จากสถานภาพที่เป็นจริงทั้งการบุกรุกแผ้วถางจากการขาดความเข้าใจ การลักลอบนำออกเพื่อการค้า และการขาดความรู้และข้อมูลที่เพียงพอต่อสายพันธุ์ที่มีอยู่ในบ้านเราเอง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เร่งเร้า ให้เราเข้าสู่การ “สูญพันธุ์” (extinct) ได้เร็วขึ้น

          จากทางหลวงสายหลักหมายเลข  41 แยกจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข  401 ที่หลักกิโลเมตร 109 สองกิโลเมตรจากถนนหลักคือที่ตั้งของที่ทำการ อุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งดูแลรับผิดชอบผืนป่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้กว่าเจ็ดร้อยตารางกิโลเมตรนั่นรวมทั้งพื้นที่เขื่อนรัชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) อีกเกือบสองร้อยตารางกิโลเมตร ไม่น้อยเลย  แต่ดีกรีของเขาสกไม่ได้มีแค่นั้น ด้านทิศเหนือยังเชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึงสองแห่งคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา จังหวัดระนอง ทางทิศตะวันออกเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ทิศตะวันตกอุทยานแห่งชาติศรีพังงา และทางทิศใต้ยังมีอุทยานแห่งชาติคลองพนม ซึ่งแบ่งกั้นกลางแค่ถนนสาย 401 และ หมู่บ้านตามแนวคลองสก รวมพื้นที่ป่าเขตนี้เข้าด้วยกันแล้วก็ราวๆ 4,000 ตารางกิโลเมตร นี่คือผืน ป่าดงดิบชื้น”  (Monsoonal Evergreen Forest) ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และปริมาณน้ำฝนที่มากที่สุดในประเทศก็อยู่แถวๆนี้เหมือนกัน นั่นแหล่ะคือดีกรีที่แท้จริงของเขาสกหล่ะ

         เสน่ห์ของป่าดงดิบชื้นก็คือ ความหลากหลายทางชีวภาพ  (Bio diversity)  หรือความหลากหลายทางสายพันธุ์นั่นเอง พันธุ์ไม้หลายชนิดที่นี่ไม่พบในที่อื่น อย่างเช่น พืชในกลุ่มปาล์ม ปาล์มที่พบในเมืองไทยมีอยู่ถึง 155 ชนิด(species)  ที่พบในภาคใต้มีถึง 125 ชนิด และประมาณ 100 ชนิดพบเฉพาะที่ภาคใต้เท่านั้น และอีกประมาณ 30 ชนิดไม่พบทางภาคใต้เลย ความหลากหลายทางพันธุ์ปาล์มในภาคใต้จะพบมากขึ้นเมื่อเข้าใกล้เขตแดนมาเลซีย แต่เรากลับมีข้อมูลของพืชในวงศ์ปาล์ม(family)น้อยมาก  เรารู้จักแค่ 71 สกุล(genus)  และพระเอกของเรื่องก็อยู่ตรงนี้เอง  สกุลชิงหลังขาว  (Kerriodoxa)  ก็เป็นหนึ่งในสกุลที่มีอยู่ชนิดเดียวในโลก (monotypic) ก็คือ ปาล์มหลังขาว  (Kerriodoxa elegans Dransf.)  นอกจากจะมีอยู่ชนิดเดียวในโลกแล้ว มันยังเป็นปาล์ม สกุลเดียวถิ่นเดียว (endemic) ของไทยพบได้แถบจังหวัด ภูเก็ต พังงา และ อุทยานแห่งชาติเขาสก สุราษฎร์ธานี ความสูงที่พบราวๆ หนึ่งร้อยเมตร ไปจนถึงสี่ร้อยเมตรจากระดับน้ำทะเล และไม่พบที่ใหนในโลกอีกเลย 

 

  

 

 

หลายคนอาจรู้จักในชื่อ ปาล์มเจ้าเมืองถลาง  ทังหลังขาว  ทังหลังเงิน  เป็นปาล์มที่สวยงามและมีเสน่ห์ชนิดหนึ่ง เรือนยอดมีใบที่แผ่ออก ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ก้านใบกลมยาวสีดำไม่มีหนาม เป็นปาล์มลำต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูงได้ถึง 12 เมตร มักพบขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ และเป็นไม้พื้ล่างของป่า  การนั่งเรือเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน หลายจุดสามารถมองเห็นได้จากบนเรือ ง่ายต่อการจะเข้าไปดูใกล้ๆ ง่ายต่อการถูกลักลอบนำออกจากป่า ต้นที่อายุยังน้อยสามารถขุดล้อมและขโมยออกไปได้โดยง่าย แต่เพื่อไม่เป็นการเสี่ยงทั้งจากการตายจากความบอบช้ำจากการขุดที่เกิดได้ง่ายและการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ซึ่งก็ง่ายพอๆกันและโทษก็หนักพอดูแล้ว ขอแนะนำให้ไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาพระแทว ที่จังหวัดภูเก็ต  (ที่นั่นเจ้าหน้าที่จะทำการเพาะเม็ดปาล์มและแจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันการลักลอบและนำต้นไม้ออกจากป่า เป็นความคิดที่ดีมาก แต่มีข้อแม้ว่าจะได้คนละสองต้นและทุกคนต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้เท่าเทียมกัน ไปได้ทุกวันเว้น เสาร์-อาทิตย์)

ช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ผลปาล์มเริ่มสุก  หมูป่า (Common Wild Pig, Sus scrofa) จะรู้จักช่วงเวลานี้ดี  การพายเรือคายัคในตอนเย็นหรือเช้าตรู่ นอกจากจะได้ชมความงามของปาล์มหลังขาวแล้วอาจโชคดีได้เจอหมูป่า หรือสัตว์เล็กอื่นที่หากินและอาศัยอยู่ตามพื้นล่างของป่าด้วยก็ได้ 

 

 

 

แม้จะมีต้นอยู่ที่บ้าน แต่คงไม่มีความสุขเท่ากับการได้มาเห็นเขาอยู่ในธรรมชาติ ในที่ที่เขาควรจะอยู่ และอยู่ตลอดไปด้วย  จากสถานภาพที่เป็นจริงทั้งการบุกรุกแผ้วถางจากการขาดความเข้าใจ  การลักลอบนำออกเพื่อการค้า และการขาดความรู้และข้อมูลที่เพียงพอต่อสายพันธุ์ที่มีอยู่ในบ้านเราเอง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เร่งเร้า ให้เราเข้าสู่การ สูญพันธุ์” (extinct) ได้เร็วขึ้น  จากบทเรียนในอดีตเราเคยมีโอกาศรับรู้ล่วงหน้าพอสมควรว่า เราแทบไม่เคยเห็น กระซู่ (Sumatran Rhinoceros,  Dicerorhinus sumatrensis) อีกเลย จนกระทั่งเราได้รับรู้อีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่เหลือมันในเขตนี้อีกแล้ว  เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นอีกหรือ  มาช่วยให้พระเอกของเราเป็นดาวค้างฟ้ากันเถอะครับ

เอกสารอ้างอิง : อุทยานแห่งชาติเขาสก

               คู่มือ ปาล์มและปรงในป่าไทย  พูนศักดิ์ วัชรากร

                และขอขอบคุณกำลังใจจาก ครูโอ๋ ที่ทำให้อยากเขียนบันทึกนี้