เมื่อสนามแห่งการแข่งขันมีผู้ผิดหวัง และ มีทั้งผู้สมหวัง พลังและทิศทางการขับเคลื่อนทางการศึกษาควรเป็นเช่นไร

เมื่อวานจัดได้ว่าเป็นอีกวันที่ผมวุ่นวายทั้งวัน เพราะอะไรนั่นหรือครับ ก็เพราะเมื่อวานเป็นวันประกาศผลสอบเอนทรานซ์ ของน้องๆที่สำเร็จการศึกษาเพื่อเดินทางกับเวลาสู่ความท้าทายในชีวิตอีกสนามหนึ่ง นั่นก็คือ สนามแห่งรั้วอุดมศึกษา กว่า ๗ ปีที่ได้ทำงานด้านนี้มาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับรู้เลยครับว่าการเยียวยาทางความรู้สึกมันต้องใช้เวลาครับ หากหลายคนมองว่า...เยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา อันนี้ผมคงต้องเถียงครับ เพราะเมื่อมองในอีกมุมหนึ่งสำหรับอดีตที่ผ่านมาและบทพิสูจน์ของเมื่อวานที่ผลเอ็นท์ออกมาแล้วทำให้มีผู้ผิดหวัง มันตระหนักรู้ได้เลยครับว่า มีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยครับที่รอคอยความสมหวัง แต่กระนั้นก็ตามอย่าลืมว่า บนสนามแห่งการแข่งขันมันมีทั้งผู้ที่สมหวังและผู้ที่ผิดหวัง เป็นธรรมดาของชีวิตครับ (อิอิ...อันนี้ผมเองก็ผิดหวังจนชินครับ)

 

       เมื่อวานอีกเช่นกันโทรศัพท์ของผมกลายเป็นหมายเลขชั่วคราวแทน สกอ. ครับที่ต้องคอยตอบคำถามถึงหลายๆเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นติดแล้วต้องทำยังไงต่อ และจะไปตรวจร่างกายได้ที่ไหน แล้วถ้าหหนูไม่ติดหนูต้องทำยังไงต่อ มากมายหลากหลายที่ประดังเข้ามาแทบจะปิดเครื่องหนี(อิอิ) แต่สุดท้ายก็ให้คำตอบไปเท่าที่จะให้คำปรึกษาได้ แต่เจอกรณีนึงครับร้องไห้ไม่หยุดครับสำหรับผลเอ็นท์ที่ออกมา อันเนื่องมาจากว่าเกรดเฉลี่ยเยอะครับแต่ไปๆมาๆเอ็นท์ไม่ติด พอดีการเลือกอันดับคณะแล้วก็พอเดาออกครับสาเหตุที่ไม่ติดเพราะอะไร สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่ายังเป็นความสำคัญและจำเป็นสำหรับการให้ความสำคัญหากระบบการศึกษายังมีการสอบแข่งขัน คือ การทำหน้าที่ครุแนะแนวอย่างมีทิศทางครับ เพราะเท่าที่สัมผัสและประสบการณืที่ผ่านมาพบว่าหลาย ร.ร. ยังขาดแคลนครูที่เข้าใจด้านนี้ด้วยซ้ำไป สุดท้ายใครที่เขาพอจะปรึกษาได้...ในเมื่อมันไม่มี ที่มีก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ยิ่งระบบ GAT-PAT เข้ามาใหม่อีกผมเชื่อครับว่ามีอีกหลายโรงเรียนครับในพื้นที่ที่ยังไม่เข้าใจระบบนี้อย่างถ่องแท้ ที่แน่ผมรู้ภารกิจข้างหน้าแล้วครับว่า อีกหนึ่งความท้าทายคือการเดินสายทำความเข้าใจอีกหลาย ร.ร. ครับ (อิอิ...เหนื่อยอีกแล้วกับความสุขของตัวเอง)

        ทางออกหนึ่งของการศึกษาในพื้นที่ผมมองว่านอกจากเราจะจัดการศึกษาแบบติวเข้มให้แก่ ร.ร. ในพื้นที่แล้ว อีกงานหนึ่งที่หน่วยงานทุกภาคส่วนไม่ควรละเลยคือ การให้คำปรึกษาถึงการเตรียมตัวสู่การเรียนในระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการเลือกคณะให้แก่เด็กนะครับท่าน ช่วง ๒-๓ ปีหลังรู้สึกดีครับที่มีหลายองค์กรหลายหน่วยงานหยิบยื่นจัดติวเข้มให้เยาวชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นแต่กระนั้นผมก็ยังมองว่าไม่ทั่วถึงเพราะพื้นที่เสี่ยงภัยอีกมากที่เด็กๆยังไม่ได้มาเข้าร่วม อันนี้สังเกตจากการไปเป็นวิทยากรในหลายโครงการช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาพบว่า ส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงเป็นเยาวชนและนักเรียนกลุ่มเดิมๆครับ อันนี้ก็ฝากไปถึงผู้ที่จะช่วยร่วมกันผลักดันได้ด้วยนะครับ เพราะอย่างน้อยมันไม่ใช่จะเป็นเพียงการลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้เท่านั้นแต่มันจะสามารถลดความเลื่อมล้ำทางความรู้สึกได้อีกทางครับ (วัลลอฮฺอะลัม)

        ด้วยความหวัง...จากเสียงเล็กๆ