ตอนที่ ๒
วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒
ตอนกินอาหารเช้า ดิฉันได้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับคุณไปป์ นักเทคนิคการแพทย์ จาก รพ.สอยดาว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด ๖๐ เตียง มีแพทย์ ๕ คน มีความพร้อมทำได้หลายอย่าง บอกว่าที่ รพ.ยังไม่รู้จัก KM ตนเองมาแทนนักกายภาพบำบัด ที่โรงพยาบาลยังไม่ค่อยมีอะไรดีเท่าไหร่ เคยมีผลงานดีเรื่องยาเสพติด มาเลเรีย เอดส์ แต่พอคุยไปคุยมาก็รู้ว่ามีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนเยอะมาก แต่ละวันเคยเจาะเลือดตั้งแต่เช้าจน ๐๙ น.ยังไม่เสร็จ ต่อมาได้จัดให้ผู้ป่วยไปติดตามการรักษาที่ สอ. และจัดทีมไปตรวจร่างกายประจำปีตาม สอ.มีการตรวจเลือดดูระดับไขมัน creatinine, A1C คนที่ไม่ได้มาตรวจให้ทาง สอ.เก็บตกส่งไปตรวจที่ รพ. สามารถตรวจได้เกือบ ๑๐๐% ดิฉันจึงชมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่อง
เกือบ ๐๘.๕๐ น.คุณบุญโชคเริ่มกิจกรรมตรวจสมาธิให้นับเลขแล้วทำท่าประกอบ ให้ผู้เข้าประชุมเข้ากลุ่มตามที่จัดไว้ล่วงหน้า ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ถามชื่อเล่นกันทุกคน จับมือกันแล้วท่องชื่อเล่นทุกคนเวียนจนครบ เขย่ามือ ท่องดังๆ เร็วๆ กลุ่มไหนครบแล้วให้ร้องเฮ้ดังๆ ซ้อมกันจนคล่อง การจะจำให้ได้ครบต้องมีการวางแผน มีเทคนิคในการจำ วางแผนการทำงานเป็นทีม เช่น ใช้อักษรเรียงกันให้จำได้
เรียกสมาธิตอนเช้า <p style="text-align: center;"> </p><table border="1"><tbody><tr>
</tr></tbody></table> ท่องชื่อเล่นของทุกคน รู้จักกันให้มากขึ้น
ดิฉันทบทวนวิธีการเล่าเรื่องและการฟังอีกครั้ง บอกว่าในวงกลุ่มย่อยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้จากการปฏิบัติ ไม่ใช่ความรู้จากตำราหรือทฤษฎี เน้นการขยายความสำเร็จ ไม่ใช่การแก้ปัญหา ไม่ใช่การอภิปรายถกเถียงหรือการประชุมระดมสมอง เหตุผลที่ไม่แนะนำให้เอาปัญหามาเล่า จากเรื่องเล่าของแต่ละคน ให้ผู้ฟังช่วยกันตีความและสกัด "ขุมความรู้" ออกมา อธิบายและยกตัวอย่างของขุมความรู้ จากขุมความรู้จะเอามาจัดหมวดหมู่และสังเคราะห์เป็น "แก่นความรู้" ได้อย่างไร
เมื่ออธิบายจบมีผู้เข้าประชุมรายหนึ่งถามว่าต้องการ output อะไรจากกลุ่มย่อย ดิฉันไม่ตอบเอง แต่ให้ผู้เข้าประชุมคนอื่นตอบให้ ซึ่งก็ตอบได้ตรงตามสิ่งที่เราต้องการ แสดงว่าเข้าใจสิ่งที่จะต้องทำต่อไป หลังจากนั้นเราให้ผู้เข้าประชุมเข้ากลุ่มย่อย บางกลุ่มก็นั่งเก้าอี้ บางกลุ่มก็ขอนั่งกับพื้น เราขออาสาสมัคร "คุณกิจ" ๑ คน ทำหน้าที่เป็น "คุณลิขิต"
ซ้าย กำลังเล่าเรื่อง ขวา ช่วยกันเขียนขุมความรู้ลง card
ผู้เข้าประชุมใช้เวลาเล่าเรื่องกันนานมากประมาณ ๒ ชม.กว่า บางกลุ่มกว่าคนแรกจะเล่าได้เข้ารูปเข้ารอยก็ใช้เวลาเป็นครึ่งชั่วโมง แต่ไม่มีใครยอมถอย ผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องอย่างตั้งใจ ระหว่างการเล่าเรื่องเราให้พักรับประทานอาหารว่างด้วย มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เล่าเรื่องแล้วหัวเราะกันตลอด เพื่อนแซวว่าคงเล่าเรื่องโจ๊กและกลุ่มนี้เลิกช้าที่สุดเกือบ ๑๒.๓๐ น. ตอนพักกลางวันยังตักอาหารมานั่งรับประทานด้วยกันในกลุ่มอีก
เรื่องเล่าที่น่าสนใจมีหลากหลาย เช่น
- การจัดยาถุงละ ๑ มื้อ ใส่ลิ้นชัก ๓ ชั้น ชั้นบนเป็นยามื้อเช้า ชั้นกลางเป็นยามื้อกลางวัน และชั้นล่างเป็นยามื้อเย็น ทำให้ผู้ป่วยที่ตามองไม่ค่อยเห็นสามารถกินยาได้ถูกต้อง
- เรื่องราวรักแท้ของอากง-อาม่า อายุ ๗๐-๘๐ ปีแล้ว อาม่าเป็นแผลที่เท้า หมอจะตัดขา แต่อาม่าไม่ยอมตัด พยาบาลจึงสอนอากงให้ทำแผลให้ ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่หาได้ในบ้าน อากงตามองเห็นไม่ชัด จึงให้ทำความสะอาดแผลโดยนับครั้งที่เช็ดและดูที่สำลี ถ้าสำลีเช็ดแล้วขาว แสดงว่าเช็ดแผลสะอาดแล้ว แผลของอาม่าหายได้เรียบร้อยดี แม้อีกปีกว่าต่อมาจะมีแผลอีก อากงก็ดูแลจนหาย โดยไม่ต้องตัดขา เจ้าของเรื่องมีภาพถ่ายของอากง-อาม่า และแผลมาให้ดูด้วย ผู้ฟังประทับใจมาก
- การให้กำลังใจและสอนให้ผู้ป่วย CVA ออกกำลังกายด้วยตนเอง นักกายภาพบำบัดเจ้าของเรื่อง มีท่าทีเป็นมิตรและดูอบอุ่นอย่างมาก เราจึงไม่แปลกใจที่คนไข้มีอาการดีขึ้น
- การใช้อาหารพื้นบ้าน แบ่งกลุ่มอาหารร้อน-เย็น ทำอาหารสาธิตให้ผู้ป่วยกิน เช่น น้ำผัก ให้ลองกินจึงรู้ว่าไม่ต้องใส่น้ำตาลก็หวาน
- การสอนผู้ป่วยฉีดอินซูลิน เรามักสอนว่าทำอย่างไร ฉีดตรงไหน ลืมเรื่องการทิ้งเข็ม จึงสอนให้ทิ้งเข็มในกระป๋องยาเปล่าที่เคยทำน้ำแข็งใส่อินซูลินให้ตอนกลับบ้าน เรื่องง่ายๆ แบบนี้มีผลดีหลายอย่าง
- การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโดยมีฐานจากชีวิตความเป็นอยู่จริงของผู้ป่วย เช่น การให้ผู้ป่วยเรียนรู้จากอาหารที่กินอยู่ตามปกติ เวลาสอนผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน เดิมใช้ PPT ก็เปลี่ยนรูปแบบ ให้ สอ.บอกคนไข้ให้เอาอาหารมากินร่วมกัน ให้ผู้ป่วยตักเองว่ากินเท่าไหร่ แล้วให้ความรู้ว่าควรปรับ/ลดอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน
เป็นต้น
๑๓.๑๐ น. เล่นเกมฉิ่งฉับช่วงสั้นๆ ต่อด้วยการนำเสนอเรื่องเล่าของกลุ่มย่อย เราให้เวลากลุ่มละ ๕ นาที แต่พอนำเสนอจริงก็ใช้เวลาเกินไปเล็กน้อย ตัวแทนกลุ่มที่ขันอาสามานำเสนอ จำเรื่องเล่าในกลุ่มของตัวได้ทั้งหมด
๑๔.๐๐ เราให้คุณอำนวยและคุณลิขิตแต่ละกลุ่มมาช่วยกันจัดกลุ่ม card ขุมความรู้แล้วสังเคราะห์เป็นแก่นความรู้ ตั้งใจจะให้ผู้เข้าประชุมที่เหลือดู VDO หมอฝอยทอง แต่เกิดปัญหาเปิด VCD ไม่ได้จนหมดเวลา ดิฉันเองก็ไม่สามารถจะทำอะไรแก้ขัดได้ เพราะต้องใช้เวลาในการแนะนำการสังเคราะห์แก่นความรู้ แต่ผู้เข้าประชุมก็ไม่ถอยหนีไปไหน ยังรอคอยและพักรับประทานอาหารว่าง
๑๕ น. ได้แก่นความรู้มา ๗ เรื่อง แยกย้ายให้แต่ละกลุ่มนำไปจัดทำเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ทีมงานช่วยกันพิมพ์ลง PPT คุณหมอภาณุวัฒน์โชว์ให้ผู้เข้าประชุมช่วยกันให้ความเห็น หลายคนท่าจะเหนื่อยล้าแล้ว จึงออกความเห็นไม่ได้มาก วิทยากรและทีมงานจึงรับหน้าที่เอาไปปรับแต่งเพิ่มเติม ดิฉันบอกผู้เข้าประชุมให้รู้ว่าแก่นความรู้ที่ได้มาจากเรื่องที่เล่า จึงยังไม่ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วย DM-HT ทั้งหมด
ช่วยกันสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จ
กว่าจะจบกิจกรรมวันนี้ก็ได้เวลา ๑๗ น. คุณหน่อย รัชนี แม่งานใหญ่นัดทุกคนรับประทานอาหารเย็นที่ร้านไม่ไกลจากโรงแรม (เดินถึง) มื้อนี้มีแกงส้มกุ้ง ยำปลาข้าวสาร ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว ไข่เจียวหอยนางรม และน้ำพริกไข่ปู
วัลลา ตันตโยทัย