มหานุภาพแห่งธรรม

 

 

 

 

 

 

                      ยังอยู่กับบันทึกหัวข้อ อัศจรรย์เสียงธรรมจากเดลี   ครับ  จากที่เล่าเรื่องการไปเยือนเดลีของพระอาจารย์อารยะวังโสและต่อมานำภาพอัศจรรย์ของพระบาทมงคลธรรม เสนอไปแล้วนั้น ขอเรียนว่าสิ่งดีงามสิ่งหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเดลี  ซึ่งผมก็ยังไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อไหร่ เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ บางครั้งสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกัน แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง กลับเกี่ยวกัน เชื่อมโยงกันทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "ธรรมะจัดสรร" ก็ต้องคอยดูกันต่อไปครับสิ่งดีงามนั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไร

                      สำหรับบันทึกนี้ ผมขอนำภาพอัศจรรย์อีกภาพหนึ่งที่คุณเอื้องอุมา (ฐาปนา รักติประกร)ได้กรุณาส่งมาให้ลงในเว็บ  เป็นภาพอัศจรรย์แห่งธรรม ณ ถ้ำบำเพ็ญเพียรทุกรกิริยา (ดงคสิริ) อุรุเวลาเสนานิคม รัฐพิหาร อินเดียซึ่งปรากฏในหนังสือที่ชื่อ มหานุภาพ...แห่งธรรม The Might of Dhamma ที่แจกคนไทยในเดลีที่มาปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต ในวันที่ 30 มีนาคม 2552

ในปกด้านใน บรรยายไว้ดังนี้ครับ

"อธิษฐานขอพุทธานุภาพพึงปรากฏเมื่อ 4  กค. 2551 เวลา 08.00 น หลังจากที่พระอาจารย์อารยะวังโสมาปฏิบัติธรรมบอกบริสุทธิ์และอธิษฐานอุโบสถ ณ ถ้ำบำเพ็นเพียรทุกรกิริยา ดงคสิริ (อุรุเวลา) รัฐพิหาร อินเดีย เพื่อประกาศการเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยการคืนกลับสู่ชมพูทวีป ตามเจตนาธรรม"

ผู้บันทึกภาพ/อธิษฐาน นายนิคม จึงอยุ่สุข

 

 

                            ที่มาของการเกิดภาพอัศจรรย์นี้  เกิดจากการเดินทางไปอินเดียของพระอาจารย์อารยะวังโสและคณะศิษย์เมื่อวันที่  2-5 กรกฏาคม ปี 2551 เพื่อไปสักการะสถานที่พระพุทธเจ้าครัสรู้  และขอพุทธนานุภาพในการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองไทย โดยการนำดินมหามงคลจากสถานที่ตรัสรู้และเครื่องสักการบูชาหลายประการกลับมาสู่แผ่นดินไทย และนำไปใช้ประกอบการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2551  ซึ่งบังเอิญผมก็ได้มีส่วนเล็กๆ น้อยๆ ในการประสานงานในอินเดียกับสถานกงสุลใหญ่ ณ กัลกัตตาซึ่งดูแลรัฐพิหาร

                            ต้องนับว่าการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในประเทศไทยนั้นเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาที่ดีมาก เพราะเป็นต้นที่หน่อนั้นมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดียวกับพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทคยา  เช่นเดียวกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อยู่ในสถานทูตไทย ณ กรุงเดลีที่อัญเชิญมาปลูกมาเป็นเวลานานถึง 53 ปีแล้ว

                           จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ได้ปฏิบัติธรรมตามแนวสมถและวิปัสสนามามาพอสมควร ผมยืนยันว่าพลังธรรมนั้นมีจริง สำหรับคนที่สนใจและรู้วิธี ก็จะสามารถสัมผัสถึงพลังธรรมชาตินั้นได้ตามกำลังของตน  วิธีการพิสูจน์นั้นเปิดอยู่เสมอ หากต้องการ  เช่นเดียวกับสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์เราสงสัย ก็รอเวลาที่จะให้มีการพิสูจน์ทั้งนั้น

                           การอยากรู้ความจริงในธรรมชาติ ในชีวิตจึงเป็นการเริ่มต้นและเป็นสิ่งที่ดี เมื่ออยากรู้ก็ต้องศึกษา เพื่อหาความจริงนั้น ให้ได้จนกว่าจะได้เห็นด้วยตัวเองอย่างถ่องแท้จึงค่อยสรุป

                           ลองชมกันนะครับ ด้วยจิตบริสุทธิ์ และเรียนรู้

                           ขอให้เจริญในธรรมและมีความสุขทุกท่านครับ

................................