ฤๅดอนหอยหลอดที่สวีจะหมดไปในพริบตา 

ฤๅดอนหอยหลอดที่สวีจะหมดไปในพริบตา

บันทึกก่อนหน้า  เสน่ห์ของการล่องแพที่สวี

 

                       จากที่ครูภาทิพเคยติดตามข่าวเรื่องของดอนหอยหลอดในภาคกลางที่หมดและร้างไปเพราะความโลภ  ความมักง่ายของผู้คนที่ใช้ปูนขาวมาราดให้หอยตัวเล็กตัวน้อยโผล่ขึ้นมา   จนในที่สุด ดอนหอยหลอดในภาคกลางก็เหลือแต่ชื่อ  ทำให้หวั่นวิตกว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นกับ ดอนหอยหลอดที่สวีด้วย  เพราะมีเค้าลางให้เห็นนั่นก็คือ

 

                        ในแต่ละวันมีผู้คนมาจากทั่วสารทิศ  ต่างคนต่างมาเก็บเกี่ยว    ขาดความรู้ขาดความเข้าใจในการดูแลเก็บเกี่ยว  ไม่มีองค์กรใดเข้ามาประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษา  ความไม่รู้ของผู้เก็บเกี่ยวแค่เห็นว่าเป็นรูต่างก็จิ้ม จิ้มจิ้ม และจิ้ม  ทำให้หอยตัวเล็กไม่ได้ขนาดโผล่ขึ้นมานอนตาย  คนจิ้มก็ไม่เก็บเพราะเล็กเกิน   บางรูเป็นรูของปลาไหล   ปลาไหลขึ้นมานอนแห้งก็มี

 

 

                        การซื้อขายที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้ลานหอยหลอดร้างได้  ทราบว่ามีรถจากมหาชัยมารับซื้อวันละ 3-4 ตัน   อย่างนี้หอยจะโตทันได้อย่างไร    และเมื่อความต้องการมีมาก  ก็จะยั่วยุให้คนหาวิธีการลัดที่รวดเร็วซึ่งจะมีผลให้ลานหอยนี้ร้าง

 

                        ถุงปูนแดงที่คนนำมาใช้  1 คน 1 ถุง  1 วัน   2 -300  ถุง  เมื่อใช้หมดก็ทิ้งไว้บนลานนั่น  ไม่มีใครถือขยะกลับ  ถุงขนมของลูกเล็กเด็กแดง  ที่มาร่วมขบวนหาหอย   ขวดเครื่องดื่มชูกำลังของผู้ชายที่พกพามา  เกลื่อนกลาดไปหมด เมื่อยามน้ำขึ้นปูนที่เหลือในถุงก็ราดลงไปยังลาน  หรือเมื่อน้ำท่วมสูงขึ้นก็กวาดถุงพลาสติกเหล่านั้นลงทะเล   ถ้าช่วงหาหอยมีระยะยาว  1 เดือน  2  เดือน  3  เดือน   ถุงพลาสติกและขยะเหล่านี้จะมีมากแค่ไหน    และจะส่งผลเสียต่อสัตว์น้ำในบริเวณนั้นอย่างไร

 

                            ดังนั้นก่อนที่เกิดความเสียหาย   น่าจะมีองค์กรเข้ามาดูแลให้ความรู้  ควบคุมการเก็บเกี่ยวเพื่อความยั่งยืนของแหล่งอาหารและแหล่งท่องเที่ยวนี้

 

 

โปรดติดตามของอร่อยที่สวีในโอกาสต่อไป