บ่ายวันที่ ๘ เม.ย. ๕๒ ผมไปที่สถาบันอาศรมศิลป์ เพื่อให้คณะผู้ประเมินภายนอกของ สมศ. สัมภาษณ์ ปรากฎว่าทางมหาวิทยาลัยได้นำเสนอกิจการไปแล้วในตอนเช้า ผมเตรียมจะไปชี้แจงในฐานะอุปนายกสภาสถาบัน ว่าเรากำกับดูแลคุณภาพการศึกษาอย่างไร แต่ไม่มีโอกาสชี้แจง เพราะคณะผู้ประเมินเชื่อไปแล้ว ว่าการศึกษาที่สถาบันอาศรมศิลป์มีคุณภาพสูงมาก
กลายเป็นว่า คณะผู้ประเมินถามผมว่า มีอะไรจะบอกบ้าง ผมเรียนท่านว่าสถาบันอาศรมศิลป์เป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือก หลักคิดและวิธีการจัดการเรียนรู้แตกต่างจากมหาวิทยาลัยกระแสหลัก การใช้ regulation และวิธีประเมินแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยกระแสหลัก อย่างไร้ความยืดหยุ่น จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานริเริ่มสร้างสรรค์ของสถาบันอุดมศึกษาทางเลือก
ผมเสนอให้คณะผู้ประเมิน ดำเนินการ ๓ ขั้นตอน คือ (๑) ประเมินตัวคุณภาพการเรียนรู้จริงๆ โดยดูจากกิจกรรมจริง (ยังไม่มีบัณฑิตจบการศึกษา) (๒) ตรวจสอบว่าตัวชี้วัดตามเกณฑ์ สมศ. ใดบ้างที่ไม่เข้าเกณฑ์ (๓) หาข้อมูลและเหตุผลว่า มีปัจจัยที่ไม่อยู่ในตัวชี้วัดของ สมศ. ใดบ้างที่ช่วยให้สถาบันอาศรมศิลป์จัดการศึกษาที่คุณภาพดีถึงเพียงนี้ รายงานของคณะผู้ประเมินจะช่วยให้ สมศ. คิดหาทางยืดหยุ่นในการประเมินสถาบันอุดมศึกษาทางเลือกได้ดีขึ้น
ทีมผู้ประเมินถึงกับเสนอแนะให้ สถาบันอาศรมศิลป์ แหวกแนวในเรื่องหลักสูตรยิ่งขึ้น เราจึงต้องชี้แจงว่าสถาบันอาศรมศิลป์เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน การควบคุมเคร่งครัดกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐมาก และหลักสูตรด้านการศึกษายังมีคุรุสภาคอยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เป็นข้อจำกัดในการทำงานคุณภาพสูงอย่างมีนวัตกรรม
วิจารณ์ พานิช
๙ เม.ย. ๕๒
เรียน อ.วิจารณ์
คิดว่า ถ้าหากข้อเสนอแนะ ของอาจารย์ และจากกรรมการที่มาประเมินสถาบันอาศรมศิลป์ ได้มีกลไกที่ทำให้ความเห็นนี้ได้ไปแลกเปลี่ยนให้กับผู้ประเมินอื่นๆ น่าจะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งตัวชี้วัด และแนวทางการเป็นผู้ประเมินของ สมศ.เองได้
แต่พอไปรวมเข้ากับความเห็นอื่นๆ เกรงว่าความเห็นส่วนนี้จะถูกละเลย เพราะเป็นความเห็นจากสถาบันอุดมศึกษาทางเลือกครับ เกรงจะไม่ได่นำถูกนำเสนอให้ได้ยิน