วันที่ 29 เมษายน 2552

ดิฉันมีโอกาสไปเล่า เรื่อง

คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี ให้กับพยาบาลใน รพ ศรีนครินทร์ มข ในการอบรมของพยาบาลศัลยกรรม

ปัญหาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี ยังพบมากไม่ยอมลดลง สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก สมัยก่อนใครเป็นโรคนี้จะต้องเสียชีวิตภายใน 3 เดือน ปัจจุบันมีชีวิตได้นานขึ้น เพราะการรักษาทันสมัย

ถึงแม้เราจะให้ความรู้กับประชาชนว่า..ไม่ควรบริโภคปลาดิบ แต่....

ปัจจุบันมะเร็งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย  ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทองอวบ  อุตรวิเชียร, 2532) และมีอัตราการเกิดสูงสุดในโลก (ปณต มิคะเสน, 2533)   เนื่องจากการนิยมบริโภคปลาดิบและปลาร้าดิบที่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้  อัตราตายของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีใน ปี พ.ศ. 2540 เท่ากับ 9.6 ต่อประชากรแสนราย  คิดเป็นอัตราตายในผู้ป่วยชาย 13.8 ต่อประชากรแสนรายและคิดเป็นอัตราตายในผู้ป่วยหญิง 5.4 ต่อประชากรแสนราย  (กองสถิติสาธารณสุข, 2540)    จากข้อมูลของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่มีรายงานในปี 2541  พบผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีรายใหม่ที่มารักษาจำนวน 831 คน เป็นเพศชาย 600 คน และเพศหญิง 231 คิดเป็นอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง 2.6 ต่อ 1  (Cancer, Unit Khon Kaen University, 1998)

เราจึงทำวิจัย  เพื่อค้นหาคำตอบวิธีการดูแลเพื่อให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่

พบว่า................

ระยะที่ 1  ซึ่งเป็นวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า  ผู้ป่วยทุกรายมีปัญหาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ 

  • ปัญหาด้านร่างกาย  ผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง ท้องโตและแน่นท้อง  ปวดรอยแผลผ่าตัดและปวดเอว  คันตามตัว มีไข้สูงหนาวสั่น  ผู้ป่วยบางราย  บอกว่ามีผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด  

  • ปัญหาด้านจิตใจ วิตกกังวล กลัวไม่หายและกลัวโรคเป็นกลับซ้ำ  กลัวตาย

  • ปัญหาด้านจิตวิญญาณ  กลัวตาย และวิถีชีวิตเปลี่ยนไป

...................

การดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด ในช่วงเวลาที่อยู่โรงพยาบาล  ก่อนกลับบ้านและช่วงเวลาที่อยู่บ้าน   ประกอบด้วย 

การจัดการกับความเครียด : ต้องทำใจและชีวิตต้องสู้   ผู้ป่วยกังวลนอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิด ตื่นเต้น ทั้งจากภาวะของโรค จากการรักษาและผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยมีการจัดการกับความเครียด  โดยการใช้หลักทางศาสนา ซึ่งเป็นแนวทางในการตอบสนองการดูแลตนเองทางด้านจิตวิญญาณ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความหวังและกำลังใจที่จะต่อสู้กับความทุกข์ทรมานกับโรคและความเจ็บปวดทางด้านร่างกายและจิตใจ

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการปวดและทุกข์ทรมาน ผู้ป่วยจะรับประทานยาตามที่แพทย์ให้หรือขอยาจากพยาบาลและให้ญาตินวดบริเวณที่ปวดให้ วิธีแก้ไขเมื่อมีอาการปวดขณะอยู่ในโรงพยาบาล  ผู้ป่วยอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทำกิจกรรมต่างๆให้  ให้ยาแก้ปวดทั้งกินและฉีด

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการเบื่ออาหาร ระหว่างที่ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด จะมีอาการเบื่ออาหารมากแต่พยายามรับประทานอาหารตามคำแนะนำและงดอาหารที่ทำให้คลื่นไส้  ดื่มน้ำมากๆ  

การดูแลตนเองเรื่องการทำกิจวัตรประจำวัน  การพักผ่อนและการออกกำลังกาย ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดจะรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ ระหว่างอยู่ที่โรงพยาบาลผู้ป่วยต้องการให้ญาติเฝ้าดูแลเพราะช่วยเหลือตัวเองได้น้อย หลังจากนั้นผู้ป่วยจะกลับไปอยู่บ้านและจะนัดมารับยาครั้งต่อไป 4 สัปดาห์ ขณะอยู่บ้าน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะงดทำงาน งดออกงานสังคม ออกกำลังกายโดยเดินตอนเช้า  หลังจากนั้นจะนอนพักผ่อนทั้งวัน  กลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะมีอาการปวด   

การแสวงหาแหล่งประโยชน์  ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล  ผู้ป่วยจะขอความช่วยเหลือจากแพทย์  พยาบาล   เกี่ยวกับการดูแลขณะให้ยาเคมีบำบัด  ยาแก้ปวด  การจัดหาอาหาร การดูแลสิ่งแวดล้อม  แต่การดูแลเรื่องการทำความสะอาดร่างกาย  การพาเข้าห้องน้ำ  การเช็ดตัว ผู้ป่วยจะขอความช่วยเหลือจากญาติ 

......

ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ พบว่า รูปแบบการส่งเสริมการดูแลตนเองมี 8 รูปแบบ คือ   

  • การให้ความรู้เรื่องโรคและการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีและจัดหาหนังสือที่ส่งเสริมพลังใจให้อ่าน  

  • การให้คำปรึกษาทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ทางโทรศัพท์

  • การให้กำลังใจและจัดให้เข้ากลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน   

  • การจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม จัดโรงพยาบาล ให้น่าอยู่เหมือนบ้าน  ยืดหยุ่นกฏระเบียบบ้าง ผู้ป่วยและญาติจะได้ผ่อนคลาย

  • ส่งเสริมให้มีเจตคติที่ดีต่อโรคและการรักษา  

  • ให้กำลังใจและความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง   

  • ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวหาแหล่งประโยชน์

  • เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ป่วยและทีมการดูแล     

หลังจากให้การดูแลผู้ป่วยตามรูปแบบที่เหมาะสมในแต่ละคน  ผู้วิจัยติดตามวัดพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มารับยาเคมีบำบัดจำนวน 3 ครั้ง  จนสิ้นสุดโครงการ

ผลการวิจัยพบว่า.. ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัดภายหลังได้รับการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองสามารถดูแลตนเองดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ถึงแม้ว่า...เราจะหาวิธีการดูแลดีอย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ การป้องกัน ถ้าไม่กินปลาร้าดิบ ก้อยปลา และไนโตรซามีนที่อยู่ในของหมักของดอง โรคนี้ก็จะป้องกันได้ เราควรให้คำแนะนำญาติผู้ป่วยเพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง จะได้ไม่เป็นโรคนี้ กันดีกว่าแก้ค่ะ

อุบล จ๋วงพานิช

2 พฤษภาคม 2552

 .................

ตารางการอบรม

วันที่  29  เมษายน  2552

8.00-8.30  น.   ลงทะเบียน

8.30-9.15  น.   พิธีเปิดและการสร้างเครือข่ายทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

โดย  หัวหน้างานบริการพยาบาล

9.15-10.00  น.   สถานการณ์มะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยและจังหวัดขอนแก่น

โดย  ผศ.ณรงค์    ขันตีแก้ว    ภาควิชาศัลยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์

10.00-10.15  น. รับประทานอาหารว่าง

10.15-12.00  น. การรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี  โรงพยาบาลศรีนครินทร์

โดย  ผศ.ณรงค์    ขันตีแก้ว    ภาควิชาศัลยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์

12.00-13.00  น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00-14.30  น. การนำทฤษฏี  และกระบวนการทางการพยาบาลใช้ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

  • การจัดระบบและการใช้กระบวนการทางการพยาบาล

        โดย ศิริพร   มงคลถาวรชัย 

  • ความเข้มแข็งอดทนในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

        โดย  เฉลิมศรี   สรสิทธิ์

  • คุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

        โดย  อุบล   จ๋วงพานิช

14.30-14.45  น. รับประทานอาหารว่าง

14.45-16.30  น.  อภิปรายกลุ่ม  "การดูแลผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี   อย่างครบวงจร

นำอภิปรายโดย   นางพัสดา  ภักดีกำจร  หัวหน้าหอผู้ป่วย 3ก.

  • ห้องตรวจศัลยกรรมทั่วไป โดย นางสลักจิตร ศรีมงคล
  • หอผู้ป่วย โดย นางสาวเฉลิมศรี สรสิทธิ์
  • ห้องผ่าตัด โดย นางกาญจนา เขื่อนแก้ว
  • ห้อง X-ray โดย นางเกยูร พรมอ่อน
  • ด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี(APN)โดย นางภัทวานิษฐ์ จิรวัสโชติกานต์