อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (เข้าดูรายละเอียดที่นี่ค่ะ)

ค่ายอาสา "อุ้มรักษ์"

เขียนโดย ; ครูปุ้ม
(
โยคะสารัตถะ ฉ.; ต.ค.,พ.ย.,ธ.ค. '๕๑)


กลับมาเล่าเรื่องการผจญภัยในโลกกว้างของหมูน้อย กับการเดินทางที่ไม่หยุดยั้งจนแม่และน้องสาวบอกว่าช่วยอยู่บ้านบ้างเถอะ ทริปล่าสุดไปออกค่ายอาสา "อุ้มรักษ์" กับโรงพยาบาลโพธาราม ที่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

ปุ้มพร้อมเพื่อน ๆ บางส่วน จากแม่กลอง โพธาราม และสระบุรี รวม 11 ชีวิต เดินทางไปก่อนล่วงหน้า 1 วัน คือวันที่ 23 ตุลาคม พอไปถึงทางเข้า ปุ้มก็รีบโทรศัพท์กลับบ้านก่อน เพราะหลังจากนี้ไปจะติดต่อใครไม่ได้แล้ว เราจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ไม่มี ทางเข้าก็ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก (ปุ้มเคยไปมาแล้ว 2 ครั้ง) เนื่องจากสมัยก่อนเป็นทางดิน แล้วก็จะต้องข้ามร่องน้ำไปหลายร่องน้ำเหมือนกัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง (ซึ่งปุ้มไม่ได้ไป) เพื่อน ๆ ปุ้มต้องติดอยู่กลางทางเพราะน้ำป่าเยอะมาก รถไม่สามารถข้ามร่องน้ำไปได้ ต้องนอนกันกลางทางหนึ่งคืน จนน้ำลดจึงเดินทางต่อได้ จากทางเข้าไปถึงจุดลงแพใช้เวลาอีกประมาณชั่วโมงเศษ แล้วก็ไปลงแพที่บ้านป๋าศักดิ์ หรือสมศักดิ์ สุขเสริม ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยกับกลุ่มเพื่อนทางสระบุรีของปุ้ม จากนั้นก็เริ่มลากแพออกสู่จุดหมายปลายทางคราวนี้ไม่ได้นอนกลางน้ำแต่ลากแพไปจอดไว้ข้างตลิ่ง พอไปถึงก็หุงข้าวหาปลา (เพื่อนทางสระบุรีชอบตกปลาอันนี้ก็ตะขิดตะขวงใจอยู่เหมือนกันแต่เค้าชอบของเค้าอ่ะเน๊าะ เอ!! กินปลาที่เค้าตกมาบาปมั๊ยเนี่ย) ทำอาหารกลางวันกินกัน แล้วก็เล่นน้ำ กินข้าวเย็น นั่งคุยกัน พอมืดก็ต่อไฟจากแบตเตอรี่ใช้ นั่งคุยกันสัพเพเหระ แต่คืนแรกแมลงเยอะมากก็เลยต้องดับไฟนอนแต่หัวค่ำ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แมลงและยุงเยอะ โดนกัดแต่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาอากาศค่อนข้างเย็นพอสมควร นอนนิ่ง ๆ อยู่ในถุงนอน ละเลียดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ลืมตาขึ้นมาเห็นสายหมอกระเรี่ยอยู่บนยอดเขา ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนทุก ๆ วัน จากนั้นก็ลุกขึ้นมาปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ช่วยกันหุงหาอาหารกินข้าวเช้ากัน ใครใคร่ตกปลาตก ใครใคร่นอนเล่นหรือนอนจริงก็นอน ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป แล้วก็มาช่วยกันทำกับข้าวเพื่อต้อนรับคณะจากโรงพยาบาลโพธาราม ที่จะเดินทางมาสมทบ เพื่อออกค่ายในวันที่ 25 ต.ค. ทำกับข้าวเสร็จตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่มากัน ก็เลยใครอยากทำอะไรก็ตามใจ ส่วนปุ้มเอาหนังสือมาอ่าน ช่วงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือ อยู่ ๆ ก็มีความรู้สึกว่าเวลามันหยุดนิ่งไปจริง ๆ มองดูน้ำ มองดูฟ้า มันช่างเงียบสงบ มีความสุขจริง ๆ เฮ้อ ^_^

จากนั้นความสงบก็เริ่มหายไป เมื่ออีก 20 กว่าชีวิตจากโพธารามมาสมทบ และเริ่มวุ่นวายกับการต้องทำกับข้าวมื้อเย็นสำหรับ 30 สิบกว่าชีวิตบนแพ 3 หลัง (เหมือนเป็นแม่ครัวเอกเลย แต่จริง ๆ แล้วเป็นลูกมือเค้าค่ะ เรามีซังคุงห้องเครื่องส่งตรงมาจากสระบุรี 1 คน,โพธาราม 1 คน)

ในคืนที่ 2 การนอนของปุ้มเริ่มมีอุปสรรคจากยุงและแมลง ซึ่งเดิมไม่เคยนอนข้างตลิ่งเลย แพจะจอดอยู่กลางน้ำ อากาศเย็นสบาย ยุงมีน้อยมาก ก็เลยไม่ได้เตรียมโลชั่นกันยุงไป (อยากจะกระโดดเตะไอ้คนต้นคิดว่านอนข้างตลิ่งดีกว่า ปลาเยอะดี) คืนนั้นแทบจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เพราะยุงกัดตลอด ขนาดเอาผ้าคลุมหน้าก็แล้ว มุดลงไปในถุงนอนก็ร้อนทนไม่ไหว คันตัวไปหมดทรมาณมาก ๆ ฝนก็ตกหนักเกือบทั้งคืน ละเหี่ยจริงๆ อย่างที่บอกว่า ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน เชื่อแล้วล่ะ

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะโหลสะเหล ฝนก็ตกแล้วตกอีก เลยบอกพี่ที่โพธารามว่า วันนี้ปุ้มกับเพื่อนแม่กลอง+สระบุรีไม่ไปออกค่ายด้วย แต่ขออยู่เป็นกองหลัง จัดหาเสบียงให้แล้วกัน พอพรรคพวกไปแล้ว ก็ช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาดแพ ปุ้มก็ล้มตัวลงศพอาสนะทันที หลับไปได้พักนึง จากนั้นก็เตรียมอาหารกลางวันไปส่งให้กับพวกที่ไปออกค่ายซึ่งไปออกหน่วยตรวจรักษา นำของไปบริจาค และนำของเล่นไปแจกเด็ก เชื่อมั๊ยค่ะ พี่ของปุ้มบอกว่า จะแจกตุ๊กตาให้เด็กๆ แต่ต้องร้องเพลงชาติให้ฟังก่อน ไม่มีเด็กคนไหนร้องได้เลย แต่ดั๊นร้องเพลงชาละวันได้ บอกว่าครูเปิดให้ฟังทุกวัน โอ้ว!!! แม่เจ้า ตอนเย็นๆ พวกที่ไปออกค่ายกลับมา คืนนี้เราเปลี่ยนแผนกันลากแพไปจอดไว้กลางน้ำ คืนที่ 3 เป็นคืนที่นอนได้สบายที่สุด ลมพัดเย็น โดนยุงกัดบ้างเล็กน้อย แม้ว่าฝนจะตกทั้งคืนและมีสาดกระเซ็นมาบ้างเป็นระยะๆ ตื่นเช้านอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่พักนึง ก็ไปช่วยซังคุงห้องเครื่องทำอาหาร ล้างถ้วยล้างชาม เตรียมตัวกลับบ้าน ตอนขับรถกลับ มาเจอร่องน้ำที่แรก น้ำป่าเยอะมาก จนพี่เค้าไม่กล้าขับ ฝนก็ตก ก็เลยต้องให้พี่อีกคนมาขับ คนอื่นๆ ก็ต้องลงไปยืนกั้นเพื่อลดความเชี่ยวของน้ำให้น้อยลง รถจะได้ไม่ปัด ก็ผ่านไปได้ด้วยดีทุกคัน และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกคน

ตลอดระยะเวลา 4 วัน 3 คืน บนแพ ปุ้มแทบจะไม่ได้หยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาเลย ปล่อยมันไปเรื่อยๆ อ่านหนังสือ เล่นน้ำ อยากจะทำอะไรก็ทำ (ขอบอกว่าพกเสื่อโยคะไปฝึกโยคะด้วยน๊า) หรือไม่ก็นอนนิ่งๆ ดูท้องฟ้า ดูน้ำ ดูภูเขา ดูต้นไม้สีเขียว แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีความสุขได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ เป็นช่วงชีวิตที่สงบ ไม่มีทีวี ไม่มีอินเทอร์เนต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้รับรู้ข่าวสารจากภายนอก และแม้จะไม่มีความสะดวกสบายเหมือนที่เราอยู่บ้าน เพื่อนปุ้มเล่นน้ำทั้งวันกลับมาตัวดำปื๊ด ส่วนปุ้มเป็นนังด่าง แพ้แมลงตัวเป็นจุดเหมือนดัลเมเชี่ยน แต่เป็นจุดแดงนะ คันคะเยอไปทั้งตัว พวกที่ทำงานพอเห็นก็บอกว่า มันเอาอีกแล้ว มันไปเที่ยวทีไรกลับมาเป็นอย่างนี้ทู๊ก...ก ที

แล้วก็ถามว่าจะไปอีกมั๊ย ปุ้มก็ตอบไปด้วยความมั่นใจทันทีว่า "ไปค่ะ" ก็บอกแล้วว่าเรื่องเที่ยวมันซึมเข้าไปในสายเลือดซะแว้ว....ว ^0^



มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  
เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com

.....

 
เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ