GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คำแนะนำในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่

..ปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงมาก คุณสามารถเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ในราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ในราคานี้รวมจอภาพแบบ CRT แล้ว เราจะพาคุณไปเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ไว้ช่วยในการอำนวยความสะดวกในการทำงาน การเรียน.."
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงมาก คุณสามารถเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ในราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ในราคานี้รวมจอภาพแบบ CRT แล้ว เราจะพาคุณไปเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ไว้ช่วยในการอำนวยความสะดวกในการทำงาน การเรียน การงาน ค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต ทำงาน ทำกราฟิก รับชมภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงหรือเล่นเกม โดยในอันดับแรกก่อนที่คุณจะตั้งสเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้อง คือคุณไม่ต้องพะวง ไม่ต้องไปกังวลกับคำว่า “ตกรุ่น” เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องที่ซื้อมาจะกลายเป็นเครื่องที่ตกรุ่นหรือเก่าไป เพราะยังไงเราซื้อมาใช้งานที่รองรับกับงานที่เราใช้ เหมาะสมกับความต้องการส่วนตัวของเรา แม้ว่าคุณจะมีเครื่องสุดแรงหรือมีความเร็วเพียงใด ก็ต้องตกรุ่นอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามสเปคเครื่องที่คุณซื้อในขณะนี้จะมีความสามารถในการทำงานที่ด ีและรวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ที่ซื้อเมื่อปีก่อนอย่างแน่นอน อันดับแรกเลยก่อนที่คุณจะเลือกสเปค คุณจะต้องพิจารณาก่อนว่าคุณใช้งานประเภทใด ส่วนใหญ่คุณใช้คอมพิวเตอร์ทำงานด้านใด เช่น พิมพ์งาน ทำรายงาน เอกสารต่างๆก็ไม่ต้องใช้สเปคสูงมากนัก แต่หากจะทำกราฟิก เล่นเกม หรือใช้งานด้านความบันเทิงก็ใช้สเปคเครื่องที่สูงหน่อย และอาจจะต้องใช้ความเร็วที่สูง หน่วยความจำขนาดใหญ่ เนื้อที่เก็บข้อมูลที่ใหญ่เพื่อรองรับงานหนัก นอกจากนี้หากคุณใช้คอมพิวเตอร์เป็นชุดโฮมเธียเตอร์อาจจะต้องลงทุนด้วยลำโพง ซาวน์การ์ด และขยายพื้นที่ห้องให้รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง โดยให้คุณเลือกสเปคคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงานที่ใช้และงบประมาณที่ตั้งไว้



คุณสมบัติใดบ้างที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
ขั้นแรกเมื่อคุณตั้งกรอบไว้แล้วว่าซื้อคอมพิวเตอร์มาเพื่องานประเภทใด อาจมองในแง่ของการพกพา งานนำเสนอหากคุณต้องออกนอกสถานที่บ่อย คุณอาจเลือกคอมพิวเตอร์โน้ตบุคแบบพกพาที่มีน้ำหนักเบาเพื่อให้ง่ายต่อการเคล ื่อนย้าย และรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หรือหากใช้งานที่บ้านเป็นประจำก็เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี เมื่อตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์พีซีหรือคอมพิวเตอร์โน้ต บุค ให้คุณลองพิจารณาตามเงื่อนไขของชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่อไปนี้

CPU
CPU


CPU
CPU


เริ่มตั้งแต่ CPU
เป็นหน่วยประมวลผลกลาง ในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 2 ยี่ห้อคือ Intel และ AMD โดยมีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้คือ Intel จะมีซีพียู Celeron สำหรับการใช้งานทั่วๆไป และ Pentium4 สำหรับการใช้งานด้านความบันเทิงและกราฟิก ส่วน AMD จะมากับน้อง Semron (อ่านว่า เซม-รอน ไม่ใช่ “สมพร” อย่างที่อ่านกันผิดๆ โดยคำว่า Sempron มาจากคำสองคำคือ “Semp” กับ “Ron” คำว่า “Semp” ได้มาจากภาษาละติน แปลว่า “ ตลอดกาล” ส่วนคำว่า “Ron” เป็นศัพท์เทคนิคของทาง AMD ที่ใช้เติมหลังชื่อตระกูล CPU ของทาง AMD ที่ต้องการบอกว่า CPU รุ่นนี้ราคาถูก เมื่อรวมสองคำนี้เข้าด้วยกัน“Sempron” จึงแปลได้ความแบบไทยๆว่า “ถูกตลอดกาล” เจาะตลาดใช้งานทั่วไป เอกสาร ทำงานกับภาพถ่ายดิจิตอล และอินเตอร์เน็ตและ Athlon รองรับการทำงานด้านมัลติมีเดีย เกม และความบันเทิง

เมนบอร์ด
เมื่อเราเลือกซีพียูได้แล้ว เราจะต้องพิจารณาเมนบอร์ด โดยเมนบอร์ดจะมีรุ่นที่รองรับซีพียู
Intel จะอยู่ในรูปแบบ Socket 478 และ 775
AMD จะอยู่ในรูปแบบ Socket 754 และ 939
ก็ต้องเลือกเมนบอร์ดให้ถูกต้องและใช้งานกับซีพียูได้ด้วย สำหรับซีพียู AMD Sempron จะมีสติกเกอร์ระบุว่า Sempron Ready คือสามารถใช้งานกับซีพียู Semron ได้
สำหรับเมนบอร์ดเราจะดูที่ชิปเซต ว่ารองรับหน่วยความจำแบบ DDR หรือ DDR2 รองรับ Dual Channel หรือไม่ เพื่อการเลือกซื้อหน่วยความจำและฮาร์ดดิสก์ต่อไป

สำหรับการเชื่อมต่อ เมนบอร์ดในปัจจุบันจะรองรับ USB2.0 อยู่แล้ว จะมีเพิ่มเติมในรุ่นท็อปคือรองรับ Firewire IEEE1394 ส่วนระบบเสียงจะเป็น 6 หรือ 8 แชนแนลกันหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร หากใช้งานทั่วๆไป เลือกเมนบอร์ดที่มี VGA on board ก็จะประหยัดงบประมาณไปได้มาก แต่หากต้องการทำกราฟิก เล่นเกมก็ใช้การ์ดแสดงผล จะมี 2 รูปแบบคือ AGP8x และ PCI-Express x16 ก็เลือกตามความต้องการได้ อย่างหลังนี่จะเร็วกว่า เหมาะกับงานด้วยกราฟิกและเกม

Harddisk
Harddisk


เนื้อที่จัดเก็บข้อมูลในฮาร์ดไดร์ว:
โปรแกรมบางตัวต้องการเนื้อที่ในการติดตั้งมากกว่าโปรแกรมทั่วๆไป เช่นโปรแกรมด้านกราฟิก ดังนั้นเนื้อที่ในการบันทึกข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึง เพราะงานแต่ละด้านใช้งานฮาร์ดไดร์วต่างกัน เช่นพิมพ์งานและจัดการด้านเอกสารอาจไม่ใช้เนื้อที่มากนัก แต่หากทำงานด้านกราฟิกจะต้องใช้พื้นที่ในการบันทึกข้อมูลมาก ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรเลือกซื้อฮาร์ดไดร์วที่มีความจุในการเก็บข้อมูลมากๆเ อาไว้ก่อน โดยการทำงานทั่วๆไปอาจใช้ความจุ 40, 60 หรือ 80GB ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับการใช้งานกราฟิกและมัลติมีเดีย ขอแนะนำให้ใช้ฮาร์ดดิสก์ความจุ 80GB ถึง 250GB ขึ้นไปจะดีกว่า

การเชื่อมต่อฮาร์ดไดร์ว
ปัจจุบันมีการเชื่อมต่อแบบ IDE, SATA (Seial ATA) และ SATAII (Serial ATA2) ซึ่งมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงถึง 300Mbit ต่อวินาทีเลยทีเดียว อย่างนี้ต้องดูเมนบอร์ดด้วยว่าใช้งานกับฮาร์ดดิสก์แบบใดได้บ้าง

Memory
Memory


หน่วยความจำ RAM (Random Access Memory):
ในขณะนี้ หน่วยความจำมีราคาถูกลง ระบบปฏิบัติการยอดนิยมอย่าง Microsoft Windows XP นั้นต้องการหน่วยความจำขั้นต่ำ 512 MB จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้มักจะให้หน่วยความจำขนาด 512 MB เป็นอย่างต่ำ เพราะขนาด 128 หรือ 256 MB รันโปรแกรมได้ช้ามาก แต่หากคุณใช้งานในแบบมัลติทาส์กคือการใช้งานหลายๆโปรแกรมพร้อมกันและมีความซ ับซ้อน หน่วยความจำขนาดใหญ่ขณะนี้น่าจะพิจารณาในรุ่น 1 GB หรือใช้งาน 512MB 2 ตัวเพื่อทำงานในแบบ Dual Channel ไปเลยดีกว่า (ขึ้นอยู่กับการรองรับของเมนบอร์ดด้วย) เพื่อการทำงานที่ราบรื่น เพราะเมนบอร์ดรองรับหน่วยความจำขนาดใหญ่มากที่สุดถึง 3 GB ยิ่งมีขนาดของหน่วยความจำมากก็สามารถทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากหน่วยความจำจะช่วยในการพักข้อมูลในการประมวลผล

ไดร์ว:
อุปกรณ์หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นอย่างฟลอปปี้ไดร์ว ขณะนี้อาจไม่จำเป็นเพราะมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง USB Storage Drive ที่มีราคาไม่แพง ด้วยความจุในการบันทึกข้อมูลขนาด 128MB 256MB 512MB 1 และ 2 GB ก็สามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าฟลอปปี้ดิสก์หลายเท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีไดร์ว COMBO ที่สามารถบันทึกข้อมูลลงในแผ่น CD-R และ CD-RW และยังสามารถอ่านแผ่นดีวีดีได้อีกด้วย สำหรับท่านที่ต้องการทำงานด้านการตัดต่อวีดีโอ กราฟิก การเลือกไดร์ว DVD+-RW เป็นทางเลือกที่ดี ที่จะจัดเก็บข้อมูลลงในแผ่นดีวีดีที่สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าแผ่น CD-R และยังเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ในรูปแบบ DVD ได้อีกด้วย

ขนาดของตัวเครื่อง:
ในที่นี้จะหมายถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุคที่มีน้ำหนักเบา ขนาดที่เล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก หากคุณจำเป็นต้องพกพาคอมพิวเตอร์โน้ตบุคไปยังที่ต่างๆอยู่ตลอดเวลา น้ำหนักควรจะเบาเพราะเมื่อสะพายกระเป๋าโน้ตบุคแล้วจะไม่หนักและเมื่อยไหล่จน เกินไป แต่นั่นหมายความว่าขนาดที่เล็กกะทัดรัดจะส่งผลให้หน้าจอเล็กและขนาดของแป้นพ ิมพ์เล็กลงตามไปด้วย โดยจะมีราคาสูงขึ้นไปอีก

พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์:
ปัจจุบันเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีพอร์ต USB2.0 ที่สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และเป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อทั้งพรินเตอร์ โมเด็ม เมาส์ คีย์บอร์ด อุปกรณ์ควบคุมเกม จอยสติก เมาส์ปากกาสำหรับนักออกแบบกราฟิก กล้องดิจิตอล เครื่องเล่นเพลงเอ็มพีสาม หากคุณใช้งานอุปกรณ์จำนวนมาก ควรคำนึงถึงจำนวนพอร์ตด้วย หรือาจต่อ USB Hub เพื่อเพิ่มจำนวนพอร์ตก็ได้ นอกจากนี้ยังมีพอร์ต IEEE1394 ที่ใช้เชื่อมต่อในการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง พอร์ต Bluetooth และอินฟราเรด (IrDA)

เลือกคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน้ตบุคดี?
ปัจจุบันนี้ราคาคอมพิวเตอร์โน้ตบุคต่ำลงเกือบจะเทียบเท่าคอมพิวเตอร์พีซีแล้ ว ใครที่ยังมีความคิดว่าโน้ตบุคราคาแพงเกินเอื้อม ความสามารถด้อยกว่าพีซีเปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลย เพราะตอนนี้ความสามารถของโน้ตบุคก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพีซี ความร้อนก็ไม่สูงมาก น้ำหนักก็ไม่ได้มากมายอะไร และแบตเตอรี่ก็ยังใช้ได้นานกว่าสมัยก่อนอีกด้วย เมื่อเทียบกันแล้วโน้ตบุคจะได้เปรียบเรื่องความสะดวกในการพกพา ส่วนความสามารถนั้นเมื่อเทียบกับพีซีก็พอๆกัน พูดได้ว่าโน้ตบุคในปัจจุบันคือคอมพิวเตอร์พีซีย่อส่วนแบบพกพาเลยก็ว่าได้ สมัยนี้การตัดสินใจเลือกโน้ตบุคคู่กายสักเครื่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุคที่บ้าน ขณะเดินทาง ทุกที่ทุกเวลา หากคุณเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง ไปไหนมาไหนตลอด การมีโน้ตบุคคู่ใจก็เป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะในขณะเดินทาง สามารถถ่ายโอนภาพถ่ายดิจิตอลจากกล้องลงในคอมพิวเตอร์ได้ทันที เพียงแต่ต้องระมัดระวังในการดูแลรักษา การพกพาด้วย และต้องทะนุถนอมมากกว่าเครื่องพีซีที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปนอกสถานที่ แต่หากคุณไม่ค่อยได้ออกไปไหน เรียนหรือทำงานแล้วกลับมานั่งแชตกับเพื่อนๆก็เลือกคอมพิวเตอร์พีซีไปเลย เพราะง่ายต่อการอัพเกรดอีกด้วย นอกจากนี้ยังยืดหยุ่นในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ (ไดร์ว พอร์ต หรืออุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ) ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวเลือกหนึ่งก็คือ นำคอมพิวเตอร์โน้ตบุคไปทำงานด้านเวิร์คสเตชั่นได้ดีกว่าใช้งานตามบ้านทั่วไป โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ docking station และสามารถเชื่อมต่อกับจอภาพและฟลอปปี้ไดร์วได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันโน้ตบุคกับพีซีไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของคุณมากกว่า

ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสำคัญอย่างไร?
ในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์นั้น ทุกคนก็ต้องการความเร็ว โดยตัวซีพียู (หน่วยประมวลผลกลาง) จะมีค่าแสดงความเร็วเป็นตัวเลข เรียกในหน่วยของสัญญาณนาฬิกาเป็น MHz และ GHz เทียบได้กับสมองของคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว หากคุณทำงานที่มีความซับซ้อนมาก ซีพียูจะมีตัวจัดสรรภาระงานให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่น ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เราจะพบว่ามีความเร็วสัญญาณนาฬิกาในระดับ 2.0 – 3.0 GHz ขึ้นไป (สำหรับหน่วย MHz 1000 MHz จะเท่ากับ 1GHz) หากคุณต้องการใช้งานทั่วๆไป ก็สามารถเลือกซีพียูความเร็วประมาณ 1.5 – 2.5 GHz ก็รองรับงานทั่วๆไปได้อย่างราบรื่นแล้ว แต่หากทำงานที่มีความซับ ซ้อนก็ควรจะเน้นที่ความเร็วซีพียูตั้งแต่ 2.5GHz ขึ้นไป

รู้จักกับหน่วยความจำ (RAM)
RAM หรือ Random Access Memory เทียบได้กับที่พักข้อมูล เมื่อคอมพิวเตอร์ทำงาน จะพักข้อมูลไว้ในหน่วยความจำ เมื่อปิดเครื่องข้อมูลที่พักไว้ก็จะหายไปหมด คล้ายเป็นที่พักและฝากข้อมูลในขณะที่ซีพียูประมวลผลนั่นเอง หากมีขนาดหน่วยความจำที่มาก ก็จะช่วยให้สามารถทำงานที่มีความซับซ้อนได้ราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น หน่วยความจำมีหน่วยวัดเป็น Megabytes (MB) และ Gigabytes (1024MHz) โดยปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP นั้นจะมีขนาดหน่วยความจำตั้งแต่ 256MB ขึ้นไป และหากคุณใช้งานได้กราฟิกหรือเล่นเกม หน่วยความจำควรจะมีขนาดไม่ต่ำกว่า 512MB - 1GB ขึ้นไป

การบันทึกข้อมูลลงในแผ่น CD-R
รู้จักกับไดร์วเขียนแผ่นซีดี

CD-R (CD recordable) เป็นไดร์วที่สนับสนุนการเขียนข้อมูลลงในแผ่นซีดีเปล่า มีขนาดความจุ 700 MB ต่อแผ่นในราคาที่ถูกมาก โดยจะมี 2 รูปแบบคือ CD-R คือเป็นแผ่นซีดีที่เขียนแล้วไม่สามารถลบข้อมูลในแผ่นได้ ส่วน CD-RW จะสามารถลบข้อมูลและเขียนข้อมูลลงไปในแผ่นได้หลายครั้ง ในการเขียนแผ่นซีดี สามารถบันทึกข้อมูลเอกสาร รูปภาพ ภาพยนตร์ เพลงในรูปแบบ Audio และ MP3 ได้ ในการอ่านสเปคของเครื่องเขียนแผ่นซีดีนั้น จะมีตัวเลขบอกความเร็วทั้งหมด 3 ชุด เช่น 52x32x52x นั่นหมายถึง เขียนแผ่น CD-R ที่ความเร็ว 52x CD-RW ที่ความเร็ว 32x และอ่านแผ่นซีดีที่ความเร็ว 52x สำหรับไดร์วแบบ COMBO จะแตกต่างกันคือเพิ่มความสามารถในการอ่านแผ่น DVD ได้ด้วยก็จะมีตัวเลขอีกชุดหนึ่งในการอ่านแผ่น DVD ที่ความเร็ว 16x ส่วนการอ่านเลขความเร็วของ DVD-Writer ก็เช่นเดียวกัน แต่อาจแตกต่างเนื่องจากมีฟอร์แม็ตที่แตกต่างออกไป

ฮาร์ดไดร์ว อุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ไม่ควรมองข้าม

ฮาร์ดไดร์ว (อาจเรียกว่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ว) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ใช้จานแม่เหล็กในการบันทึกข้อมูล จะแตกต่างจากซีดีรอมคือสามารถเขียนและลบข้อมูลได้ เป็นไดร์วเก็บระบบปฏิบัติการ โดยในการเปิดเครื่องนั้น คอมพิวเตอร์จะโหลดระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งในฮาร์ดไดร์ว ความจุของฮาร์ดไดร์วในปัจจุบันเริ่มต้นที่ 60-80 GB โดยจะมีจำหน่ายในรุ่น 40GB 60GB 80GB 128 และ 250GB ยิ่งมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่ใหญ่ก็สามารถบันทึกข้อมูลได้มาก โปรแกรมบางตัวใช้เนื้อที่ในการติดตั้งมาก คุณจะต้องพิจารณาจากลักษณะงานที่ทำ เช่นทำงานเอกสารใช้เนื้อที่ไม่มาก แต่หากทำกราฟิก ชอบดาวน์โหลดไฟล์จากอินเตอร์เน็ต เล่นเกม ก็ต้องใช้ฮาร์ดไดร์วเนื้อที่ความจุสูงๆ ฮาร์ดไดร์วมีขนาดความจุหน่วยนับเป็น Gigabytes (GB) ส่วนโน้ตบุคอาจมีขนาดหน่วยความจำที่ไม่มากนัก เริ่มต้นที่ 60 GB เนื่องจากราคาฮาร์ดไดร์วของโน้ตบุกแพงกว่าพีซี สิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาคือเรื่องความยืดหยุ่นในการอัพเกรด คอมพิวเตอร์พีซีสามารถเพิ่มฮาร์ดไดร์วได้มากถึง 4 ไดร์ว แต่สำหรับโน้ตบุคนั้นสามารถติดตั้งฮาร์ดไดร์วได้เพียงไดร์วเดียว หากต้องการอัพเกรดอาจต้องใช้ USB Storage Drive หรือ USB External Hard Drive แบบต่อภายนอกแทน

หากต้องการใช้งานโน้ตบุค ระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่นานเท่าใด
แบตเตอรี่โน้ตบุคแบบ lithium-ion (li-ion) ให้คุณใช้งานคอมพิวเตอร์ได้นานถึง 3 ชั่วโมง และยังได้รับการปรับปรุงด้านการจัดการพลังงานให้ใช้งานได้นานถึง 4 – 6 ชั่วโมง โดยดูแบตเตอรี่แบบ 4 Cells และ 8 Cells

ปัญหาน่าฉงนสำหรับมือใหม่
??? พอร์ต USB คืออะไร Plug and Play หมายถึงอะไร ???
ในการอ่านสเปคคอมพิวเตอร์ คุณอาจสงสัยว่ามีพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง USB, PCI, และ IEEE 1394 (หรือเรียกว่า FireWire) พอร์ตเชื่อมต่อเหล่านี้มีความแตกต่างในการใช้งาน โดยพอร์ต USB นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุปกรณ์ทุกชนิดสามารถเชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร ์เครื่องใดๆก็ได้โดยไม่มีปัญหาในเรื่องความเข้ากันได้ของพอร์ตในรูปแบบต่างๆ โดยการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ Plug and Play นั่นหมายความว่าง่ายในการติดตั้ง เสียบแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าอื่นๆให้ยุ่งยาก แต่หากคุณมีอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อมากกว่าจำนวนพอร์ตที่คอมพิวเตอร์มีมาให้ จะต้องใช้ตัวเชื่อมเรียกว่า ฮับ (HUB) เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากขึ้น

การเลือกจอแสดงผลภาพคอมพิวเตอร์
แม้ว่าคุณจะซื้อคอมพิวเตอร์ทั้งชุด บางครั้งราคาที่คุณพบตามใบปลิวอาจไม่ได้รวมราคาจอภาพก็ได้ ทำให้เห็นว่าเครื่องราคาถูกกว่าปกติ ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์แม็คอินทอช iMac โน้ตบุค และคอมพิวเตอร์บางชุดได้รวมจอภาพไว้ด้วยแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อจอภาพได้ตามต้องการ โดยจอภาพมี 2 ประเภทคือ CRT เป็นจอภาพทั่วๆไป และจอภาพแบบ LCD จะมีขนาดเล็ก แบน ประหยัดเนื้อที่ในการวาง ซึ่งขณะนี้ราคาต่างกันไม่มากนัก
โดยการเลือกซื้อจอภาพ CRT จะดูจากความละเอียดในการแสดงผลภาพ โดยจะมีจอขนาด 14” 15” 17” 19” 21” และต้องพิจารณาจากความสามารถในการแสดงภาพ Dot Pitch ยิ่งเลขต่ำยิ่งดี

สำหรับจอ LCD จะต้องดูที่ Response Time ตัวเลขยิ่งน้อย ยิ่งเล่นภาพได้ราบรื่น เช่น 8MS หรือ 4MS

Graphic Card
Graphic Card


แถมท้าย

เลือกระบบปฏิบัติการ

ในการทำงานของคอมพิวเตอร์นั้น จะมีระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows จะมีตั้งแต่
Windows 98, 98SE, ME, 2000, XP, XP Service Pack2 โดยปกติไม่ต้องกังวลเพราะร้านจะติดตั้งโปรแกรม (เถื่อน) มาให้อยู่แล้ว หากต้องหาซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้สามารถซื้อได้จากร้านตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ นั้นๆ

ต้องการต่ออินเตอร์เน็ต

ปกติจะแถมโมเด็ม 56K มาให้ด้วยในการซื้อคอมพิวเตอร์เซ็ต แต่หากไม่มีก็ซื้อได้ในราคาไม่กี่ร้อย หรืออยากใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL ก็ขอได้จากผู้ให้บริการ เช่น True, TOT หรือ TT&T ครับ

ขอให้สนุกกับการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญต้องดูการรับประกันสินค้าด้วยนะครับ ว่าประกันกี่ปี บริษัทใดเป็นตัวแทนจำหน่า หากมีปัญหาจะได้เปลี่ยนหรือซ่อมได้ครับ อย่าไปหลงเชื่อประกันร้านค้า เพราะอาจไม่น่าเชื่อถือพอครับ ปกติแล้วการรับประกัน จอ CRT 3 ปี ซีพียู 3 ปี เมนบอร์ด 3 ปี การ์ดแสดงผล 2-3 ปี หน่วยความจำ Life Time รับประกันตลอดอายุการใช้งาน (หากมีสินค้าเปลี่ยน) สำหรับฮาร์ดไดร์วจะมีระยะเวลาการรับประกัน 3 – 5 ปีครับ

ขอให้มั่นใจกับข้อมูลที่เราค้นหาให้เพียงพอ อย่าหลงเชื่อคำพูดของคนขายเพียงอย่างเดียวครับ ขอให้โชคดีกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่นะครับ

Ref :: http://www.pantip.com/tech/article/article.php?id=112

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): opensourcecomputeritงานพัฒนา
หมายเลขบันทึก: 25877
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)