สักวัน...ลูกจะเข้าใจ

กำลังคิดจะต่อตอนสอง “Digital divide คำยากที่แม่คุยกับลูก 

 

ง่วง ๆ เพลีย ๆ เพราะไปอยู่เวร เอ๊ย บุญ กลับมา

ได้ยินพ่อ-ลูกคุยเกี่ยวกับเรื่องของมนุษย์ และ คอมพ์พิวเตอร์

เครื่องมือสมองกล อุปกรณ์สำคัญของโลกยุคดิจิตอลพอดี

ได้ทีจึงจดจำมาเล่าต่อ ค่ะ

 

แลนำมาลงบันทึก

นี่เป็นวิธีหนึ่ง ในการเป็นนักเขียนบันทึก

 

 “ทำตัวเป็นคนฟังที่ดี  หูไว มือไว จดแลจำหัวข้อเอาไว้ แล้วนำมาเขียน เป็นงานเขียน ของเรา”

 

เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ทางหนึ่งของเราค่ะ

*****  ****************************  *****

 

*ความเดิม Digital divide แม่คุยกับลูก* 

 “แต่แม่ครับ ถ้าคู่เทียบเป็นหนอนหนังสือ ไม่แน่นะแม่” 

“แม่ พรุ่งนี้คุยต่อ แม่อย่าเขียนเกินน้องพูดนะ ขอนอนก่อน"  

"คนหรือมนุษย์ ฉลาดเหนือสิ่งที่ตัวเอง สร้างขึ้นมาจริงหรือเปล่า"

**          *************          ** 

 

 

ต่อไปนี้คือบทสนทนาพ่อ-ลูกค่ะ

 

พ่อ "ลูกรู้มั้ยว่าสมองของคนเราหนักกี่กิโลกรัม" 

ลูก "ทำไมหรือพ่อ" 

 

พ่อ "และลูกรู้หรือไม่ว่า เวลาคนเราตกใจไฟไหม้ เราสามารถยกตุ่มน้ำได้ทั้งใบ" 

พ่อ "ลูกลองหลับตานะ และลองจินตนาการตามคำพ่อพูดนะ 

เอานะ หลับตา มีมะนาวอยู่หนึ่งลูก แม่เพิ่งซื้อมาสีเหลืองนิด ๆ อมเขียวมะนาว 

แลบลิ้นออกมาครับ  พ่อกำลังใช้มีดผ่ามะนาวออกเป็นสองส่วน 

ฝานมะนาวออกมา

เอาล่ะนะ พ่อกำลังบีบมะนาวที่ฝานนี้ลงบนลิ้นของลูก...."

"เป็นไง" 

 

ลูก "โอ้โห พ่อ น้ำลายชุ่มคอ เลย แม่ แม่ แม่  น้องอยากกินน้ำมะนาวแล้วสิ" 

 

พ่อ "เอ้าทีนี้ ลูกลองหลับตาอีก ลูกอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้างล่ะ 

ลองสมมุติ ดู จินตนาการดู" 

ลูก "น้องอยากไปที่ดาวอังคาร"

 

"เอา เราไปด้วยกัน" 

"ลูกเห็นอะไรบ้าง"

 

"เห็นฝุ่นมากมาย เห็นร่องรอยขรุขระของอุกกาบาต ด้วยพ่อ" 

"แล้วเห็นอะไรอีกครับ"

 

"เห็นแต่ฝุ่นนะพ่อ ไม่เห็นต้นไม้ ไม่เห็นน้ำ

นี่ล่ะมั้งพ่อที่ทำให้คนเราไปอยู่บนดาวอังคารไม่ได้"

 

 

พ่อ "ลูกครับ ที่พ่อถามลูกมา ลูกพอจะตอบพ่อได้มั้ยว่าทำไมลูกถึงคิดว่า ดาวอังคารน่าจะเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้..

และน้องรู้มั้ยว่า พ่อไม่ได้มีมะนาวมาจริง พ่อไม่ได้ฝานมะนาว พ่อไม่ได้บีบมะนาวลงบนลิ้นน้อง

แล้วทำไมต้องน้ำลายยืด.."

 

"แหม พ่อ ยังไม่ถึงกับยืดครับ น้องบอกว่าแค่ชุ่มคอ อยากกินน้ำมะนาว..."

 

 

" และลูกเดาได้หรือยังว่าสมองคนเรา หนักประมาณเท่าไร"

"ถามแม่ดูก็ได้ แม่ของน้อง...เคยจับสมองเด็กและผู้ใหญ่ผ่าเอาออกมาชั่งแล้ว"

(สยองไปหน่อยมั้ง..คุณพ่อ...)

 

"ที่สำคัญ เวลาคนเราตกใจว่าไฟไหม้ คนเรายกตุ่มน้ำได้จริง ๆ นะลูก...."

 

...............................................

 

 

สิ่งต่าง ๆ ที่พ่อกำลังไล่ ๆ ให้ลูกฟัง คิด...มันเป็นเรื่องจริง

ไม่มีอะไรในโลกนี้แล้วที่จะมหัศจรรย์เท่า “มันสมองของคน”

 

นี่พ่อยังไม่อยากบอกลูกให้ลึกไปกว่านี้นะ

 

อาจมีอีกสักสิ่งที่อยู่เหนือ มันสมองของคน ความคิด ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ นอกเหนืออำนาจจิตใจจะควบคุมได้

 

นั่นคือ “จิต”  ที่หลุดพ้น

หรือทางพุทธศาสนาบัญญัติไว้ว่าคือ“นิพพาน”

 

นี่คือสิ่งที่พ่ออยากตอบลูก เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกและแม่คุยกันว่า

คน หรือ คอมพ์พิวเตอร์ที่คนเราเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา

สิ่งไหนกันแน่ที่ฉลาดกว่ากัน 

 ลูกพอจะได้คำตอบบ้างมั้ย 

.......................

 

 

ภู..วายฟาย..นั่งนิ่งเชียวค่ะ

 

นั่ง นิ่ง แบบใช้สมอง ใช้ความคิด

 

...................

 

สักพักเขาก็ยิ้มดีใจ

แล้วก็ตอบคุณพ่อเขาว่า

 

 

พ่อ สมองของคนคิดได้เยอะ

จินตนาการได้เยอะ

 

แต่สมองของเรา

Print out  ออกมาเป็นงานเอกสารไม่ได้นะพ่อ

 

 

 

คุณพ่อขายาวจึงเดินไปหยิบ หนังสือเล่มหนึ่ง มาโชว์ให้ลูกดู

 

พุทธธรรมเขียนโดย พระธรรมปิฏก 

และอธิบายลูกว่า

 

สมองของมนุษย์ print out  เอกสารออกมาไม่ได้

แต่เขียน รวบรวม บรรยาย ธรรมะ

อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ เรื่องจักรวาล เรื่องเกือบทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับจิตใจ ความคิด ความรู้ที่ควรรู้ สำหรับมนุษย์ทุกคน

ออกมาได้

ซึ่งเจ้าสมองกลของลูก มัน ทำไม่ได้

มันคิดไม่เป็น

มันสังเคราะห์ หรือ วิเคราะห์ ชีวิตไม่ได้

 

พ่อไม่ได้หมายความถึงหนังสือเล่มนี้เพียงเล่มเดียว

แต่พ่อหมายรวมไปถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้นำศาสนา ศาสนาอื่น ๆ

นักปราชญ์อีก หลาย ๆท่าน

 

ที่เกิด มีชีวิต และเขียนงาน ถ่ายทอดความรู้ที่ว่านั้น..... 

มานาน แสนนาน

เป็นคู่มือการใช้ชีวิตของมนุษย์แบบเรา ๆ

มานาน แสนนาน...นับพันปีมาแล้ว

ก่อนที่มนุษย์จะคิด เครื่องสมองกล

เจ้าคอมพ์พิวเตอร์

เครื่องมือที่น้องสงสัยว่า

 

มัน

 

จะฉลาดเกินกว่ามนุษย์หรือเปล่า

 

 

เอาล่ะ

 

สักวัน...ลูกจะเข้าใจ