บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฐานข้อมูล 
เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ"
(เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ที่นี่ค่ะ

ตำนานโยคะ (๑)

(พระพรหม)

 
  

ธีรเดช อุทัยวิทยรัตน์ (ครูเละ) ; 
(ดูงานเขียนทั้งหมดที่นี่)

โยคะสารัตถะ ฉ.:ก.ย.'๕๑

 

 

ช่วงแรกๆ ที่ผมร่ำเรียนความรู้ภาคทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับอายุรเวทกับครูคนแรกที่อินเดียเมื่อสิบสามปีก่อน ครูแง้มประตูสู่โลกแห่งภูมิปัญญาเก่าแก่แขนงนี้ โดยเล่าว่าศาสตร์จากบรรพกาลหลายแขนงรวมทั้งอายุรเวท มักอิงกับตำนานหรือผูกโยงกับทวยเทพตามความเชื่อในวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งหากอ่านตามตัวอักษรหรือฟังตามที่เล่า อาจรู้สึกเหลือเชื่อหรือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์เกินกว่าที่จะเข้าใจหรือยอมรับได้

ดังเช่นในกรณีของอายุรเวท คัมภีร์หลายเล่มกล่าวว่าศาสตร์ซึ่งถูกจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ อถรรวเวท(อาถรรพเวท) นี้ มีกำเนิดมาจากพรหม จากนั้นถูกถ่ายทอดสู่เทพองค์อื่นๆ ก่อนที่จะตกทอดลงมาถึงมวลมนุษย์ เพื่อให้นำภูมิปัญญานี้มาขจัดปัดเป่าทุกข์ทางกายได้แก่โรคาพยาธิทั้งหลาย รวมทั้งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อการมีสุขภาวะ

การนำองค์ความรู้ไปอิงกับตำนานหรือเชื่อมโยงกับทวยเทพตามความเชื่อดั้งเดิมนั้น ครูผมบอกว่ามองในแง่หนึ่งอาจเป็นเจตนาของผู้ร้อยเรียงหรือผู้จดจารคัมภีร์ที่ต้องการให้ความรู้และเรื่องราวที่ถ่ายทอดดูขรึมขลังอลังการและน่าสนใจ

แต่มองอีกแง่หนึ่ง ตำนานที่ดูเหลือเชื่อเหล่านั้นไม่แน่ว่าอาจเป็นเรื่องของบุคลาธิษฐานหรือเรื่องเชิงสัญลักษณ์ ที่ซ่อนแทรกนัยอันลุ่มลึกบางอย่าง

ดังเช่นที่กล่าวกันว่าพรหมคือผู้ให้กำเนิดอายุรเวทนั้น ครูผมอธิบายว่าคำว่า "พรหม" นอกจากแปลว่า"สิ่งสูงสุด" (supreme) แล้ว ยังมีความหมายว่า "ความจริง" อีกด้วย

เพราะฉะนั้นที่กล่าวว่าพรหมคือผู้ให้กำเนิดอายุรเวท น่าจะมีนัยว่ามันคือภูมิปัญญาที่มาจากความจริงแห่งธรรมชาตินั่นเอง พูดอีกอย่างว่าถึงที่สุดแล้วธรรมชาติต่างหากที่เป็นต้นกำเนิดของศาสตร์ที่ถูกจดจารและสืบทอดมายาวนานเป็นพันๆปีนี้

หรืออย่างเทพอีกองค์หนึ่งซึ่งตามคัมภีร์กล่าวว่าเป็นผู้รับช่วงความรู้อายุรเวทในชั้นหลังๆ คืออินทราผู้เป็นราชาแห่งทวยเทพ ครูผมบอกว่าอินทรายังมีนามอื่นๆ อีก เช่น สหสรากษะซึ่งแปลว่า"ผู้มี ดวงเนตรพันดวง" อันส่อนัยถึงพลังแห่งความตื่นรู้ที่ทรงพลังและรอบรู้

นั่นหมายถึงว่าผู้ที่จะเจนจบในศาสตร์อายุรเวทได้ จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมจนเกิดความรอบรู้ และขัดเกลาตนจนมีความตื่นรู้ถึงขั้นราวกับมีดวงตาพันดวง

ฟังครูพูดถึงตำนานอายุรเวทแล้ว ทำให้ผมหวนนึกถึงตำนานอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ยินจากครูโยคะที่ผมไปร่ำเรียนด้วยเมื่อห้าปีก่อนหน้านั้น

ครูโยคะที่สอนผมเล่าว่า นับเนื่องแต่อดีตมนุษย์เผชิญกับทุกข์ ๓ อย่างคือ ทุกข์ทางกาย (เจ็บป่วย) ทุกข์ทางใจและทุกข์หรือปัญหาในการสื่อสาร (ความจริง) ระหว่างกันมาเนิ่นนาน ครั้นแล้วก็มีโยคีผู้หนึ่งที่ไม่อาจทนเห็นมนุษย์เผชิญกับทุกข์ลำเค็ญเช่นนี้ได้ จึงบำเพ็ญเพียรด้วยจิตและกรุณาอันแรงกล้าเพื่อที่จะเสาะแสวงหาหนทางแห่งการดับทุกข์ทั้งสามของมวลมนุษย์

ด้วยตบะอันแรงกล้าของโยคี พระเจ้าจึงประทานความรู้แห่งการดับทุกข์ลงสู่มือที่ประนมอย่างนอบน้อมของโยคี อันเป็นที่มาของนาม "ปตัญชลี" ซึ่งแปลว่า "ตกลงสู่มือที่ประนม" (มาจากคำว่าปตะซึ่งแปลว่า"ตก" สนธิกับอัญชลีซึ่งแปลว่า"ประนม")

โดยมีความรู้เรื่องโยคะสำหรับดับทุกข์ทางใจ ความรู้เรื่องอายุรเวทสำหรับดับทุกข์ทางกายคือความเจ็บป่วย และความรู้เรื่องภาษา (มหาภาษยะ) สำหรับแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร (วาจา)

(ศิวะนาฏราช)

หลังจากนั้นผมได้อ่านตำนานของปตัญชลีเวอร์ชั่นที่ละเอียดกว่าตำนานที่ครูเล่า ตามตำนานกล่าวถึงอนันตะหรือเศษะ ผู้เป็นราชาแห่งนาคพันเศียรและเป็นที่ประทับขององค์วิษณุ

ครั้งหนึ่งองค์วิษณุทอดพระเนตรนาฏลีลาขององค์ศิวะ ซึ่งร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงามและสง่างามจนองค์วิษณุทรงดื่มด่ำจนน้ำหนักของพระวรกายโถมทับไปบนนาคราชเศษะ กระทั่งนาฏลีลาสิ้นสุดลง น้ำหนักแห่งพระวรกายจึงกลับเป็นปกติ

นาคราชเศษะประหลาดใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น พระวิษณุจึงทรงอธิบายว่าเป็นเพราะพระองค์ทรงดื่มด่ำกับนาฏลีลาอันสง่างามขององค์ศิวะ เศษะจึงปรารถนาที่จะเรียนรู้นาฏศิลป์นี้ พระวิษณุจึงประทานพรให้เศษะได้ร่ำเรียนศิลปะที่ปรารถนาในภายภาคหน้า

ครั้นถึงกาลสมัยหนึ่งบนโลก สตรีผู้มีนามว่าโคนิกา ปรารถนาที่จะมีบุตรสืบสกุล จึงบำเพ็ญตบะและอ้อนวอนต่อสูรยเทพเพื่อขอบุตร หลังจากถวายน้ำและกระทำอัญชลีเสร็จ เมื่อคลี่มือออก ปรากฏร่างของงูตัวน้อยอยู่ในมือของนาง ก่อนจะแปลงร่างเป็นเด็กชาย ซึ่งขอเป็นบุตรของนาง เด็กชายคนนี้ก็คือนาคราชเศษะที่อวตารมาเป็นมนุษย์นั่นเอง

นางโคนิกาจึงตั้งชื่อบุตรชายว่าปตัญชลีอันมีความหมายว่า "ตกลงมาสู่มือที่ประนม"


เข้าสู่ - ตำนานโยคะ (๒)

 

 

 



มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com