สงสารเด็ก ความจริงผมก็เกิดในต่างจังหวัด น่าจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่า พวกเขาน่าจะได้มีโอกาสที่ดีกว่านี้

         วันจันทร์ที่ 15 ส.ค. 48 เวลา 10.00-12.00 น. ผมเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อพัฒนาสุขภาพและอาชีพประชาชน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าประชุมกรรมการ Mobile Unit กรรมการประกอบด้วยอาจารย์ที่เป็นผู้แทนจากทุกคณะ ส่วนผู้ประสานหลักในส่วนกลางจากงานวิจัยคือคุณวิภา เพิ่มผลนิรันดร์ ซึ่งเป็นคนที่ต้องทำงานหนักมาก เนื่องจากจะมีการออกหน่วยกันเดือนละครั้ง (เสาร์-อาทิตย์ที่สามของเดือน) วิภาต้องประสานงานทั้งภายนอกภายในมหาวิทยาลัยให้การออกหน่วยดำเนินไปด้วยดี ต้องคอยดูแลอำนวยความสะดวกอาจารย์ที่ออกหน่วย 60-70 คนจากทุกคณะ ไม่ใช่ของง่าย ๆ แต่ละเดือนวิภาต้องประสานงานหาทีมอาจารย์ไปสำรวจเตรียมความพร้อมก่อนออกหน่วย เก็บข้อมูลมาประชุมเตรียมการออกหน่วย (เช่นในการประชุมในวันนี้) ประสานงานระหว่างการออกหน่วยจริงทั้งเรื่องอาหารและที่พัก กลับมาต้องจัดทำสรุปรายเดือน รายปี ทั้งเรื่องผลงานและเรื่องการเงิน จิปาถะ

         ในการประชุมแต่ละครั้งก็มักจะมีวาระคล้าย ๆ กัน แต่คราวนี้มีพิเศษหน่อยตรงที่มีการนำเอาภาพ (Slide Show) วัน “นเรศวรวิจัย” มานำเสนอกันก่อน แล้วจึงตามด้วยการนำเสนอภาพของการออกหน่วยครั้งที่แล้ว ตามด้วยการนำเสนอด้วยภาพถึงผลของการไปสำรวจสถานที่ที่กำลังจะออกหน่วยในครั้งต่อไป

         หลังจากรายงานด้วยภาพเสร็จก็เข้าวาระประชุมตามปกติ คราวนี้พอถึงวาระ 3.1 ผลการสำรวจพื้นที่ของตำบลโป่งน้ำร้อน ผมได้ขอให้ ดร.อภิชัย อภิชาตบุตร จากคณะวิทยาการจัดการซึ่งได้กรุณาช่วยไปสำรวจพื้นที่ให้ร่วมกับท่านอื่นอีก 4-5 ท่าน ได้ช่วยเล่าให้ที่ประชุมฟัง ท่านได้เล่าหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่สะดุดใจทั้งผู้เล่าและผู้ฟังคือ ท่านพูดว่า “สงสารเด็ก ความจริงผมก็เกิดในต่างจังหวัดน่าจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าพวกเขาน่าจะได้มีโอกาสที่ดีกว่านี้”

         ผมจำได้ว่าแรกเริ่มเดิมที ดร.อภิชัย ไม่สู้จะเต็มใจไปออกหน่วยเท่าใดนัก พูดง่าย ๆ คือถูกคณะ ถูกมหาวิทยาลัยบังคับให้ไป พอไปออกหน่วยกับเราได้ครั้งหนึ่งคราวนี้ยอมออกไปสำรวจเอง ดูอาจารย์รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติเพิ่มขึ้นมามาก เดิมอาจารย์อาจจะนึกไม่ถึงว่าสภาพชุมชนจริง ๆ เป็นเช่นไร เนื่องจากอาจารย์จบปริญญาเอกที่ USA และทำงานอยู่ที่นั่นถึง 28 ปีก่อนกลับมาเป็นอาจารย์ที่ม.นเรศวร

         เรื่องทำนองนี้มิได้เกิดเฉพาะกรณี ดร.อภิชัย ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์สมลักษณ์ วงศ์สมาโนดน์ (ผึ้ง มน.) ก็เช่นกัน เพิ่งเคยไป Mobile Unit ครั้งแรก กลับมาถึงกับเขียนเป็นบทความแสดงความคิดเห็นออกมาเผยแพร่ ต่อมาช่วยออกสำรวจพื้นที่ ช่วยออกหน่วยอีกเป็นประจำ

         ผมกำลังอยากสรุปว่าประโยชน์อย่างหนึ่ง (ความจริงมีมากกว่าที่คุณคิด อย่างที่ในบทความของ อ.สมลักษณ์ กล่าว) ของการออก Mobile Unit ก็คือ เป็นการเปิดโอกาสให้อาจารย์มหาวิทยาลัย (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในเมือง จบการศึกษาจากต่างประเทศ) ได้ออกไปสัมผัสรับรู้สภาพความเป็นจริงของชนบทไทย ไปเรียนรู้จากเขา เพื่อจะได้เข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และอยากที่จะไปช่วยเหลือตามกำลังกาย กำลังสติปัญญา อะไรที่พอจะช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ก็ช่วยเหลือเลย อะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ก็เก็บไว้เป็นประเด็นวิจัยเพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป หลักสูตรการเรียนการสอนก็จะได้มีการปรับปรุงให้สอดรับกับสภาพความต้องการของสังคมและทันกับการเปลี่ยนแปลง

         วันที่ 20-21 ส.ค. 48 นี้ เราจะไปออกหน่วยกันที่ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร โดยต้องไปค้างคืนที่กำแพงเพชร 2 คืน ตัวผมเองก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยออก Mobile Unit มาก่อนพอต้องเข้ามารับผิดชอบเมื่อเดือน ม.ค. 48 ก็ออกหน่วยเป็นครั้งแรกในเดือนนั้นเลย และออกหน่วยทุกครั้งตลอดมาและตั้งใจว่าจะออกไปด้วยทุกครั้ง และจะพยายามเก็บอะไรดี ๆ มาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปครับ 

   

   

   

   

   

   

  


         วิบูลย์ วัฒนาธร