู้เขียนเลือกนิกายเซนเป็นแนวทางนั้น ก็เพราะว่าต้องตรงกับจริตของผู้เขียนเอง เป็นรสนิยมส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องถือเป็นที่สุดหรือเห็นด้วยเสมอไป เมื่อเรามีเอกสิทธิ์ที่จะเชื่อแล้ว ก็ควรเลือกในสิ่งที่ต้องตรงกับลักษณะนิสัยเฉพาะตัวของเราเองได้

แน่นอนว่าพุทธศาสนานั้นโดยเนื้อแท้แล้วย่อมไม่มีลัทธินิกาย แต่วิธีการเดินทางไปสู่พระนิพพานนั้น มันไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงวิธีการเดียว และก็ไม่ได้หมายความว่าวิธีการที่มีมาแต่เก่าก่อนนั้นจะไม่ดีแต่อย่างใด ไม่ว่าเราจะหลุดพ้นด้วยวิธีการเจโตวิมุติหรือปัญญาวิมุติ มันก็คือการหลุดพ้นเหมือนกัน

นิกายเซนนั้นเน้นการหลุดพ้นด้วยปัญญา ไม่มีอภินิหารให้ใครๆได้ตื่นตาตื่นใจใดๆเลย แต่เป็นการเอาตัวรอดด้วยปัญญาของตนเองเป็นสำคัญ(ต่างจากเจโตวิมุติที่เมื่อฝึกจนถึงที่สุดแล้วก็อาจจะมีของแถม เช่นสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เป็นต้น) แรงและเร็ว จบสิ้นเพียงชาตินี้เพียงชาติเดียว มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่ากล้าพอมั้ย ที่จะหักดิบให้เหลือชาตินี้เพียงชาติเดียว!