แนวทางการครองชีวิตด้วยอริยสัจ 4

        คนเรานั้น  มีทุกข์  ได้แก่  ทุกข์กาย  ทุกข์ใจ  และทุกข์สังคม

 
        ปัจจัยของทุกข์เบื้องต้นมาจาก  มนุษย์มีความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Human unlimited wants)  ทางพุทธศาสนาเรียกว่า  กิเลส  และ  ตัณหา 
 
        แต่ในสังคมมีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด (Limited of resources)  ทำให้เกิดทุกข์ทางกาย  ทุกข์ทางใจ  และทุกข์ทางสังคม  มนุษย์ควรมีความพอเพียง (Self sufficient)
 
        เราเป็นชาวพุทธ  หมายถึง  ผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน  จะต้องมีสติในการไตร่ตรองสาเหตุของปัญหา  ปัญหาเกิดจากอะไร  เราต้องลดทิฐิของตนเอง  พร้อมที่จะรับฟัง  เพื่อจะได้นำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์หาปัญหาที่แท้จริง 
 
        การแก้ปัญหา  เราต้องลดความเป็น  อัตตา  ตัวกูของกู  ยอมรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ของคนรอบข้าง  ไม่ใช่มิจฉาทิฐิในการแก้ไขปัญหา  เราต้องประสาน  ทำงานร่วมกัน  เพื่อแก้ไขปัญหา  เราต้องมี  หิริโอตัปปะ  คือ  ความละอาย  เกรงกลัวต่อบาป  ไม่ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  เช่น  การทุจริต  คอร์รัปชั่น  เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความชั่ว  ทำหน้าที่ของตน  และทำให้ดีที่สุด  อย่างซื่อสัตย์  ยุติธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การรักษาศีล 5  ได้แก่  1. ไม่ฆ่าสัตว์  2. ไม่ลักทรัพย์  3. ไม่ประพฤติผิดในกาม  4. ไม่พูดเท็จ  5. ไม่ติดของมึนเมา 
        

         สุดท้าย  ใช้หลักอริยสัจ 4  เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา: 1. ทุกข์ (ปัญหา=Problem)  2. สมุทัย (สาเหตุแห่งปัญหา=Position)  3. นิโรธ (กำหนดเป้าหมายในการแก้ปัญหา=Possibilities)  4. มรรค (แนวทางแก้ไขปัญหา=Proposal)

          สภาพปัญหา (Problem) เปรียบเสมือน  ทุกข์

 

 

         ซึ่งสภาพปัญหานั้น  จะต้องมีการวิเคราะห์สภาพปัญหา  เพื่อให้รู้สาเหตุของปัญหา (Position) หรือ สมุทัย  การวิเคราะห์ปัญหา  เราไม่อาจจะวิเคราะห์โดยใช้ความคิดเห็นของเราโดยอิสระ  โดยมิได้อ้างอิงหลักวิชาการ  เพราะเรายังเป็นผู้ใฝ่รู้  ยังมิได้เป็นกูรู  จึงควรวิเคราะห์โดยอ้างอิงทฤษฎีและแนวคิดของนักวิชาการ  เพื่อแสดงให้เห็นว่า  สภาพปัจจุบันนั้น  ยังมีอะไรที่ต้องแก้ไข  ปรับปรุง  และพัฒนาได้

 

         หลังจากนั้น  แน่นอนว่า  การนำเสนอแนวทางการแก้ไข (Possibilities) หรือนิโรธ  ที่มีความสัมฤทธิ์ผลโดยมีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI)  ในระดับที่สังคมไทยอยู่ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์  หรือ โลกที่ไร้พรมแดน  ไร้ขอบเขต  และพลวัตต่อเนื่องตลอดเวลา (Dynamic Borderless World)  ซึ่งการนำเสนอแนวทางแก้ไข  จำต้องอ้างอิงทฤษฎีและแนวคิดของนักวิชาการประกอบด้วย

 

         ต่อจากนั้น  ให้นำเสนอกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา (Proposal) หรือมรรค  เพื่อนำไปสู่การแก้ไข  ปรับปรุง  และพัฒนางานนั้นๆ

 

         เมื่อนำเสนอกลยุทธ์การแก้ไขแล้ว  การนำเสนอเพิ่มเติม  ที่ดีที่สุด  คือ  การนำเสนอกรอบการป้องกัน  เพื่อมิให้ปัญหานั้นๆ เกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

         ก่อนจบ  ควรสรุปให้เห็นภาพชัดเจนอีกครั้ง  ในลักษณะของบทสรุปสำหรับผู้บริหาร  เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างชัดเจน

         ปัญญานั้น  แปลว่า  ความรู้ทั่ว  หมายถึง  รู้ทั่วถึงเหตุถึงผล  รู้อย่างชัดเจน
รู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ  รู้สิ่งที่ควรทำ  ควรเว้น  เป็นต้น  เป็นธรรมที่คอยกำกับศรัทธา  เพื่อให้เชื่อประกอบด้วยเหตุผล  ไม่ให้หลงเชื่ออย่างงมงาย

         ปัญญา  ทำให้เกิดได้ 3 วิธี  คือ

         1. โดยการสดับตรับฟัง  การศึกษาเล่าเรียน (สุตมยปัญญา)
         2. โดยการคิดค้น  การตรึกตรอง  (จินตามยปัญญา)
         3. โดยการอบรมจิต  การเจริญภาวนา (ภาวนามยปัญญา)
 
        
         ปัญญาที่เป็นระดับ  อธิปัญญา  คือ  ปัญญาอย่างสูง  จัดเป็นสิกขาข้อหนึ่งในสิกขา 3  หรือ  ไตรสิกขา  คือ  อธิศีล  อธิสมาธิ  อธิปัญญา
         ฉะนั้น  ปัจเจกชนผู้อุดมด้วยปัญญา  ควร ครองตน  ครองคน  และครองงานด้วยปัญญา
         สอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า
         "Where is the life we have lost in living?
          Where is the wisdom we have lost in knowledge?
          Where is the knowledge we have lost in information?
          (บทกวี The Rock  ประพันธ์โดย T.S. Elite, 1934)