ฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากร( Hosting) นัดหมายให้ไปทานอาหารกลางวันด้วยกันที่โรงแรมและเริ่มลงทะเบียนประชุม
เวลา13:00 น ระหว่างรับประทานอาหารแอบชำเลืองมอง ผู้ช่วยครู(Teacher Assistant) ชาวเยอรมัน ประกอบ
ด้วย6 หนุ่มหล่อกับ 3สาวงาม รวมเป็นคนหน้าตาดีจำนวน 9 คน พวกเขาเดินทางมาถึงประเทศไทยก่อนหน้า
นี้สัก 1-2 วันและอยู่ในระหว่างการปฐมนิเทศเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ภาษาไทยและการปรับตัวใน
เบื้องต้น เลียบเคียงถามคุณรัชนีวรรณ(น้องตุ๊ก) ว่าของโรงเรียนกำแพงเพชรฯ คนไหนจ๊ะ คุณตุ๊กแกล้งตอบว่า
จำไม่ได้ค่ะ ใจเย็นๆซิคะ พรุ่งนี้ก็รู้แล้ว โถ….คุณน้องคนงาม ช่างใจดำไม่เห็นใจคนอยากรู้บ้าง จริงๆเขาส่ง
Application Formไปให้ที่โรงเรียนตั้งแต่หลังช่วงสงกรานต์ แหม …รู้ๆอยู่ว่าเดือนนี้ใช้เวลาอยู่ถิ่นแค่
5วัน เพื่อกลับไปทำงานประกวดจังหวัด To Be No One แค่นั้น เลยหมดโอกาสได้ศึกษาประวัติและ
ดูภาพถ่าย แต่บางครั้งภาพถ่ายก็หลอกลวงได้เหมือนกัน ดูจากหน้าตาก็คล้ายคลึงเหมือนกันไปหมด
คล้ายๆกับชาวต่างชาติมองดูชาวเอเชียว่าแทบไม่แตกต่างกันอย่างไร-อย่างนั้นเลยเชียว
คุณอภิธัย บุรณศิริ ผู้อำนวยการ มูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดและบรรยายพิเศษ
สรุปใจความได้ว่า ผู้ช่วยครู(Teacher Assistant) อยู่ในวัยที่แม้จะไม่ใช่เด็กแต่บางส่วนก็ยังมีความเป็นเด็ก
อยู่บ้าง จึงต้องการความดูแลใส่ใจพอสมควร สำหรับครอบครัวต้องใช้ดุลยพินิจในการว่ากล่าวตักเตือนและให้
อิสระในการทำกิจกรรมบางอย่าง การรับชาวต่างชาติมาอยู่ด้วยควรปรับตัวทั้งสองฝ่าย เป็นการแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ทำให้ชีวิตประจำวันเราต้องเปลี่ยนไป หากมีปัญหาอะไรควรพูดกันตรงๆ
ในส่วนของโรงเรียนไม่ควรคาดหวังสูงหรือปฏิบัติเหมือนครูประจำ ให้โอกาสเขาได้ถ่ายทอดภาษาตาม
ความสามารถของเขา เยาวชนเยอรมันรุ่นใหม่ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ดี เนื่องจากรัฐบาลเขาส่งเสริมการ
พัฒนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง มีการสนับสนุนให้ชาวเยอรมันไปศึกษาหาความรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
กับประเทศอื่นๆ การทำอาสาสมัครเหมือนกับการทำกุศลผลของกรรมดีอาจจะเกิดต่อสมาชิกในครอบครัว
ก็ได้
คุณศิริลักษณ์ บูรพาวิจิตรผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากรและคุณครูชเนตตี นิโครธานนท์ ได้เป็น
วิทยากรในเรื่องของประชุมเชิงอภิปรายเกี่ยวกับการดำเนินงานและการจัดกิจกรรม ได้เปิดโอกาสให้ทั้งครู
ผู้ประสานงาน / ครูที่ปรึกษาและครอบครัวอุปถัมภ์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไป
สู่การพัฒนางานต่อไป มีการทบทวนเรื่องการจัดคาบสอนที่ไม่ควรเกิน 15คาบต่อสัปดาห์ การปฐมนิเทศเรื่อง
กฎ กติกา เช่นห้ามขับรถ การต่อวีซ่า การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวัฒนธรรม การทำ
Monthly Contactฯลฯ นับว่าเป็นประโยชน์มากเพราะมีการนำผลการประเมินจาก TAรุ่นที่ผ่านมา
มาพิจารณาประกอบแนวทางการดำเนินงาน TAแต่ละรุ่นจากแต่ละประเทศย่อมมีประสบการณ์และ
ความคิดเห็นแตกต่างกันไป โรงเรียนบางแห่งได้รับการชมเชยก็ได้หน้า-ได้ตาไป หากเขาประเมินว่าไม่ค่อยดี
ก็ต้องพิจารณาปรับปรุงต่อไป ครั้งนี้ของกำแพงเพชรฯ รายหนึ่งจากจำนวน 3ราย กล่าวว่า ครูผู้ประสานงาน
Busyมากแต่เธอก็ช่วยแก้ปัญหาให้ทุกครั้ง ( ยังรอดตัวไปได้) โถ….แม่คุณทั้งหลาย…ก็น่าจะเข้าใจลักษณะ
งานของครูพันธ์ใหม่นะ…วันหยุดสะกดอย่างไรจ๊ะ จริงๆแล้วเรามีทั้งครูที่ปรึกษา ครูผู้ประสานงานและ
ครูอื่นๆที่พร้อมจะช่วยเหลือ ประเภทขอความช่วยเหลือนาทีนี้จะให้สนองภายใน 2-3 ชั่วโมงหรือภายใน
วันเดียวก็ลำบากหน่อย งานบางอย่างต้องผ่านขั้นตอนหลายอย่าง – หลายบุคคล-หลายกลุ่ม - หลายหน่วยงาน
หากเกี่ยวข้องแบบเรื่องส่วนตั๊ว-ส่วนตัว รับรองแค่นาทีเดียวก็สำเร็จจ้ะหนู อ๊ะๆ ไม่เข็ดจ้ะ ไม่งั้นลูกศิษย์ของ
เราก็ไม่ได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงน่ะซิ อ้อ….มีเรื่องน่าชื่นใจอยู่เหมือนกัน (ไม่ใช่มีแต่เรื่องเสียหน้า
หร็อก) คุณศิริลักษณ์เล่าว่าได้พบคุณ Xiaoranอดีต TAของกำแพงเพชรฯคนก่อนในการประชุมฯที่
ประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้ เธอได้ทำงานอาสาสมัครเอเอฟเอสประเทศจีน เมื่อรู้ว่าไม่มีใครสมัครมาเป็น TA
ประเทศไทยในปีนี้ จึงชักชวนนักศึกษาชาวจีนจำนวน8คน มาเป็นTAที่ประเทศไทยพร้อมฝากความคิดถึง
มาให้ด้วย Great!
ระหว่างรับประทานอาหารเย็น แอบปิ๊งหนุ่มน้อยคนหนึ่ง กำแพงเพชรฯ น่าจะได้หนุ่มคนนี้ไปอยู่ด้วยนะ
บุคลิกลักษณะดี ท่าทางจะรับผิดชอบงาน การรับTAหรือนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติเปรียบเสมือนการ
ซื้อล็อตเตอรี่เหมือนกันเนาะ อย่างไรก็ต้องประคับ-ประคองกันไปให้จบโครงการ นี่เป็นงานระดับชาตินะเนี่ย
คิดอะไรมากมาย จุดประสงค์สูงสุดคือ การเกิดสันติภาพของโลกไงคะ