ผมมีข้อสังเกตว่า ในสังคมไทยปัจจุบัน มีผู้บริหารจำนวนน้อยเท่านั้น ที่มีบุญพอที่จะเอา KM มาเป็นทาสได้ ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังสั่งสมบารมีไม่มากพอ ผู้บริหารที่สั่งสมบารมีมากพอ ในแง่มุม KM เป็นผู้ที่ • เข้าใจคุณค่าของความเป็นมนุษย์ • เข้าใจคุณค่าของความสร้างสรรค์ของคนทุกคนในหน่วยงาน/องค์กร • มีทักษะในการสร้างคนจากการทำงาน • เชื่อในการ “นำจากข้างหลัง” วิจารณ์ พานิช๒๔ เม.ย. ๕๒
สวัสดีปีใหม่ไทย 2552
อาจารย์ให้การบริหารระดับผู้นำดีมาก หากการใช้ KM เป็นทาสในการให้ความเข้าใจคุณค่ามนุษย์ดีในทางเผื่อแพร่เข้าใจ เข้าถึงสร้างสรรคน เชื่อในการ "นำจากข้างหลัง" ตรงนี้ไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งมากนัก อาจารย์มีตัวอย่าง หรือให้ความกระจ่างด้วย กราบขอบพระคุณ
อ่านข้อแรกแล้วก็ดีใจมากๆครับ
ผมเรียนจบมาจากสายวิทยาศาสตร์ ต้องยอมรับจริงๆว่า บางครั้ง "ไม่ละเอียดอ่อน" เรื่องของ "ความเป็นมนุษย์"
โชคดีที่ ผมชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะพวกวรรณกรรม ปรัชญา ศิลปะ ประวัติศาสตร์ มนุษยศาสตร์ Zen เต๋า พุทธ สังคมศาสตร์ จึงทำให้ผม "ซาบซึ้ง" กับ "ความเ็ป็นมนุษย์"
แต่กระนั้น สิ่งที่ผมได้อ่าน กับสิ่งที่ผมประสบพบเจอ ก็ต่างกันระดับหนึ่ง
ผมพบว่า "มนุษย์" ที่ผมพบเจอจริงๆ ที่มีวิญญาณเลือดเนื้อ ก็มี "ความเ็ป็นมนุษย์" ให้เราร่วมสัมผัส รับรู้ ดื่มด่ำ และบางครั้งก็ทุกข์ตรม ไปด้วยเหมือนกัน
แต่ทั้งหมด ก็คือ "ประสบการณ์ที่ตราตรึงใจ"
ผมได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ และก็คิดว่าจะยังมี "ความมหัศจรรย์" ให้เรียนรู้อีกมากมาย สมดัง Dostoyevsky นักประพันธ์ชั้นแนวหน้าของรัสเซีย ได้เคยกล่าวไว้ว่า "จิตใจของมนุษย์มีให้ศึกษาได้ไม่มีวันจบ"
ขอบคุณ คุณหมอ มากๆครับ ที่ยกย่อง "เข้าใจคุณค่าของความเป็นมนุษย์" เป็นคุณสมบัติอันดับแรกของ ผู้บริหาร KM
ผมมาอ่านอีกรอบ จึงยิ่งเห็นถึงความ "ลึกซึ้ง" นะครับ
"เข้าใจคุณค่าของความสร้างสรรค์ของคนทุกคนในหน่วยงาน/องค์กร"
ผมคิดว่า "คุณสมบัติ" นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มี "เข้าใจคุณค่าของความเป็นมนุษย์"
ในวันนี้ "การผลิต" ต่างๆ เราสามารถมอบหมายให้ "เครื่องจักร" และ "คอมพิวเตอร์" ทำงานแทนได้เกือบหมดแล้ว
แต่สิ่งที่ "เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์" ยังไม่อาจทำแทน "มนุษย์" ได้ ก็คือ "ความสร้างสรรค์" นั่นเอง
ดังนั้น "ความเป็นมนุษย์" กับ "ความสร้างสรรค์" จึงไม่อาจแยกออกจากกันได้
ในวันนี้ "งานบริการ" หลายอย่าง เราสามารถใช้ "คอมพิวเตอร์" ทำงานแทนได้ แต่มนุษย์ก็ยังยินดีที่จะได้รับการบริการจาก "มนุษย์" ด้วยกันมากกว่า หรือที่เรียกว่า Human Touch
เมื่อผู้นำ KM ยอมรับในความเป็นมนุษย์และความสร้างสรรค์ของเพื่อนร่วมงาน ก็ย่อมที่กล้ามอบหมายงานและหน้าที่ให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ นีี่จึงทำให้ "เพื่อนร่วมงาน" ได้พัฒนาตนเองผ่านการทำงาน จึงบรรลุคุณสมบัติข้อ 3
"มีทักษะในการสร้างคนจากการทำงาน"
และเมื่อ "มนุษย์ที่เก่งงานและสร้างสรรค์" ได้ถูกพัฒนาขึ้นมามากพอแล้ว ผู้นำ KM จึงสามารถวางใจและถอนตัวไป เพื่อที่จะ "นำจากข้างหลัง" ได้อย่างสบายใจ
ผมจะจดจำ คุณสมบัติของ "ผู้บริหาร KM" ทั้ง 4 ข้อนี้ไปใช้นะครับ