การกระตุกกระตุ้นพัฒนาการสมองนั้นต้องมี2 คาถาคือความถี่และสม่ำเสมอ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ต้องขออภัยทุกท่านที่ห่างหายไปพอสมควรเพราะยุ่งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องส่วนตัวอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนช่วงชั้นการเรียนของลูก ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องงานเพราะช่วงระยะเวลาเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงที่นักศึกษาปริญญาโทขอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ต้องอ่านเล่มวิทยานิพนธ์กันทุกสัปดาห์ ช่วงสงกรานต์นึกว่าจะได้หยุดพักสบาย ๆ ที่ไหนกัน กลับเป็นต้องจดจ่อกับข่าวสารบ้านเมืองอย่างหายใจไม่ทั่วท้องซะงั้น !!!

 

วันนี้ขอเขียนเชียร์งานดี ๆ เล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูกของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะจัดขึ้นที่ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ในระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2552 นี้

 

การอ่านนิทานและเล่นกับลูกเป็นการพัฒนาสมอง เป็นการสร้างโครงข่ายใยประสาท (Neural network) ให้ได้ทำงาน ดังที่เคยทราบกันเป็นอย่างดีว่าสมองพัฒนาเซลสมองเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ในครรภ์มารดา เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้วผู้ดูแลเด็ก พ่อ และ แม่ ต้องกระตุกกระตุ้นให้เซลสมองได้ทำงานเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายใยประสาทให้มาก ช่วงเวลาทองคือ 2 ปีแรก จนถึง 6 ปี

โครงข่ายใยประสาทแรกเกิด

โครงข่ายใยประสาทของเด็ก 3-6 ปีที่ได้รับการส่งเสริมกระตุกกระตุ้นพัฒนาการสมอง

(แท้จริงการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงมีได้ตลอดอายุขัยของมนุษย์ แต่สร้างน้อยเรียนรู้ได้น้อย สร้างมากเรียนรู้ได้มาก เป็นการป้องกันและชลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้ด้วย) และการกระตุกกระตุ้นพัฒนาการสมองนั้นต้องมี2 คาถาคือความถี่และสม่ำเสมอ โดยความถี่ของการกระตุ้นจะส่งผลให้มีความหนาแน่นของโครงข่ายใยประสาทมากขึ้น ซึ่งมีความหมายในพฤติกรรมการเรียนรู้ดีขึ้น ในส่วนความสม่ำเสมอจะส่งผลให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความถาวรของโครงข่ายในที่สุดก็เป็นการทำงานของวงจรอัตโนมัติ นั่นเอง มีความหมายในการเป็นอัจฉริยภาพ

เล่านิทานอย่างไร เล่นกับลูกอย่างไร ขอให้เที่ยวงานนี้จะมีเทคนิคแพรวพราวอย่างมืออาชีพที่ทันสมัยไม่เชย สนุกทั้งผู้ดูแล พ่อ แม่ ลูก

มาถึงตรงนี้ในฐานะนักพัฒนาการสมองขอยืนยันว่าใคร่ปั้นแต่งลูกหลานอย่างไรในช่วงแรกของชีวิตคือต้นทุนที่แท้ในการดำเนินชีวิต ขยายความคือสอนดี ให้เสพดี จะติดแต่สิ่งดี

ขอถามผู้เกี่ยวข้องสื่อในวันนี้พร้อมจะมีสิ่งดี ๆ ให้เสพมากพอหรือยัง