ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อะมีรุลฮัจย์(อธิการบดี)

 

 ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อะมีรุลฮัจย์และคณะ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล        

 

        วันที่ 24 เม.ย.2552 เวลา 11.17 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อะมีรุลฮัจย์ และคณะ เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อรับนโยบายเกี่ยวกับฮัจย์ในปีนี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ แต่งตั้ง ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ (อะมีรุลฮัจย์) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้พูดคุยและนำเสนอผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติในฤดูกาลฮัจญ์ คือ การประกอบพิธีฮัจญ์จะมีผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่แฝงอยู่ท่ามกลางความ พากเพียรในการปฏิบัติพิธีกรรมฮัจญ์ (อันเป็นเป้าหมายหลักของการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของชาวมุสลิม) มีมากมายมหาศาล ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันระดับสากลในรูปแบบของอุตสาหกรรม ทางธุรกิจ การทำความรู้จัก การช่วยเหลือเกื้อกูล การสร้างเครือข่ายทำงานด้านสาธารณกุศลสากล และการจัดประชุมสัมมนานานาชาติ

 

       

              ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์เปรียบเสมือนทูตสันถวไมตรีที่เป็นตัวแทนอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาล ในการนำเสนอภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศสู่พี่น้องมุสลิมทั่วโลก ทั้งด้านวัฒนธรรม จริยธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งหากรัฐบาลรู้จักใช้โอกาสนี้แล้ว ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีงามในเวทีสากลและความร่วมมือในระดับ ต่างๆ เท่านั้น หากยังเป็นการประชาสัมพันธ์ด้านธุรกิจการท่องเที่ยวและการลงทุนอันมาก มายมหาศาลที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขได้