ฉ้อโกง

ครูร้อยเอ็ดโล่งอกเตรียมรับเงินเดือนได้แล้ว  หลังเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเบิกจ่ายเงินเดือนวางแผนยักยอกเงินนับ 10 ล้านโอนเข้าบัญชีคนอื่น ล่าสุดเข้ามอบตัวพร้อมเงินของกลางครบ

 

  •                 จากกรณีที่ข้าราชการครูใน อ.ธวัชบุรี สพท.ร้อยเอ็ด เขต 1จำนวน 465 คน เดือดร้อนเนื่องจากไม่สามรถจะถอนเงินเดือนประจำเดือน เม.ย. 2552 จากตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงไทย สาขาร้อยเอ็ด ออกมาได้ในวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เหมือนเช่นทุกๆเดือน ครั้นได้มีการตรวจสอบไปยัง สพท.ร้อยเอ็ด เขต 1 จึงรู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากนางรุ่งรัตน์ บุบผาเดช อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 4/1 ถนนรณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพัสดุ ระดับ 5  และปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการครูในเขต อ.ธวัชบุรี ได้ทำการยักยอกเงินไปจากบัญชี จำนวน 10,068,931 บาท แล้วโอนเข้าบัญชีของนางอัจฉรา จันทร์เสละ จำนวน 3 ล้านบาท,นางสาวสุขจิตร์ตรา วิริหา จำนวน 4 ล้านบาท และบัญชีของนางจารุวรรณ กลางบุรัมย์ จำนวน 3 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 10 ล้านบาทซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของตนและไม่ใช่ข้าราชการครูเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมาทำให้นายสมเกียรติ พื้นแสน ผอ.สพท.ร้อยเอ็ด เขต 1 พร้อมนายบุญโฮม สุวรรณศรี นิติกร ฯ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท. พิชัย จันทรัตน์ พงส.(สบ 2 ) สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อติดตามตัวนางรุ่งรัตน์ บุบผาเดช มาดำเนินคดีพร้อมติดตามเงินคืนจากบัญชีอีก 3 บัญชีที่นางรุ่งรัตน์โอนเงินให้กลับมาคืนด้วยเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ตามที่ได้มีการเสนออข่าวไปแล้วนั้น

  •                 ต่อมาเวลา 11.00 น.วันที่ 29 เมษายน นี้ นางรุ่งรัตน์ บุบผาเดช ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. สมประสงค์ พิมพิลา ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ดแล้ว พร้อมให้ชุดสืบสวนติดตามเจ้าของบัญชีทั้ง 3 คนที่นางรุ่งรัตน์โอนเงินเข้าบัญชีมาสอบสวนนานนับชั่วโมง ในที่สุดนางรุ่งรัตน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกันกับนางสาวสุจิตร์ตรา วิริหา ซึ่งเป็นเพื่อนและเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตร อำเภอธวัชบุรี มาลงหุ้นกันในการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ให้กับข้าราชการครูและบุคคลทั่วไป พร้อมเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 บาท /เดือน โดยมีทุนจากการลงหุ้นปล่อยเงินกู้อยู่ทั้งหมด ประมาณ 6 ล้านบาท ต่อมาเริ่มประสบปัญหาเนื่องจากไม่สามารถเก็บเงินเข้าบัญชีได้ตามเป้า จึงได้ติดต่อขอยืมเงินจากนางอัจฉรา จันทร์เสละ และนางจารุวรรณ กลางบุรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่สหกรณ์การเกษตรอำเภอธวัชบุรีคนละ 3 – 4 ล้านบาท อ้างว่าจะนำมาลงทุนปล่อยเงินกู้มีค่าตอบแทนคืนให้ต่อเดือนสูง และทั้ง 2 คนเห็นว่าตน มีหน้าที่เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเดือนครูทั้งอำเภอ มีเงินผ่านมือเดือนละหลายล้านบาท ทั้งหมดจึงหลงเชื่อให้ยืมเงินไปลงทุน จนเป็นหนี้จำนวนมาก  ฝ่ายเจ้าของบัญชีจึงได้ติดตามทวงถามจึงตัดสินใจทุจริต ยักยอกเงินเดือนนับ 10 ล้าน โอนเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ ในเวลาต่อมาตำรวจชุดสืบสวนและพันตำรวจเอกสมประสงค์ พิมพิลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองร้อยเอ็ดได้เกลี้ยกล่อมเจ้าของบัญชีที่นางรุ่งรัตน์อ้างว่าโอนเงินเข้าไปเพื่อชำระหนี้ ให้นำเงินที่โอนเข้าไปมาคืนครบตามจำนวน  พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ และข้อหาเป็นคดีในชั้นศาลแขวงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ก่อนปล่อยตัวไป ส่วนเจ้าของบัญชีทั้ง 3 คนได้สอบปากคำไว้เป็นพยานหลักฐานเนื่องจากเป็นเจ้าหนี้
  •                             ด้านนายสมเกียรติ พื้นแสน ผอ.สพท.ร้อยเอ็ด เขต 1 กล่าวว่า เบื้องต้นตนแก้ปัญหาโดยได้รายงานขออนุมัติยืมเงินจากกรมบัญชีกลางหมวดพัฒนาบุคลากร มาสำรองจ่ายเงินเดือนให้กับข้าราชการครูธวัชบุรีจำนวน 465 คนไปก่อนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบ หากสามารถติดตามเงินจำนวนที่หายไปกลับมาได้ ก็จะนำไปส่งคืนบัญชีของกรมบัญชีกลางที่ยืมมา และได้รับการอนุมัติเงินจำนวนดังกล่าวผ่านคลังจังหวัดเพื่อนำไปเข้าบัญชีเงินเดือนข้าราชการครูแล้วคาดว่าเช้าวันที่ 30 เม.ย.นี้ครูทุกคนจะสามารถกดถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยได้แน่นอน  ส่วนในเรื่องคดีนั้นเนื่องจากคดีดังกล่าวสามารารถยอมความกันได้ และเราได้ของกลางคืนทั้งหมดแล้ว การดำเนินคดีนั้นขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน แต่ในด้านวินัยนั้นคงต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนและหากพบว่ามีเจตนาทุจริตอย่างชัดเจนเรื่องนี้อาจผิดวินัยร้ายแรงถึงให้ออกจากราชการ

 

วัชรินทร์  เขจรวงศ์/ รายงาน