การทำงานเป็นลูกน้องที่ดีควรจะทำตัวให้เหมือนกับสัตว์ 4 ประเภท ได้แก่ อูฐ ปลา หมา ควาย ?

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพนักงานขับรถไฟฟ้า ที่กำลังจะอบรมจบไปฝึกงาน OJT เรื่อง หลักการทำงานในมุมมองของลูกน้อง  โดยเขาได้เล่าถึงแนวคิดในการทำงานของลูกน้องที่เขาได้รับมาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นพนักงานสถานีก่อนที่จะมาทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถไฟฟ้าว่า การทำงานเป็นลูกน้องที่ดีควรจะทำตัวให้เหมือนกับสัตว์ 4 ประเภท ได้แก่ อูฐ ปลา หมา ควาย โดยเขาสรุปคร่าวๆ ว่า

 

อูฐ  : เป็นตัวแทนของความอดทน

ปลา : เป็นตัวแทนของความไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่บ่น

หมา : เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์

ควาย : เป็นตัวแทนของความโง่ โดยแกล้งโง่เสียบ้าง

 

ในทัศนะของผม ผมคิดว่าหลักการนี้  ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยทั้งหมด ผมคิดว่ามีบางอย่างที่ต้องพิจารณาขบคิดด้วยความละเอียดรอบคอบ ตามหลักโยนิโสมนสิการ และควรนำปรับไปใช้กับสถานการณ์ ด้วยบริบทที่แตกต่างกันไป ไม่ควรจะนำมาใช้อย่างทื่อๆ จึงนำมาวิเคราะห์และขยายความตามความคิดเห็นของผมดังนี้

 

 อูฐ  : เป็นตัวแทนของความอดทน เพราะจะเห็นว่าอูฐสามารถอดอาหาร อดน้ำ ท่ามกลางทะเล ได้คราวละหลายๆ วัน จึงเปรียบเทียบอูฐกับการทำงานได้ว่าควรทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงาน ด้วยความวิริยะ (แข็งใจทำ) ใจจดจ่ออยู่กับงานด้วยจิตตะ (ตั้งใจทำ) บ้านผมเรียกว่า บืน เอาให้เสร็จ

 

 

ปลา : เป็นตัวแทนของความไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่บ่น เพราะธรรมชาติของปลาส่วนใหญ่จะร้องไม่ได้ ยกเว้นโลมา หรือวาฬ แต่จริงๆ โลมาหรือวาฬ ก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดังนั้น จึงเปรียบเทียบปลากับการทำงานได้ว่า การนิ่ง สงบ เก็บอารมณ์ เก็บความรู้สึก ไม่พูด ไม่บ่น โวยวาย ตั้งกำแพง นินทาลับหลัง ไม่เรื่องมาก ให้ทำอะไรก็ทำ ให้อยู่ที่ไหนก็อยู่ (แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของคุณธรรม จริยธรรม) เราต้องคิดว่า เราเหมือนสัตว์เลี้ยงที่เจ้านายเขาเอ็นดูเรา เปรียบเสมือนปลาตู้ราคาแพงที่มีคนคอยเอาใจใส่ดูแล ดูแลความปลอดภัยให้ ดีกว่าปล่อยลงแม่น้ำลำคลอง ที่ต้องหากินเอง ดูแลความปลอดภัยเอง

 

หมา : เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ กินง่าย อยู่ง่ายมีความจงรักภักดี ถือเอาประโยชน์ส่วนรวม มีความรักความภูมิใจในองค์กร ทำงานตามเป้าหมายหลักขององค์กร ไม่แบ่งแยกว่าเป็นผลงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ผลงานสุดท้ายคือผลงานของทุกคนที่ร่วมกันทำงานตามการตอบสนองของนโยบาย

 

ควาย : เป็นตัวแทนของความโง่ โดยแกล้งโง่เสียบ้าง คนส่วนใหญ่มองว่าควายต้องโง่ จึงเปรียบเทียบกับการทำงานว่าต้องแกล้งโง่เสียบ้าง แต่ผมมองควายในมุมของความอดทนเช่นเดียวกับอูฐ และยังต้องแข็งแรงอีกด้วยเพราะต้องใช้แรงงานไถนา ทนแดด ทนฝน ดังนั้นเราต้องดูแลสุขภาพในแข็งแรงสมบูรณ์ กินอาหารออกกำลังกายให้เหมาะสม แต่ถ้ายังอยากจะมองในมุมมองของการแกล้งโง่เสียบ้าง ผมก็อยากจะให้มองอย่างนี้คือ การแกล้งโง่ ไม่ได้หมายความว่า การเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ แต่อยากให้มองในมุมมองของการเข้าใจคนอื่น นึกถึงใจเขา ใจเรา เจ้านายเขาคงมีเหตุผลที่เราอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้ ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเจ้านาย เราไม่ควรพูดตรงๆ กับเขาต่อหน้าสาธารณะชน หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้เขาเสียหน้า เราอาจจะเข้าหาเจ้านายเป็นการส่วนตัวเพื่อขอเข้ารับการปรึกษาแนะนำ หรือถามข้อสงสัยที่ยังไม่เข้าใจเพิ่มเติม ผมเชื่อว่าเจ้านายที่ดีทุกควรจะต้องรับฟัง และเมตตาให้คำแนะนำ บางครั้งเราอาจจะแทรกเสนอข้อคิดเห็นในมุมมองของเราให้เจ้านายได้รับทราบ ซึ่งท่านอาจจะเกิดการฉุกคิด หรือเชื่อมโยงไปยังความรู้ใหม่ๆ เกิดการจุดประกาย เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ก็เป็นได้