พอดีได้มีโอกาสไปบรรยายแนะแนวสำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายให้คณะต่างๆตั้งแต่ปีที่แล้ววันนี้มีโอกาสได้เขียน Blog เลยถือโอกาสนำมาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจได้นำไปใช้หรือเป็นแนวทางในการแนะนำนักศึกษาตัวเอง ถ้ามีส่วนใดที่คิดว่าน่าจะแก้ไขโปรดติชมได้นะครับ 

      เมื่อนักศึกษาจบปริญญาตรีแล้วหลายคนที่คิดจะเรียนต่อคงมีคำถามกับตนเองว่า “จะเรียนต่อเลยหรือ ทำงานก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียน” นี่เป็นคำถามหนึ่งซึ่งมีคนถามบ่อย

  • สำหรับผู้ที่เลือกทำงาน การได้ทำงานสักช่วงเวลาหนึ่งแล้วจึงกลับมาเรียน มีข้อดี คือ จะมีความเข้าใจและมีประสบการณ์จากการทำงาน ซึ่งจะทำให้เลือกศึกษาต่อได้ตรงความถนัดและเป็นประโยชน์ต่อตนเองมากขึ้น รวมทั้งจะมีความเข้าใจ ในขณะศึกษาต่อก็จะได้อย่างกว้างขวางมากกว่าจบแล้วเรียนต่อเลย
  • การเลือกเรียนต่อเลย ก็มีข้อดีเพราะวิชาความรู้ต่างๆ ยังอยู่กับตัว พูดง่ายๆ ก็คือ ยังไม่ลืม แต่หากไปทำงานสักพัก ความรู้อาจตกหล่นไปก็ได้ และบางคนทำงานแล้วก็เพลิดเพลินกับงานจนไม่มีโอกาสได้กลับมาเรียนก็มี..............บางคนเพราะงานจึงไม่ได้เรียนต่อ ............... การเรียนต่อทันทีจึงรับประกันได้ว่าได้เรียนแน่ๆ

      การจะเรียนต่อหรือทำงานก่อน นั้น คงไม่มีคำตอบสำเร็จรูป การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยและสถานการณ์ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่ทุกคนจะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอคือ “เป้าหมาย” การเรียนต่อ ควรพิจารณาว่าจะเรียนต่อเพื่ออะไร สาขาที่เรียนจะเอาไปใช้กับงานที่จะทำได้หรือไม่ และที่สำคัญสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวเราพร้อมหรือยังที่จะเรียนต่อ หรือหากจะทำงานก่อน ก็ต้องดูว่าทำงานเพื่ออะไร โอกาสก้าวหน้ามีมากไหม หากมีวุฒิการศึกษาและระดับความรู้ความสามารถเท่านี้ แต่ในกรณีของการที่เราตัดสินใจเรียนต่อเพื่อแก้ปัญหาว่างงานของตนเองก็ต้องวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการตลาดแรงงานในอนาคต ด้วย ว่าเรียนสาขาใดที่ตลาดต้องการ

      ไม่ว่าท่านจะเลือกเรียนตอนไหนก็ตามถ้าท่านคิดจะเรียนต่อก็จะต้องมี การเตรียมตัวและวางแผนเช่นเดียวกัน

         แต่การเรียนหรือไม่เรียนต่อเลย ปัจจัยหลักก็คือ เศรษฐกิจของครอบครัว ทั้งด้านงบประมาณ ฯลฯ

เรียบเรียงโดย
นายชุมพร  พารา
(หัวหน้าหน่วยบริการสนเทศ งานแนะแนวและจัดหางาน กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น)