“การช่วยให้คนอื่นมีความสุขเป็นสิ่งที่ประทับใจ ทำงานแล้วได้เห็นผลแม้จะเหนื่อยก็มีความสุข” (บริษัท นันยางการทอฯ จำกัด)
กลุ่มการดำเนินงานในอดีต
วิทยากรกระบวนการ : อ.ขวัญเมือง แก้วดำเกิง
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มนี้ สรุปสาระสำคัญเป็นแผนภาพการเรียนรู้ ดังนี้
ผู้นำเสนอผลงาน : คุณรัตนา สิทธิแก้ว

เวทีแลกเปลี่ยนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กรในวันนี้ แม้กลุ่มจะเล็ก แต่มีสีสันเพิ่มขึ้นกว่าสองครั้งที่ผ่านมา เพราะคราวนี้มีผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐเข้ามาร่วมในกลุ่มอดีตด้วยจำนวน 2 ท่าน ทำให้เกิดประเด็นเชิงเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลาในทุกประเด็นที่เราพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในคราวนี้ ทั้งในเรื่องนิยามความสุขในองค์กร นโยบายการสร้างสุขในองค์กร และกิจกรรมที่ประทับใจ มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
“ความสุขในองค์กร” เป็นอย่างไร?
เราพูดคุยกันด้วยประเด็นเรื่องนิยามของคำว่า “ความสุขในองค์กร” สมาชิกในกลุ่มอดีตได้พูดถึงความสุขในองค์กรของตนเอง แยกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
กลุ่มแรก มองในเรื่องบรรยากาศการทำงาน ได้แก่
“ทุกคนเป็นกัลยาณมิตรกัน” (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
“เพื่อนร่วมงานดี เจ้านายดี ลูกน้องดี” (สำนักงานประกันสังคม)
“อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน” (บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด)
กลุ่มที่สอง มองในเรื่องสวัสดิการและปากท้อง ได้แก่
“ความสุขที่เรามองสิ่งแรกคือปากท้อง” (บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จำกัด)
“คุณภาพชีวิต ชีวิตความเป็นอยู่” (บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด)
“ความเสมอภาคในเรื่องของสวัสดิการ” (บริษัท การบินไทย จำกัด)
นอกจากนี้ สมาชิกกลุ่มอดีตจากหน่วยงานภาครัฐ ยังมองความสุขในองค์กรของตนเองในมุมมองที่แตกต่างออกไป คือ เน้นไปที่ผลงานเป็นสำคัญ โดยกล่าวว่า “ความสุขของคนในองค์กรของเราตอนนี้มุ่งเน้นเรื่องตัวงานทั้ง output, outcome ที่ออกมา เพื่อให้เกิดผลให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของแผนประจำปี การพัฒนาตัวบุคคลจึงแปลกไปจากเอกชน”
นโยบายการสร้างสุขในองค์กร
สมาชิกกลุ่มอดีตพูดคุยถึงนโยบายการสร้างสุขขององค์กร ซึ่งส่วนใหญ่มีการสนับสนุนที่ชัดเจนจากผู้บริหารบริษัท บางแห่งเป็นแนวทางของบริษัทแม่ ส่วนนิยาม “ความสุขในองค์กร” ที่พูดถึงค่อนข้างจะสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงในบริษัทที่มาแลกเปลี่ยนกันในครั้งนี้ แต่มีการเน้นกิจกรรมที่สอดแทรกไปกับการดำเนินงาน ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ใช้งบประมาณไม่มาก
“นโยบายกำหนดโดยเทยิน เจแปน มีมาตรฐานอยู่แล้ว ถึงแม้ผู้บริหารโรงงานเปลี่ยนไปแต่ตัวหลักต้องคงไว้ มุ่งเน้นที่คน งบประมาณก็ไม่ได้เยอะ แต่ละแผนกเขาจะมีกิจกรรมภายในแผนกของเขาอยู่แล้ว และที่จัดแต่ละเดือนก็มีชมรมกรรมการแต่ละชมรมก็มาช่วยกัน งบก็ใช้ตรงของรางวัล ของบริษัทจะเป็นการจัดภายในไม่ได้ออกไปภายนอก เรียกว่า input เข้าไปใน lifestyle เลย” (บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด)
“นโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรไม่มี แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ประธานไป kick off ในทุกโรงงาน ก็เป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ถือว่าเป็นนโยบายว่า HR ต้องเอาไปทำ เช่น วันครอบครัวประจำปีทุกโรงงานต้องมาทำร่วมกัน หรือการไปปลูกป่า พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่จังหวัดนั้น แต่ละโรงงานก็จัดกิจกรรมของตัวเองไปด้วย กิจกรรมที่นำมา join กันก็เช่น กิจกรรมคาราโอเกะ กีฬาเปตอง เราจัดทั้งภายในและมาแข่งระหว่างโรงงานด้วย เป็นแผนทั้งปี ซึ่งจะมี HR ของสำนักงานใหญ่เป็นคนประสานงานและกำหนดโครงทั้งหมด ส่วนงบประมาณก็ไม่เยอะ เราก็ต้องมาคิดว่ามีกันอยู่แค่นี้เราจะทำอะไรบ้าง ใช้เงินให้ประหยัดที่สุดเพื่อให้กิจกรรมออกมาเยอะที่สุด พนักงานที่ชลบุรีประมาณ 400 คน เราทำให้ทั้งพนักงานและผู้รับเหมาด้วยไม่ได้แยก” (บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จำกัด)
“การบินไทยเราทำครบหมดแล้ว กิจกรรมก็สอดคล้องกับนโยบาย บริษัทเราเน้นเรื่องจิตวิทยา เนื่องจากก็เคยมีปัญหาถึงชีวิต ตอนนี้เราก็มีการผ่อนคลายให้กับพนักงาน เช่น มีเกมส์”
(บริษัท การบินไทย จำกัด)
“กิจกรรมของเราที่ทำจะล้อไปกับนโยบายที่เราอยากให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี พอมี happy work place เราก็เอาไปจัดทำครบหมด แต่เป็นแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ” (บริษัท นันยางฯ จำกัด)
เมื่อมองนโยบายการสร้างสุขในองค์กร จะเห็นได้ว่าหน่วยงานของรัฐมีนโยบายที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากไปมุ่งที่ผลงานมากกว่า และการตอบสนองความสุขให้คนในหน่วยงานภาครัฐเป็นการตอบสนองตามผลงาน โดยมีสวัสดิการภาครัฐเป็นพื้นฐานที่ทุกคนจะได้รับอยู่แล้ว
“นโยบายมันไม่ชัดเจน เช่น กลุ่มนี้จัดงานก็เชิญกลุ่มอื่นมา กิจกรรมที่ทำก็ไม่บ่อยครั้ง เช่น งานกีฬากระชับความสัมพันธ์หรืองานปีใหม่ ยอมรับว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ออกไปทำ team building ก็มีแต่พอกลับมาก็เหมือนเดิม ปัจจัยที่อยู่รอบตัวทำให้เรา ignore” (สพฐ.)
“นโยบายของเราไม่ได้มองที่คนในองค์กรมากเท่าไหร่ แต่จะมองเป็นแผนของเรื่องที่เราต้องทำ กิจกรรมที่ทำร่วมกันมีแต่น้อย ตัวเองมองถึงผู้นำมากกว่า จริงๆ นโยบายอาจไม่ต้องเขียนถ้าผู้นำทำหรือลงมือให้เห็นว่าในการทำงานของเรามันมีความสุข น้อง ๆ ก็จะมีความสุขในการทำงาน แต่เราก็ประสบปัญหาเวลาเราไปทำละลายพฤติกรรมหรือทำ OD. กันต้องไปวันเสาร์ อาทิตย์ วันธรรมดาไปไม่ได้เพราะงานเราเป็นงานบริการและวิชาการด้วย แม้กระทั่งจะไปอบรมก็ต้องไปอบรมวันเสาร์หรือวันอาทิตย์” (สปส.)
กิจกรรมที่ประทับใจ
สมาชิกกลุ่มอดีตมีกิจกรรมที่นำมาเล่าสู่กันฟังด้วยความประทับใจ ซึ่งสมาชิกที่ได้รับฟังก็รับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี สามารถนำไปทดลองใช้ได้เลย ไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์ อาทิ กิจกรรม lunch talk (กินกลางวันกับผู้บริหารทุกวันอังคาร) กิจกรรม admin walk-in (หัวหน้างานเดินพบปะพนักงาน) ชมรมพุทธศาสน์ ชมรมลีลาศ ฯลฯ
“กิจกรรมที่ชอบคือ lunch talk อย่างน้อยเขาก็รู้จักแผนกเราเอง ได้เพื่อนด้วย ทุกวันอังคาร ปัญหาต่าง ๆ ของพนักงานบริษัทก็จะนำไปพูดกันในเวลาอาหารกลางวัน เช่น วันนี้มีพนักงาน 10 คน ก็มีผู้จัดการโรงงาน มีฝ่ายผลิต ผู้บริหาร 3 ท่าน พนักงานแผนกละ 1 คน จะวนไปเรื่อย ๆ ถ้าผู้บริหารติดงานก็จะเลื่อนวัน ไม่มีการยกเลิก เราจะได้รับฟังปัญหาและนำปัญหานี้มานำเสนอคณะกรรมการ” (บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด)
“กิจกรรมที่ประทับใจทุกกิจกรรมที่ HR น่าจะประทับใจทั้งหมด ในแง่ที่ว่าทำแล้วพนักงานให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วม เพราะในสภาวะปัจจุบันก็ต้องเหนื่อยกับการทำงานอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังมีใจที่จะมาทำมาร่วมกิจกรรมกับเรา อีกอย่างคือกิจกรรมที่ทำไปแล้วได้รับคำชมกลับมา ที่ผ่านมากิจกรรมที่ชอบมากที่สุด คือโครงการ admin walk-in เราจัดทีมลงไปพูดคุยกับพนักงานเดือนนึงทำทุกหน่วยงาน จัดเป็นตารางเข้าไปให้ข่าวสารนอกเหนือจากที่เป็นทางการจากที่ติดบอร์ด ไปรับ comment มาหมดอย่างไม่เป็นทางการ ก็มีรายงานว่าปัจจุบันพนักงานกลุ่มนี้มีปัญหาอะไร ต้องการอะไร แล้วบริษัทจะจัดการอย่างไร เขาสามารถถามได้เลย เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยกล้าเข้ามา หลัง ๆ ก็จะเข้ามาคุย มีความเป็นมิตรเยอะ” (บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จำกัด)
“ที่โดดเด่นคือบริการด้วยใจ บริการลูกค้ากับเพื่อนร่วมงานด้วยใจ สามารถเปลี่ยนไปได้กับทุกๆ สถานการณ์ ณ เวลานั้น อย่างช่วงนี้ก็เน้นเรื่องจิตใจเพราะการบินไทยเกิดวิกฤต เช่น นิมนต์พระมาเทศน์เรื่องการดำรงชีวิต หรือการให้ความรักกัน หลายอย่างที่เปลี่ยนไปก็เอาเรื่องอื่นมาทดแทน เช่น ตอนนี้ก็เป็น บินกับเพื่อน เพื่อนของพนักงานการบินไทยสามารถบินในราคาถูก เป็นต้น และมีกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมไปสู่สังคมมากขึ้น มีการให้มากขึ้น” (บริษัท การบินไทย จำกัด)
“ถ้าลงเป็นกิจกรรมเราก็มีหลายตัว เช่น ชมรมพุทธศาสน์ ชมรมลีลาศ ฯลฯ เราประทับใจเรื่องการได้รับรางวัลจาก กพร.ในเรื่องการชี้วัด ถือเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เป็น return เล็กน้อยและกำลังใจให้กับคนทำงาน เป็นการยืดกำลังใจของคนในที่ทำงานและให้มีความตั้งใจในการทำงานต่อไปได้อีก” (สปส.)
นอกจากนี้ ความรู้สึกดีดี ที่เกิดขึ้นจากคนทำงานเพื่อความสุขของคนทำงานด้วยกัน ย่อมได้รับสิ่งดีดีตอบแทนกลับมา แม้ไม่ได้รับกลับมาในรูปสิ่งของ เงินทองหรือทรัพย์สิน แต่มีสร้างให้เกิดความสุขมากกว่า ลองฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกกลุ่มอดีตดูสิ มีคำพูดดีดี ดังนี้
“การช่วยให้คนอื่นมีความสุขเป็นสิ่งที่ประทับใจ ทำงานแล้วได้เห็นผลแม้จะเหนื่อยก็มีความสุข” (บริษัท นันยางการทอฯ จำกัด)
“ประทับใจทุกส่วน เวลาเราทำอะไรไปแล้วมีผลกลับมา ภาคภูมิใจอะไรมันก็รู้สึกดีไปหมด สิ่งที่ให้เขาไปเขาสนใจ เช่น การมาขอแผ่นพับที่เราออกไป ซึ่งเขาอาจจะไม่ชอบความสวยงามที่เราออกแบบ แต่เขาชอบเนื้อความ เป็นต้น พนักงานก็เยอะตั้ง 20,000 กว่าคน ทั้งประจำ และ outsource ก็มีคนที่ให้ความสนใจงานของเราเหมือนกัน ต่อให้งานเยอะแค่ไหนเราก็ไม่เครียด รู้สึกดี และภูมิใจ” (บริษัท การบินไทย จำกัด)
“ทุกกิจกรรมที่ได้ทำไปไม่ต้องออกเป็นคำพูด ให้มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะก็พอ แต่ก่อนมีคำถามว่าทำไมๆ ตลอด แต่คิดว่าชีวิตคือการเรียนรู้ คิดอย่างนี้ก็มีความสุข” (บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด)
“ถ้าแต่ละคนนำธรรมะมาใช้นั้นความทุกข์จะไม่มีเลย ความสุขมันเกิดขึ้นเองในการทำงาน ถ้าเราคิดฟุ้งซ่านก็เกิดความเครียด ง่าย ๆ คือให้เอาความรู้สึกต่าง ๆ มาเกาะกับร่างกาย ทุกอย่างเกิดมาจากจิตจากใจ รู้จักการปล่อยวาง มันมีความสุขในการทำงานตลอด ประทับใจงานที่เรารัก เรามองแง่บวกตลอด” (สพฐ.)
“เราประทับใจเรื่องการได้รับรางวัลจาก กพร. ในเรื่องการชี้วัด ถือเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เป็น return เล็กน้อยและกำลังใจให้กับคนทำงาน เป็นการยืดกำลังใจของคนในที่ทำงานและให้มีความตั้งใจในการทำงานต่อไปได้อีก” (สปส.)
หลังจากนั้น มีการนำเสนอความคิดจากการพูดคุยในกลุ่มเล็กสู่กลุ่มใหญ่ สมาชิกกลุ่มฝังใจกับอดีตกาลช่วยกันระดมพลังระบายภาพอันสวยสดงดงาม และฝากให้คุณคุณรัตนา สิทธิแก้ว เจ้าแม่บริษัท นันยางการทออุตสาหกรรม จำกัด ออกไปเป็นผู้แทนนำเสนอ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
“องค์กรเปรียบเสมือนต้นไม้เล็กๆ ต้นนึงที่เป็นกล้าที่เราเพาะขึ้นมา บำรุงด้วยน้ำ ต้นไม้จะเติบโตขึ้น ใหญ่โต แข็งแรง เป็นองค์กรที่แข็งแรงได้นั้นจะต้องมาจากปัจจัยต่าง ๆ
ปัจจัยแรก คือ การสนับสนุนของผู้บริหารก่อน เสมือนน้ำที่รดลงไป น้ำประกอบไปด้วยอาจจะให้เวลาหรือเงินทองมาช่วยในการสนับสนุนหรือแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ซึ่งเรามองถึงปัจจัยการเจริญเติบโตเริ่มจากพื้นฐานคือพนักงานทำงานของเราอิ่มก่อน ถ้าไม่อิ่มก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ คือเรื่องของสวัสดิการ เงินเดือนต่าง ๆ
ปัจจัยตัวที่สอง คือ เรื่องความปลอดภัย หรือความมั่นคงในชีวิตอย่างเรามาทำงานทุกวันความปลอดภัยก็เป็นปัจจัยให้เรารู้สึกว่าอยู่องค์กรนี้แล้วมั่นคง มีความสุขและไม่อยากจากไปไหน ไม่ได้หมายถึงร่างกายอย่างเดียวแต่รวมถึงทางจิตใจด้วย
ปัจจัยตัวที่สาม คือ การอยู่ร่วมกัน เราถือว่านำ สสส.มาเป็นโมเดลเป็นแบบอย่างของเราด้วย การสื่อสารจึงเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญยิ่ง ทำให้องค์กรอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีการคุย อย่างบริษัท เทยิน เขามีโครงการ “lunch to talk” คือเชิญพนักงานมาทานอาหารฟรีแล้วคุยความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงาน โดยผู้บริหารไปนั่งฟังด้วย หรือของบริษัท กระจกไทยอาซาฮี มี admin walk in คือเข้าไปคุยในที่ทำงานเลยว่า (พนักงาน) เขามีปัญหาอะไร มีข้อมูลข้างบนลงมาถึงข้างล่างและขึ้นจากล่างไปด้วยว่ามันมีปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อพื้นฐานพร้อมทุกอย่างผู้บริหารให้เวลาและโอกาส ก็จะออกมาเป็นผลผลิตหรือเป็น output ออกมา เมื่อทุกคนมีความสุขก็มีแรงจะทำงาน มีแรงสร้าง productivity ขององค์กรเกิดขึ้น เมื่อเกิด productivity ขึ้นตรงนั้นคือ profit ขององค์กร ซึ่งองค์กรหรือพนักงานเองก็มองว่า win-win ทั้งสองฝ่าย ความสุขจะเกิดขึ้นได้มองว่าน่าจะมาจากสองฝ่ายที่คุยกันมากขึ้น มีกิจกรรมทำร่วมกันมากขึ้น จะทำให้โลกน่าอยู่..วันวานก็ยังหวานอยู่”