เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ

โหด มัน ฮา : ค่ายโยคายุรเวท (๑) 

เขียนโดย ; เจ๊ (หลี่) จู
โยคะสารัตถะ ฉ.:ก.ย.'๕๑

" นึกออกแว้วว!!! ...พี่ก็เขียนเล่าเรื่องค่ายโยคายุรเวทที่พี่กับชาวคณะเพิ่งไปมาเมื่อกลางเดือนตุลาไปซิคร้าบ ....เผื่อว่าถ้ามีจัดอีก คนที่หลงผิด เอ๊ย! สนใจอยากไปแจมด้วย เขาจะได้พอนึกภาพออกว่าค่ายลูกผสมระหว่างโยคะกับอายุรเวทนี่มันเป็นยังไง... ดีไหมล่ะพี่? "

จู่ๆ เจ้าลูกลิงประจำใจก็เสนอไอเดีย (ที่มันคงคิดว่า) สุดเก๋ หลังจากที่เห็นฉันหน้านิ่วคิ้วขมวดมาหลายวัน ทั้งที่อาการปวดถ่ายในตอนเช้าก็เป็นปกติดี ไม่ได้หดหายไปไหน สงสัยว่าวันก่อน หลังจากกินขนมเค้กแกล้มมอคค่าเข้าไป แล้วฉันคงบ่นกับตัวเองดังไปหน่อยว่าจะเขียนเรื่องอะไรส่งไปเป็นบรรณาการให้แก่กองบก.โยคะสารัตถะในฉบับหน้า เจ้าลูกลิงมันเลย รับลูกมาช่วยคิดต่อ

"เออ ฟังดูเข้าท่าดีแฮะ แต่จะเริ่มตรงไหนดีหว่า" ฉันเกาหัวแกรก แกรก คิ้วเริ่มขมวด ค่อยๆ เหลือบตามองขึ้นไปบนเพดาน ปากเม้มเข้าหากันน้อยๆ อันเป็นอาการปรกติของฉันที่มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อความคิดกำลังโดนบังคับให้ถูกรีดเค้นออกมาจากสมอง

และแน่นอนที่สุดว่า ,
ฉัน คิด ไม่ออก (แหะ แหะ)
ท่าทีคล้อยตามของฉัน ดูเหมือนจะทำให้ลูกลิงยิ่งได้ใจ ลอยหน้าลอยตาเสนอความเห็นต่อไปด้วยอาการลำพอง จนฉันรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ "อืม...เอางี้ละกันนะพี่ ... ลิงตั้งโจทย์ให้พี่ตอบว่า จงสรุปสาระสำคัญของการเข้าค่ายนี้มาซัก 8 ข้อเป็นไง... พอจะไหวมะพี่"

"เจรี๊ยก. ..." ฉันร้องและสะดุ้งแบบที่ตลกคาเฟ่ชอบทำเวลาออกทีวี
"ใครจะไปสรุปได้ฟระ... สาระสำคัญตั้ง 8 ข้อ... เอาแบบไร้สาระปนๆกันไปได้มะ..." ฉันต่อรอง หลังจากนึกในใจว่าก็บรรยากาศหลายช่วงในค่าย มันหนักไปทางเฮฮาปาร์ตี้มากกว่า

"ฮ่วย .... พี่นี่มีความไร้สาระเป็นเจ้าเรือนจริง จริ๊ง " ลูกลิงส่ายหน้าอย่างปลงตก
ฉันหลับตา คิดทบทวน กดปุ่มรีเพลย์ความทรงจำให้ย้อนกลับไปนึกถึงค่ายที่มีเสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะตั้งแต่รุ่งเช้าไปจนกระทั่งเกือบตี 2 และเผลออมยิ้มเมื่อนึกถึงกิ่งสะเดาท่อนเบ้อเร่อ ที่วิทยากรหลักของค่ายตั้งใจว่าจะเตรียมไว้ให้ชาวค่ายแปรงฟันกันให้สนุก แต่ด้วยความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร แทนที่จะได้กิ่งสะเดาขนาดเท่านิ้วก้อย กลับได้กิ่งสะเดาขนาดไม่ต่ำกว่านิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่มาแทน

เจ้าลูกลิงแลบลิ้นแผลบขึ้นมาเชียว ตอนที่ฉันนึกถึงนมปั่นใส่อินทผาลัม ยาแก้ไอมะขามป้อม และจาปาตีรูปหัวใจ ......

การพูดคุยแบบทีเล่นทีจริงระหว่างนักเรียนรุ่น11 ในชั้นเรียนวินยาสอาสนะ ว่าอยากจะมีการจัดค่ายกึ่งอายุรเวทกึ่งโยคะ กลายเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมา เมื่อพี่เละหรือ"พระอาจารย์ธีรเดช" - ฉายาที่พวกเราตั้งให้ด้วยความเคารพกึ่งยัดเยียดเล็กน้อย เพราะมาดเวลาสอนของพี่ทั่นขรึมขลังราวกับพระฤาษีก็ไม่ปาน - ยอมคล้อยตาม อุปสงค์ อุปทานของทั้งครูและศิษย์ จึงบรรจบพบกันจนเกิดเป็นค่ายครั้งนี้ขึ้น

ถ้าความทรงจำของฉันยังอยู่กับร่องกับรอย หลังจากตกปากรับคำ ยินยอมจัดค่ายเพื่อตอบสนองเสียงออดอ้อนของนักเรียนแล้ว พระอาจารย์บอกว่าค่ายนี้จะเป็นการนำเอาหลักการบางอย่างของอายุรเวทไปปฏิบัติกัน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพประจำวันตามหลักอายุรเวท และในฐานะที่ชาวค่ายทั้งหลายฝึกอาสนะอยู่แล้ว ก็จะผนวกการฝึกอาสนะเข้าไปด้วย พวกเราก็เลยเรียกค่ายนี้ว่า "โยคายุรเวท" และตั้งใจว่าจะใช้ประสบการณ์จากค่ายนี้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดค่ายครั้งต่อไป - เผื่อพระอาจารย์นึกสนุกอยากจัดอีก

พี่น้องชาวค่าย 15 ชีวิตที่ถูกเส้นเดินทางบนฝ่ามือลากมาให้พบกันในครั้งนี้ รวมแล้วแทบจะครบองค์ประชุมแห่งอาศรมทั้ง 4 วัยไว้ด้วยกัน ทั้งพรหมจรรย์ คฤหัสถ์ (ใกล้) วานปรัศถะ ขาดก็แต่พียงสันยาสี (อ้อ ...เกือบลืม มีลูกลิงไปด้วยอีก 1 ตัวจ้ะ) ซึ่งทุกคนล้วนแต่ได้ร่วมทดลองใช้วิถีการดำเนินชีวิตประจำวันตามแนวทางของอายุรเวทที่เรียกว่า "ทินจริยา"กันโดยถ้วนหน้า ... ฝนที่โปรยลงมาตลอดช่วงการเข้าค่ายเป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยต่อการฝึกอาสนะในช่วงเช้า และช่วยคืนความปลอดโปร่ง สดใสให้กับท้องฟ้าของอำเภออัมพวา อันเป็นทำเลที่ตั้งของค่ายครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี


โหด มัน ฮา : ค่ายโยคายุรเวท (๒)



 

 


มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  
เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com