ชมเกาะ

สวัสดีครับห่างหายไปหลายวันติดงานประชุม วันนี้เขียนต่ออีกบันทึกครับเกาะแห่งนี้มีอะไรมากมายให้ค้นหา โปรแกรมที่ทุกคนรอคอยคือเที่ยวชมรอบเกาะลันตาเป้าหมายอุทยานแห่งชาติเกาะลันตา ผมจำได้เคยไปตะลอนทัวร์สถานที่ต่างๆ มาแล้วสองครั้งสองบรรยากาศตั้งแต่ขับมอเตอร์ไซต์เช่า ไปรถตู้ ถนนหนทางตอนนี้เกือบจะไม่เปื้อนฝุ่นแล้วคงจะแปลกดีนะ

 

ผมตื่นแต่เช้าโดยไม่ต้องอาศัยนาฬิกาปลุกเพราะอยากพักผ่อนให้เต็มอิ่ม คว้ากล้องถ่ายภาพเดินออกไปสัมผัสบรรยากาศชายเลยามเช้าตรู่เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งดังสนั่น วิ่งไปตามชายหาดเป้าหมายคือหัวแหลมทางทิศเหนือ พลังคลื่นซัดลอบดักปูมาวางเรียงราวบนหาดทราย เวลาไม่รอคอยวิ่งต่อไปถึงตรงคอกวาง บริเวณแนวกันคลื่นโครงสร้างแบบแข็ง(

Soft Solution) ดูขัดตาติดกับ Twin Bay Resort เจ้าแสงตะวันเริ่มซัดสาดจากขอบฟ้าเหนือศาลาด่านไม่มีเวลาที่จะวิ่งต่อตรงตำแหน่งดังใจหมาย เมื่อไม่มีทางเลือกจึงกดชัตเตอร์ซะตรงนี้ที่ไร้ต้นปีปีเป็นส่วนประกอบของภาพจนหนำใจ สองเท้าก้าวย่างเดินกลับมาขยะชายฝั่งยังมีให้พบเห็น เลียวมองหาเจ้าของรองเท้าสาวเจ้าอยู่หนใด ผ่านมาถึงรีสอร์ทที่สรรค์สร้างหลากหลายรูปแบบ ได้พบเจอเจ้าของลอบนั่งเก็บปูที่ดักได้ไว้เป็นอาหารของครอบครัว

 

กลับมาถึงที่พักทานกาแฟร้อนๆ จากฝีมือของสาว พร้อมขนมปังจากเพลินรองท้อง ทุกคนขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อของเพื่อนโดกมุ่งสู่จุดหมายแรกอุทยานฯที่ท้ายเกาะ ผมเลือกนั่งท้ายกะบะอีกตามเคยรถขับเคลื่อนไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว สองมือถูกแบ่งหน้าที่ฝ่ายซ้ายจับโครงรถเจ้าฝ่ายขวาจับกล้องกดชัตเตอร์ แค่ได้ภาพที่อยากได้ สัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี สภาพชายฝั่งอ่าวพะแอ๊ะ คลองนินนั้นมีความลาดชันมากมีทั้งหาดหินและหาดทรายเรียงรายเป็นจุดๆ รีสอร์ทถูกปลูกสร้างบนเนินหินเหมาะสำหรับชมวิวชายทะเล รถโยกไปซ้ายขวาตามแรงเลี้ยว ขึ้นลงเขาจนเร้าใจคนนั่งหลัง ป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์สัมผัสได้ถึงความชื้นของผืนป่า พอถึงอ่าวนุ้ยฝุ่นสีแดงก็มาเยือนย้ำเตือนความทรงจำ ด้านซ้ายเห็นขนำพร้อมช้างตัวใหญ่ไว้บริการนักท่องเที่ยว เห็นแผ่นป้ายเขียนบอกไว้หาดไม้ไผ่คงเป็นที่เรามองเห็นอยู่ไกลๆ ใช่หรือเปล่า? ใกล้ถึงอุทยานฯ ล้อยางสัมผัสกับถนนคอลกรีตอีกครั้ง ไม่นานนักเจ้าสี่ล้อพาพวกเราถึงที่หมาย

 

อุทยานแห่งชาติเกาะลันตา สายตามองเห็นกระโจกไฟเด่นสง่าที่ท้ายเกาะบรรยากาศภายใต้โอบกอดขุนเขา ลานต้นตาลเติบโตเรียงรายตามกาลเวลา สองเท้ารีบก้าวเดินไปสู่จดชมวิวผ่านสะพานที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อเชื่อมต่อทางเดิน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการกัดเซาะชายฝั่ง ถึงกระโจกมองเห็นขอบเว้าของอ่าวต่าง ๆ ชัตเตอร์ถูกกดถี่หยิบ ทิวทัศน์สองหาดขนาบสองด้านทั้งหาดทรายและหาดหินก้อนกลมมน ช่างสวยงามเสียจนลืมความร้อนของแสงแดดที่แผดเผากาย ได้เวลาเดินลงกลับมาที่ลานจอดรถ

 

ผมสลับไปนั่งในรถเพื่อฟังเรื่องเล่าจากโชเฟอร์ที่ขับผ่านย้อนกลับเส้นทางเดิม สายตามองเห็นเครื่องเล่นบนท้องฟ้าเจ้า

Paramoter ร่อนเล่นลมชมวิวอยู่เบื้องบน มาถึงบ้านคลองนินพวงมาลัยรถถูกบังคับให้เลี้ยวขวา เพื่อข้ามไปฝั่งด้านทิศตะวันออกของเกาะลัดเลาะไปจนถึงร้านอาหาร View Point ของรุ่นพี่สำราญ หาญทะเล คำห้อยท้ายชื่อก็บ่งบอกว่าเป็นคนพื้นเพลันตา ยกมือไว้ทักทายรุ่นพี่พูดคุยอยู่พักหนึ่ง ก่อนขอไปชื่นชมเก็บบันทึกภาพวิวและการตกแต่งร้านที่สอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติ รินเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมฟังเรื่องเล่าจากพี่สำราญทราบว่าเกาะปูที่เห็นไกลๆ อยู่เบื้องล่างคือถิ่นฐานบ้านเดิมของพี่ คุยไปคุยมาจึงรู้ว่ารีสอร์ทที่พวกเราพักเจ้าของก็คือพี่ย๊ะห์รุ่นพี่เช่นกัน นาฬิกาเวลาบังคับต้องยกมือไหว้กล่าวอำลารุ่นพี่

ขอไปชมเมืองลันตาผ่านเรือนไม้หลังเก่าๆ มีป้ายบอกเราว่าเป็นสมาคมชาวเกาะ ลัดเลาะจนถึงท่าเทียบเรือเมื่อวันวาน มาตามถนนเลียบเกาะขึ้นเหนือชมชุมชนเกษตรสองข้างทาง มุ่งสู่จุดบรรจบเส้นทางที่ศาลาด่าน กลับที่พักเก็บสัมภาระขึ้นรถ

Bye Bye ลันตา ไปท่าแพขนานยนต์ ฟ้าฝนให้พรสั่งลาผู้มาเยือนตกเสียจนชุ่มฉ่ำใจ

 

สบายดีลันตา