อย่าแตกตื่น แต่..จงมีสติและรู้ทัน กับโรคไข้หวัดหมู หรือโรคไข้หวัดเม็กซิโก


"โรคไข้หวัดหมู" (ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่) หมูไม่ตาย แต่.... คนตาย

ท่ามกลางอากาศที่แปรปรวนไม่คงเส้นคงวา การเมืองที่เร้าร้อน เศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนัก "ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก" โรคไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดเม็กซิโก ก็ออกมาอาละวาดให้ผู้คนแตกตื่น อย่างที่เรียกว่า "ผีซ้ำด้ำพลอย" งานนี้สะเทือนต่อวงการเขียงหมูแน่ๆไม่มากก็น้อย (เอาเสียบ้างอยากขึ้นราคาหมูกันนัก)

ผมมีเรื่องจะบอก..........ถ้าอยากรู้ทันโรคไข้หวัดใหญ่ ก็ขอให้อ่านสักนิดนะครับ

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ผมและคณะได้รับเชิญจากสถาบันคีนันแห่งเอเซีย ให้ไปทำหลักสูตรไข้หวัดนกเพื่อลูกหลานของชาวไทย จะได้เรียนรู้ในการป้องกันตนเอง รวมทั้งการจัดทำแผนป้องกันเร่งด่วนกรณีเกิดการระบาด เราทำหลักสูตรตั้งแต่ป.1 ถึง ม.6 โดยการสนับสนุนขององค์การยูนิเซฟ แล้วส่งมอบหลักสูตรให้สพฐ.ที่ใช้อยู่ในสถานศึกษาในปัจจุบันนี้ ในหลักสูตรเราใช้กระบวนการทักษะชีวิตเพื่อการเรียนรู้ นั่นคือ เรียนรู้จากชีวิตจริงเพื่อป้องกันตนเองอย่างรู้เท่าทัน จากการเรียนรู้ในการทำหลักสูตรดังกล่าวทั้งเรื่องระบาดวิทยา และกีฎะวิทยา พอสรุปได้ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ทั้งหลาย (ทุกสายพันธุ์) เกิดจากเชื้อไวรัส แยกชื่อและสายพันธุ์ไปตามแหล่งระบาด ถ้ามากับนกก็เรียกว่า ไข้หวัดนก ถ้ามากับหมูก็เรียกว่าไข้หวัดหมู ถ้าแหล่งการเกิดอยู่ที่สเปญก็เรียกว่า ไข้หวัดสเปญ สรุปก็คือไข้หวัดใหญ่ที่ไม่กลายพันธุ์ H1N1 ทั้งหลายมักเรียกชื่อตามประเทศหรือเมืองที่ระบาดใหญ่ แต่..หากกลายพันธุ์ (การกลายพันธุ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ การติดต่อจากคนสู่คน) มักเรียกชื่อตามแหล่งที่เป็นพาหะของโรค โรคไข้หวัดใหญ่มีอยู่คู่โลกมานานแล้ว และไม่อันตรายเท่าไหร่หากไม่กลายพันธุ์ ในอดีตเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดที่ทำให้คนตายเป็นล้านๆก็หลายครั้ง เช่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วต่อมาที่เราเรียกว่าไข้หวัดสเปญ  หลังจากนั้นก็เกิดการระบาดของไข้หวัดนก ซึ่งมีคนตายไม่กี่ร้อยคนในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งน้อยกว่าที่คาด อาจเป็นเพราะปัจจัยการรู้เท่าทันของมนุษย์ การแพทย์ และการสาธารณสุข หรือสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เชื้อไวรัสเหล่านี้อาจปรับตัวไม่ทัน จึงมีชีวิตอยู่ได้เพียงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ดีพึงรู้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งหลายเหล่านี้จะระบาดในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นเอง แต่.ถ้าเกิดการระบาดใหญ่ ผู้คนจะล้มตายเป็นจำนวนมาก

เรามาทำความรู้จักกับไข้หวัดหมูสักหน่อยดีไหมครับ    ทั้งพวกเราและการแพทย์ก็เพิ่งรู้พอๆกัน เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโก ในด้านกีฎะวิทยาเข้าใจว่านักกีฎะวิทยากำลังเร่งรีบถอดรหัสสายพันธุ์ของมันอยู่ ยังไม่อาจฟันธงว่ามีหมูเป็นพาหะ สันนิษฐานได้แต่เพียงว่า มันเป็นเชื้อไข้หวัดที่กลายพันธุ์มาจากไข้หวัดหมู ไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ สามสายพันธุ์รวมกัน ไม่มีหมูล้มตายเป็นเบือ แต่ที่แน่ๆเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดจากคนสู่คน ทางการแพทย์จึงออกแถลงการณ์ว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (เข็มละ 1,500)ที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าจะสามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ได้หรือไม่ เมื่อได้ฟังแล้วคนไทยอย่าเพิ่งตกใจ ผมจะวิเคราะห์ให้ท่านได้เข้าใจ ถึงความเสี่ยงของคนไทย

1. คนไทยจะไม่เสี่ยงถ้าไม่เดินทางไปประเทศเม็กซิโก หรือผู้คนจากเม็กซิโกเดินทางมาสู่ประเทศไทย นั่นหมายความว่าที่ประเทศไทยไม่มีพาหะ หมูไทยไม่ติดโรคยังขายได้ในราคากิโลละ 130 บาท (หากกรมการค้าภายในเอาหูไปนาเอาตาไปไร่) ประการสำคัญ ภูมิอากาศในประเทศไทยแตกต่างกับเม็กซิโก ซึ่งเป็นพื้นที่สูง ทั้งหนาว และแห้งแล้งบางแห่งเป็นทะเลทราย สถาพอากาศในเมืองเขาอาจเหมาะกับการเจริญเติบโตของไวรัสสายพันธุ์นี้ก็เป็นได้ ในขณะเดียวกัน เมืองไทยอากาศแปรปรวนแบบตั้งตัวไม่ติด 2-3 วันที่ผ่านมาร้อนตับแลบ พอมาวันนี้ฝนตกอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น กลางวันแดดร่มสลับแดดออก ร้อนอวมอย่างอึดอัด สภาพอย่างนี้ เชื้อไวรัสตระกูล H1N1 (ไข้หวัดใหญ่) Say No ทุกราย

2. ถ้าสมมุติว่า มีผู้ติดเชื้อจะโดยสาเหตุใดก็ตาม (มักจะเกิดจากการหละหลวมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง) ทุกคนต้องรู้จักป้องกันตนเอง นั่นก็คือ

2.1 ทำให้ร่างกายแข็งแรงเข้าไว้ เชื้อไข้หวัดใหญ่มีภูมิต้านทานเป็นศัตรู ใครภูมิท้านทานโรคดีก็ปลอดภัย

2.2 อย่าเข้าใกล้ผู้คนหมู่มาก ขอให้ปลีกวิเวก หลีกลี้ห่างไกลผู้คน กลุ่มคนที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จะเอาอย่างฝรั่งก็ได้ เตรียมสะเบียงอาหารให้พร้อมไปอยู่ที่ใดสักแห่งหนึ่งที่ไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน(ยกเว้นคนในครอบครัว) ใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงค่อยกลับมา ถ้าเป็นไข้หวัดนกอาจใช้เวลาสัก 2-3 เดือน หากเป็นไข้หวัดหมู (ยังไม่ทราบเรื่องกีฎะวิทยา)จึงบอกยังไม่ได้ แต่เท่าที่ฟังในเบื้องต้น อายุการระบาดอาจสั้นกว่าไข้หวัดนก

2.3 คนในครอบครัวต้องช่วยเหลือดูแลกันเอง เพราะถึงเวลานั้นไม่มีใครช่วยใครได้ หมอ พยาบาลก็จะล้มป่วย ยาจะขาดแคลน ต้องพึ่งตนเอง ต้องมีทักษะชีวิตโดยเฉพาะทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะในการตระรู้ในตน และทักษะอื่นๆที่จำเป็น  อย่าลืมว่า "ถ้าไม่สัมผัสโรค ก็จะไม่ติดโรค"

3. โรคไข้หวัดใหญ่ ปกติเป็นโรคทางแถบโซนหนาว ไม่ใช่โซนร้อน ในประเทศโซนหนาวถึงไม่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด อัตราการตายด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ของผู้คนมันก็สูงอยู่แล้วสำหรับประเทศของเขา มันเป็นโรคประจำถิ่นของเขา ไม่ใช่ของเรา (โรคไกลตัว ไม่ใช่โรคใกล้ตัว) ดังนั้นการที่จะมาระบาดในประเทศไทยได้นั้น ผมว่ามันยากพอๆกับเอกคหกรรมทำข้อสอบคณิตศาสตร์โอลิมปิคเลยทีเดียวหละ

วันนี้ องค์การอนามัยโลก ประกาศเรื่องการระบาดของโรคไข้หวัดหมูอยู่ในระดับ 3 หมายว่าว่า ขอให้ทุกคนทุกประเทศ ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท ต้องควบคุมผู้คนเพื่อการป้องกันการระบาดระดับหนึ่ง และมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะๆ

สำหรับผมหรือครับ..ผมยังใช้แผนเดิมจากการเตรียมรับมือกับไข้หวัดนก นั่นคือถ้าการระบาดใหญ่เข้าสู่ประเทศไทย ผมจะ พาครอบครัวหนีเข้าป่า เพราะบ้านผมอยู่ใกล้ป่า ผมหมายตาถ้ำแห่งหนึ่งไว้แล้ว(ไม่บอกว่าอยู่ตรงไหนเดี๋ยวกลัวหมีจะแย่งเอาไปเสียก่อน) ผมรู้จักทางหนีทีไล่พอสมควรครับ ไม่ลำบากสำหรับคนที่อยู่ใกล้ป่าอย่างผม แถมยังเคยเป็นพรานป่ามาก่อนตั้งหลายปีในสมัยที่เป็นครูดอย จึงไม่ค่อยห่วงตัวเองเท่าไหร่ หากแต่ห่วงคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่เข้าใจ ไม่ได้เรียนรู้กับมัน จึงเขียนบันทึกนี้ขึ้นมา เพื่อส่งข่าวให้ทุกคนเตรียมรับกับสถานการณ์ อ้อ...หากอยู่ในตัวเมือง วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ การกักตัวเองและครอบครัวอยู่แต่ในบ้าน อาจเลียนแบบชาวอังกฤษก็ได้นะครับคือ ขุดอุโมงค์ไว้ใต้ถุนบ้าน เตรียมสะเบียงกรังไว้ให้พร้อมเพื่อการนี้โดยเฉพาะก็เข้าท่าดี แต่..ถ้าหากอยากมาอยู่ป่ากับอาจารย์เก ก็ขอให้ติดต่อมาแต่เนิ่นๆนะครับ เอาข้าวสารมาสัก 3 กระสอบพร้อมพริกและเกลือ ก็พอ จะได้จองถ้ำที่เหมาะๆไว้ให้       อ้อ..อย่าลืมเอาวิทยุทรานซิสเตอร์มาด้วยนะ เอาไว้ฟังข่าวไข้หวัดหมูในป่า...อิอิอิ

อาจารย์เก

ข่าวล่ามาเร็วจ้า........

อเมริกาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขไป 4 รัฐแล้ว ประกอบด้วย นิวยอร์ค แคลิฟอเนีย แคนซัส และเท็กซัส

ขณะนี้ วันที่ 27 เมย.52เวลา 12.30 น. ที่เม็กซิโกติดเชื้อแล้ว 113 คน

กระทรวงสาธารณสุขไทย ประกาศให้เรียกว่า ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก แต่..นักข่าวอ่านว่า ไข้หวัดหมูเม็กซิโก

การบริโภคเนื้อหมูไม่ทำให้ติดเชื้อ

ยังไม่มีวัคซีนและยาป้องกันไข้หวัดหมูเม็กซิโก

อาจารย์เก

ข่าวล่ามาเร็ว      วันนี้วันที่ 28 เมย. 52

องค์การอนามัยโลก ประกาศความรุนแรงของโลกไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก อยู่ในระดับ 4

มีผู้ติดเชื้อที่เม็กซิโกเพิ่มขึ้น เป็น 149 คน

ประเทศอเมริกา ติดเชื้อแล้ว 40 คน ยังไม่มีผู้เสียชีวิต (อเมริกาเป็นประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก มียาพร้อม มีการบริหารจัดการที่ดี) หากชาวอเมริกันเสียชีวิตจะเป็นเรื่องใหญ่

อาจารย์เก

ข่าวล่ามาเร็ว วันที่ 30 เมษายน 2552

วันนี้องค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เป็นระดับ 5 แล้ว เนื่องจากมีการตายใน 2 ปรเทศ คือเม็กซิโกและอเมริกา และมีแนวโน้มว่าจะเกิดการระบาดใหญ่ค่อนข้างสูง

อาจารย์เก

วันที่ 4 พฤษภาคม 2552

มาถึงวันนี้ ผมวิเคราะห์แล้วว่า ตั้งแต่มีการระบาดมาจนถึงวันนี้ เพิ่งมีคนเสียชีวิต แค่ 20 กว่าคน ถ้าเป็นอย่างนี้ โรคนี้ไม่น่ากลัวหรอกครับ มันก็เหมือนกับชาวฝรั่งเขาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เสียชีวิตธรรมดานั่นแหละ เพราะเป็นโรคพื้นถิ่นของเขา เพียงแต่ว่า.....มันเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อาจยังไม่มียารักษา เท่านั้นเอง แต่ผมเชื่อว่าภายใน 3 เดือน นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดยา และทดลองยาเป็นผลสำเร็จแน่

โรคมาลาเรียต่างหากที่น่ากลัวที่สุด  ........จากสถิติที่ยังไม่แน่ใจ มีคนตายด้วยโรคมาลาเรียวันละไม่ตำกว่า 1,000 คน

อาจารย์เก

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 257639เขียนเมื่อ 27 เมษายน 2009 10:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 06:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)

ขอบคุณความรู้  ข้อมูลดี ๆ นะคะ

อย่าเป็น  หมูตื่นตูม  ใช่ไหมค่ะ

...

แวะไป  รักษาสุขภาพด้วยกันที่นี่นะคะ

จะทำสถิติ  กรุ๊ปชาวบล็อก  ค่ะ

ที่นี่นะคะ....

★.• •★ ทานอาหาร...ตามกรุ๊ปเลือด...เพื่อสุขภาพที่ดี★... •★

ไหว้สาท่านอาจารย์เก..ที่เคารพครับ....

ผมแว่มาอ่านแล้วไม่ทราบใครตื่นตระหนกก่อนใคร?ระหว่างคนเขียนกับคนอ่านครับ..

ข้อเสนอแนะดีครับ..แสดงว่าเป็นห่วงใยพวกเราทุกคน....

ขอบคุณที่มีจิตสังคมอาสาครับ...ขอบุญช่วยก๊ำจูครับ

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา

คุณปลายฟ้า

ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน จะว่ากลัวก็ไม่เชิง จะว่าไม่กลัวก็ไม่ใช่ เพราะเราเข้าใจว่า ธรรมชาติจะเริ่มทำหน้าที่ของมัน ตามกฏแห่งความสมดุล (กฏของเมลเดล)โรคระบาดเป็นวิธีหนึ่งของธรรมชาติในการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศน์

ขอบคุณครับ

อาจารย์เก

ไหว้สาป้อหนานอาจ๋านที่เคารพครับ

อย่างที่ผมว่านั่นแหละครับ จะว่าไม่กลัวก็เหมือนกลัว ผมกลัวความจริงของธรรมชาติมากกว่า คือธรรมชาติจะพยายามจัดระบบนิเวศน์ให้สมดุล โดยใช้โรคระบาดเป็นกลไกอันหนึ่งในการจัดการกับสิ่งมีชีวิต คนมันมากขึ้นนะครับ แถมยังไปแออัดอยู่ตามเมืองใหญ่ ไม่เข้าใจว่าไปแย่งกันอยู่ทำไมบ้านผมมีที่ว่างอีกเยอะ ไม่เห็นมีใครมาขออยู่ แปลกนะครับ (มนุษย์นี่เข้าใจยากเหลือเกิน)

ขอบพระคุณป้อหนานเป็นอย่างสูงครับ

อาจารย์เก

เดี๋ยวนี้โลกเราเปลี่ยนไปเยอะมาก มีอะไรแปลกมากมายบนโลกใบนี้ เค้าว่ากันว่า โลกกำลังจะทำร้ายเรา แต่ว่าเราต้องย้อนมองดูตัวเองเองว่าเรานี่แหละที่เป็นฝ่ายทำร้ายโลกของเราเอง

หนูทางเดินแห่งรัก....

คิดถึงหนูมาก ได้เข้าไปในBlog ของหนู เห็นหนูหายไปคงวุ่นอยู่กับการเรียนใช่ไหม ใช่ครับโลกเปลี่ยนไปมาก ในส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ลุงเกเคยนั่งนึกย้อนอดีตสมัยที่เป็นเด็ก มันช่างบริสุทธิ์ผุดผ่องเหลือเกิน คิดว่าโลกคงล่มสลายไปอีกไม่นานนี้แน่นอน ก็คงต้องทำใจเพราะมนุษย์ทำให้โลกล่มสลายเร็วขึ้น ตัวชี้วัดก็คือ สิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้อย่างที่หนูตั้งข้อสังเกต ใช่เลยจ๊ะ

ขอให้หนูจงประสบความสำเร็จในการเรียน เป็นคนดีของแม่ตราบนานเท่านาน

ลุงเก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี