มาวันหนึ่งหัวหน้าเณรประกาศก้อง
ว่าไม่ต้องกลัวอาบัติหรือพลัดพลั้ง
พระเณรอยากทำเช่นไร...ไม่ต้องยั้ง
เพราะสิ่งหวังสูงสุดวิมุตติธรรม
เมื่อตัวตนสิ้นจึงถึงความว่าง
ไม่แบ่งข้างชั่วดีสิเลิศล้ำ
อยากประกอบกิจอันใดให้กระทำ
อย่ามัวจำลืมให้สิ้นศีลวินัย
“จงอย่าแบ่งฝ่ายข้างอย่างดีชั่ว
ไม่พันพัวทวิธรรมจึงสดใส
จะรังเกียจกิเลสกันทำไม”
คือหลักใหญ่วิมุตติธรรมสามเณร
เมื่อกล่าวจบวจีที่หรูเลิศ
จึงบังเกิดเสียงวิจารณ์ในหมู่เถร
บ้างคล้อยตามบ้างปฏิเสธในกฏเกณฑ์
บ้างชัดเจนบ้างสับสนและปนเป
หัวหน้าเณรจึงจัดแจงแถลงย้ำ
เป็นถ้อยคำน่างงงันด้วยหันเห
สิกขาบทเคยมีที่จำเจ
อย่าสนเท่ห์เร่งแก้ไขไม่เนิ่นนาน
รักษาศีลที่แท้หรือคือยึดมั่น
ซึ่งขัดกันกับ “ว่าง….มหาศาล”
จึงต้องแก้พระวินัยไปตามกาล
สุขสำราญยิ่งใหญ่ในใจตน
“การปล่อยวางต้องไร้วินัยครอบ
จึงพ้นกรอบชั่วดีที่สับสน
ปฏิบัติแท้ที่ใจไม่กังวล
จึงจักพ้นถึงสุดวิมุตติธรรม