. . . เป็นเพียงถ้อยคำที่ร้อยเรียงออกมาจากใจ อย่าซีเรียสหรือจริงจังจนเกินไป จะได้ไม่เข้าใจผิด!!
ด้วยการเห็นว่า . . . แท้จริงแล้ว “ไม่มีตัวข้า”
หากแต่ว่าเป็นผลที่มาจากการโยงใยของ “เหตุปัจจัย”
เมื่อ “อัตตาตัวตน” ของคนสูญสลาย ถูกทำลายไป
สิ่งต่างๆ ก็จะเริ่มเลื่อนไหล เชื่อมโยงไปกับ “ธรรมชาติ”
เรากับโลกก็มิอาจจะแยกกันอีกต่อไป
“พระเจ้า” ได้เข้ามาสถิตอยู่ในกาย ในใจของเรา
สิ่งที่ท่านเล่าจื๊อเรียกว่า “เต๋า” ก็ได้ถูกพบขึ้นมา
มันน่าจะเป็น “จุดจบ” ของกรอบที่ครอบเราอยู่ซะที.
ประพนธ์ ผาสุขยืด
วันฉัตรมงคล 5 พ.ค. 2552
. . . ทำให้นึกถึงรูปนี้
สวัสดีค่ะ ลึกซึ้งค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์
มาอ่านค่ะ ทำให้นึกไปถึง...กรอบที่ครอบ "ความคิด"
กรอบครอบความคิดจะหมดไปเมื่อ ไม่มีตัวเขา ตัวเรา
ขอบคุณค่ะ
(^__^)
สวัสดีค่ะ มาเรียนรู้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ท่านอาจารย์ที่เคารพ เมื่อไม่มีกรอบ(อะไรก็ได้) ชีวิตคงมีแต่อิสระภาพที่เหนืออิสระภาพทั้งปวง อยากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
searching จนเป็นสิ่งเดียวกันกับดอกไม้่ (ภาพของคนอื่นถ่ายไว้ครับ)
ขออนุญาตท่านอาจารย์นะครับ
ได้อ่านcommentของคุณโสภณ "เมื่อไม่มีกรอบ(อะไรก็ได้) ชีวิตคงมีแต่อิสระภาพที่เหนืออิสระภาพทั้งปวง" จึงอยากขออนุญาตแลกเปลี่ยนนะครับ
ผมไม่ได้ว่าท่านกล่าวผิดนะครับ แต่คำว่า "อะไรก็ได้" ผมเห็นว่าน่ากลัวนะครับ หากจับประเด็นผิดกลัวว่าอาจจะไม่เป็นอิสระภาพนะครับ ผมเห็นว่าอิสระภาพส่วนหนึ่งเกิดจากการมีวินัย(กรอบ)นะครับ
ผมเคยได้เขียนเกี่ยวกับการคิดนอกกรอบ และเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงขอรวบรวมมานำเสนอครับ
ต้องขออนุญาตท่านอาจารย์ ลงlinkนะครับ
http://gotoknow.org/blog/art-of-living/259487
ด้วยความเคารพครับ