พ. ศ. 2376 – 2388 เป็นจุดเริ่มต้นการพิมพ์ในไทยไงละ.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าถึงวรรณกรรมภาษาในกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ดังนี้  ทุกอย่างได้รวบรวมขึ้นมาจากของเดิมแล้วพัฒนาให้ดีขึ้นมีอักษรใช้ 44 ตัว  คือสูง 11 ตัว  กลาง 9 ตัว  และต่ำ 24 ตัว มีรูปวรรณยุกต์ 4 รูปคือ ไม้เอก  ไม้โท  ไม้ตรี  และไม้จัตวา  มีระบบประธาน  กริยาและกรรมใช้ในวรรณกรรมดังในหนังสือจินดามณี  ที่ใช้เรียนมาถึงยุค ร. 5 เลยละ

ช่วงกรุงธนบุรีมีปรากฏให้เห็นเช่น รามเกียรติ์  อิเหนาคำฉันท์ ( ของเก่า ) นิราศกวางตุ้ง ของพระยามหานุภาพแต่ง  กฤษณาสอนน้องคำฉันท์  ของพระภิกษุอินท์และพระราชสุภาวดี ร่วมกันแต่งซ่อมจากของเดิม

ช่วงกรุงเทพ ฯ สมัย ร. 1 3  มีการพัฒนาต่อเนื่อง  ที่เด่นในยุค ร. 1 มี กฎหมายตราสามดวง  พงศาวดารต่าง ๆ  ไตรภูมิโลกวินิจฉัย  เรียบเรียงโดยพระธรรมปรีชา ( แก้ว ) และกวีคนสำคัญในยุคนี้คือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็นประเภทนิราศ  พระเทพโมลี ( กลิ่น )  แต่งร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกมีกัณฑ์ทานกัณฑ์ ( ให้ทาน )และมหาพน ( ป่าใหญ่ )  

ในช่วง ร. 2 เป็นยุคทองของวรรณกรรม  มีผลงานออกมาประดับกรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมรหลายอย่างคือ นิราศ  บทละคร  เสภา  กลอน  กาพย์  สุภาษิต  บทเห่  มีกวีมากที่เด่นดังคือ สุนทรภู่ อย่างพระอภัยมณี  ลักษณวงศ์  สิงหไกรภพ  นิราศเมืองแกลง  นิราศพระบาท  มีนายนรินทร์ธิเบศร์  แต่งนิราศนรินทร์  กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ แต่งโคลงยอพระเกียรติ์ ร. 2 บทละครสังข์ศิลป์ชัย  เป็นต้น

ช่วง ร. 3 มีเรื่องที่เด่น ๆ เช่น สมุทรโฆษคำฉันท์  สรรพสิทธิ์คำฉันท์ ร่ายยาวเรื่องเวสสันดรชาดก 11 กัณฑ์ ของกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส (พระสงฆ์ )  ระเด่นลันได  ของพระมหามนตรี ( ทรัพย์ ) และเป็นยุคที่สุนทรภู่เจอมรสุมชีวิตดังนิราศภูเขาทอง  นิราศเมืองสุพรรณ  สุภาษิตสอนหญิง 

 และเกิดการเขียนวรรณกรรมลงในฝาผนังศาลารายวัดโพธิ์ท่าเตียนจนกลายเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกในสยามประเทศและมีการตั้งโรงพิมพ์งานวรรณกรรมของหมอบรัดเล่ย์ใน พ. ศ. 2376 2388  เป็นจุดเริ่มต้นการพิมพ์ในไทยไงละ.