เขาจึงตัดสินใจหันกลับไปดูสิ่งที่เขาเห็น คือ ภาพของหญิงชรานั่งอยู่บนเก้าอี้โยกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มมีความสุขที่ได้พบหลานชายคนนี้  John แทบไม่เชื่อสายตาตนเองกับภาพที่เห็น  ในเมื่อคุณย่าเสียชีวิตไปแล้วทำไมท่านยังอยู่ในห้องนี้ เขาฝันไปหรือเปล่า เขาใช้มือตบหน้าตัวเองซึ่งมันเป็นเรื่องจริง 

คุณย่า “John ย่าดีใจมากที่หลานกลับมา ย่าขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้พ่อและหลานต้องออกจากบ้านหลังนี้ไป แต่ย่าไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้ 

John “ผมงงไปหมดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คุณย่า 

คุณย่า หลานอย่าเพิ่งสงสัยอะไรเลย ทุกอย่างกำลังจะเปิดเผยในเวลาไม่ช้านี้ ดูแลตัวเองให้ดีนะ ย่ารักหลานเสมอ John” 

ก่อนที่ John จะพูดต่อภาพของหญิงชราก็เลือนหายไปพร้อมกับแสงหนึ่งแวบเข้าตา   Linda เรียก John     ตื่นซึ่งเขาไม่เคยนอนขี้เซามาก่อน  John ลุกขึ้นจากเตียงนั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่  แต่เขาก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ Linda ฟัง

                ขณะนั่งรับประทานอาหารเช้า John พูดกับ Linda และ Pink ว่า พ่อจะพาทุกคนกลับบ้านเพราะเราจากบ้านมานานแล้ว พ่อเป็นห่วงฟาร์มของเรา 

Pink “แต่หนูยังสนุกอยู่เลยค่ะ หนูยังไม่อยากกลับ 

Linda “คุณมีอะไรหรือเปล่าค่ะ ถึงได้รีบกลับเราเพิ่งมาถึงแค่ 4 วันเองนะคะและ Pink ยังไม่อยากกลับเลย   

John “ไม่มีอะไรหรอกผมเป็นห่วงฟาร์มและสิ่งที่ผมทำก่อให้เกิดผลดีต่อคุณ ลูกและทุกคน ถ้าอย่างนั้นอยู่ต่ออีก 2 วันเราจะกลับบ้านกัน 

John เดินออกจากห้องทานอาหาร  ทิ้งให้ Linda และ Pink สงสัยกับคำพูดของ John แต่ทั้งคู่ก็ไม่อยากจะสงสัยมาก     Pink และเจ้าเหมียวตัดสินใจกลับไปยังห้องทำงานของคุณปู่ เพื่อออกสำรวจห้องลับนั้น  ขณะที่ทั้งคู่กำลังเปิดประตูห้องลับนั้น มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่  เมื่อประตูเปิดออกไฟก็ถูกจุดอย่างอัตโนมัติ  ข้างในกว้างมาก มีหนังสือมากมาย มีรูปภาพเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่เกาะเป็นจำนวนมาก  Pink และเจ้าเหมียวเดินสำรวจภายในห้องด้วยความตื่นเต้น  จนกระทั่งไปเจออัลบั้มรูปซึ่งเป็นรูปของพ่อ แม่และ John สมัยเด็ก  

Pink “เจ้าเหมียวนี้คงเป็นรูปของคุณปู่  คุณย่าและคุณพ่อแน่เลย ตอนเด็กคุณพ่อน่ารักจัง  

เจ้าเหมียวร้อง เหมียว 

ขณะที่ Pink นั่งมองรูปอยู่นั้น  Diary เล่มหนึ่งก็หล่นลงมา ตุ๊บ  Pink สะดุ้ง แล้วมองไปตามเสียงที่เกิดขึ้น มันเป็น Diary เล่มสีแดงหน้าปกเขียนชื่อ “Marry Marker” Pink ลังเลใจที่จะเปิดมันแต่เมื่อมองหน้าเจ้าเหมียวมันบอกสัญญาณเหมือนให้เปิดดูว่าข้างในมีอะไรอยู่

                ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ลูกชายและหลานชายของฉันได้ออกจากบ้านไป  ฉันรู้สึกเสียใจและโทษตัวเองเสมอว่ามันเป็นความผิดของฉันเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น  ฉันไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องบานปลายขนาดนี้  เพราะความเป็นห่วงและรักในตัวลูกชาย  อยากให้เขาเจอคนที่ดีพร้อมและเหมาะสมกับเขา  มันผิดด้วยหรือ     แต่เมื่อเขาพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน ฉันก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเขาถึงแม้ฉันจะไม่พอใจก็ตาม  จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นท้องซึ่งเด็กในท้องของเธอคือหลานชายของฉัน  ฉันจึงลดทิฐิและคิดจะยอมรับในตัวผู้หญิงคนนี้     แต่ฉันก็ไม่สามารถทำใจได้  จนวันหนึ่ง John  หลานชายของฉันก็ลืมตาออกมาดูโลก  เขาเป็นเด็กที่น่ารัก  หน้าตาเหมือนพ่อเขามาก  ฉันรู้สึกดีใจมากที่ฉันได้มีโอกาสเห็นและอุ้มหลานชายตัวเอง  ฉันเป็นคนดูแล John มาตลอดแต่ในใจก็ยังไม่ยอมรับผู้หญิงคนนี้อยู่ดี  วันหนึ่งฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นลูกสะใภ้เดินเล่นในสวนซึ่งเธอกำลังคุยกับคนขับรถ  ฉันจึงเกิดความคิดที่ไม่ดีและไม่ถูกต้องขึ้น  ฉันจึงตัดสินใจเรียกคนขับรถมาพบและพูดกับเขาว่า 8คุณนาย Marry “ฉันรู้ว่าเธอแอบชอบลูกสะใภ้ฉันอยู่ใช่ไหม Peter” 

Peter “คุณท่านทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ

คุณนาย Marry “ฉันดูออกฉันอยากให้เธอสมหวัง 

Peter “แล้วคุณ Mark ล่ะครับ ผมว่าไม่มันถูกต้องนะครับ 

คุณนาย Marry “หรือเธอจะปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ชอบหล่อนงั้นซิ  ฉันมองตาเธอ  ฉันก็รู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่    อย่ากลัวไปเลย ส่วนทางลูกชายฉันฉันจัดการเอง  ถ้าเธอตัดสินใจอย่างไรก็มาบอกฉันได้นะ ฉันยินดีช่วยเสมอ

           Peter กลับไปคิดหลายวันจนกระทั่งเขาตัดสินใจมาบอกฉันว่าเขายอมรับว่าชอบคุณผู้หญิงและฉันจะให้เขาทำอะไรเขาก็ยอมทำตามทุกอย่าง  ฉันเห็นเป็นโอกาสที่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตลูกชายของฉัน  ฉันจึงตัดสินใจวางแผนให้ Peter ได้ใกล้ชิดกับลูกสะใภ้ของเธอมากขึ้น โดยให้ Peter พาลูกสะใภ้ออกไปซื้อของด้วยกันเสมอ   กระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น     หลังจากที่ Mark ออกไปทำงานเช่นทุกวัน ฉันให้ลูกสะใภ้ออกไปซื้อของในเมืองกับ Peter แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ลูกสะใภ้ฉันกลับมาบ้านพร้อมน้ำตา พอฉันถามเธอก็ไม่ตอบวิ่งเข้าห้องไป  ฉันจึงเรียก Peter มาพบ เพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง  

Peter “คุณท่านผมไม่ตั้งใจ ผมไม่ดีเอง ผมข่มเหงคุณผู้หญิงครับ    ฉันได้ยินแล้วตกใจมากเลยตบหน้า Peter  แต่ในใจกลับคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะได้ออกไปจากชีวิตลูกชายเสียทีถ้า Mark รู้เรื่องนี้  ส่วน Peter ฉันแค่ลงโทษโดยหักเงินเดือนเท่านั้น  หลังจากนั้นฉันก็ไม่เห็นลูกสะใภ้เลย  จนกระทั่ง Mark กลับมาจากที่ทำงาน เขาถามถึงลูกชายและภรรยาของเขา แต่ฉันไม่ก็เห็นเธอตั้งแต่เกิดเรื่อง  Mark จึงเดินขึ้นไปดูบนห้องนอน ภาพที่เขาเห็น คือ ภรรยาของเขาเสียชีวิตบนเตียงนอน ด้วยสภาพน้ำลายฟูมปาก มีขวดยาตกอยู่ข้าง ๆ ตัวเธอ เธอกินยาฆ่าตัวตายแต่ Mark ไม่เชื่อเขาคิดว่าเป็นเพราะฉันที่ทำให้ภรรยาเขาต้องตาย  เขาโกรธมาก เขาตะโกนว่าฉันว่าเป็นต้นเหตุ  ฉันไม่ได้โต้ตอบ  เขากอดศพภรรยาพร้อมกับร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งตอนนั้น John เพิ่งอายุประมาณ 10 ขวบ ฉันจึงไม่อยากให้เขาเห็นเหตุการณ์ ฉันจึงให้ Jan เฝ้าเขาอยู่ในห้อง  หลังจากเหตุการณ์วันนั้น  Mark จึงตัดสินใจพา John ออกจากบ้านไป  ฉันรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ฉันไม่สามารถบอกใครได้  ฉันขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น..........  ก่อนที่ Pink จะอ่าน Diary จนจบก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพูดว่า ห้องนี้น่าจะถูกปิดตายไปตั้งนานแล้ว ไม่ควรจะเปิดมันอีก ใช่ไหมคุณหนู สิ้นเสียงนั้น Pink  ก็สลบไปทันที