อร่อยกับอาหารที่เธอบริการ แล้วคงหลับฝันถึงรอยยิ้มของเธอเป็นแน่

      ที่สนามบินฮ่องกงมีคนไทยมาทำมาค้าขายเท่าที่ทราบมีสองเจ้า เจ้าแรกขายอาหารและเครื่องดื่ม อีกเจ้าขายเครื่องหนัง ผมสังเกตดูมีลูกค้าเยอะพอสมควร อยากอุดหนุนแต่มาทราบต่อเมื่อได้ของกินพอแล้ว จึงตั้งใจว่าขากลับจะแวะอุดหนุนน้ำดื่มสักหน่อย

      บริเวณขายของในสนามบินไม่กว้างมากนักพอๆ กับสุวรรณภูมิ นอกจากอาหารและน้ำดื่มแล้ว ที่คนเดินมากหน่อยเห็นจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า สุราและไวน์ ที่ซื้อเห็นมีไม่กี่คน ส่วนใหญ่เดินดู (เหมือนผมเลย) ผมเดินจนทั่วก็กลับมาที่เดิม ตอนนั้นลูกสาวผมกำลังเก็บคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค แกบอกว่าแบตเตอรี่จะหมดแล้ว

      "แถวนี้ไม่มีที่เสียบปลั๊กไฟรึ" ผมถามและพูดต่อว่า "พ่อเห็นฝรั่งทีนั่งอยู่มุมโน้นเขาใช้ไฟฟ้าของสนามบินได้นี่"

      "มันเป็นปลั๊กขนาดใหญ่พ่อ เราต้องหาปลั๊กขนาดเท่าของเขามาพ่วง" ลูกสาวผมตอบ ผมดูนาฬิกาเห็นว่ามีเวลาเหลืออีกตั้งสองชั่วโมง จึงไปเดินหาปลั๊กไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ร้านที่คาดว่าพอจะมี แต่ผิดหวังครับ

      สี่ทุ่มตรงเราออกจากที่นั่งพักไปยังประตูที่ 33 ซึ่งต้องนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินภายในสนามบิน นั่งไม่นานเลยแบบเก้าอี้ยังไม่ทันอุ่นก็ถึงจุดหมาย (แต่ก็ดีกว่าเดินแน่นอน)

      เวลาห้าทุ่มครึ่งคาเธ่ย์แปซิฟิคก็พาเราทะยานขึ้นจากสนามบินฮ่องกงมุ่งสู่ลอสแอนเจลิส หลังจากไฟบอกรัดเข็มขัดดับ นางฟ้าแสนสวยก็เริ่มบริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่ผมว่านางฟ้าแสนสวยนั้นไม่เกินจริงเลย เธอน่ารัก ยิ้มสวย เสียงของเธอเพราะมาก ขณะที่พูดเธอยิ้มทั้งใบหน้าและแววตา การบริการก็คล่องแคล่วว่องไว ผมคงอร่อยกับอาหารที่เธอบริการ แล้วคงหลับฝันถึงรอยยิ้มของเธอเป็นแน่