ตอนนี้เจตมัยอายุครบ 1 อาทิตย์แล้วค่ะ
ขอมาบันทึกว่าการให้นมแม่ใน 7 วันที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
- ให้นมครั้งแรกตอนพักหลังคลอดแป๊บเดียว คือเค้าเข็นแม่ออกจากห้องผ่าตัดมาห้องพักดูอาการ แล้วพยาบาลก็อุ้มลูกตามมาให้ ตอนนี้น้ำนมยังไม่มี แต่เค้าก็ให้ลูกดูดอยู่ดีเพราะเป็นการกระตุ้น (ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็นวันพุธ)
- พอกลับไปห้องพักที่ ward หลังคลอด เย็นวันนั้นพยาบาลที่ nunrsery ก็พาเจมาให้ดูดนมแม่อีก แม่เจ็บแผลด้วย มึนๆด้วยเค้าเลยสอนให้นมท่านอนตะแคง คืนนั้นพยาบาลพาเจมาหาแม่อีก 3-4 ครั้ง
- คุณหมอเด็กสอนไว้ว่าช่วงแรกนี้ให้ให้นมบ่อยๆแต่ไม่ต้องนาน ให้ให้ทั้งสองข้างข้างละ 5 นาที ถ้าให้นานมันแห้งไปจะเจ็บหัวนม ถ้าหัวนมแตกแล้วจะลำบาก
- ตี 2 วันพฤหัส แม่ถามพยาบาลที่พาเจมาว่าแล้วนี่มันมีอะไรออกมาให้เจทานมั้ย เค้าบอกว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร เจอยู่ได้ 2-3 วัน แต่เค้าก็ขอลองบีบน้ำนมดู ปรากฎว่ามี colostrum ออกมาเป็นหยดๆ แม่ดีใจมาก ถึงมันจะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย รวมแล้วแม่ให้นมลูกวันละ 11 ครั้ง
- วันพฤหัสหรือวันที่สองตอนเย็นนั้นแม่เริ่มหัดลุก หัดเดินแล้ว (คุณยายไม่มีทางให้แม่สำออย hahaha สั่ง off น้ำเกลือเลยบ่ายวันนั้น ยายเอาแผ่น tegaderm มาปิดแผลกันน้ำเองเลย บอกว่าให้อาบเองได้จะได้สบายๆ แม่ก็หวั่นๆแต่ปรากฎว่าแม่ก็อาบน้ำเองได้จริงๆ ไอ้ที่ทรมานที่สุดคือปัสสาวะครั้งแรกหลังเอาท่อสวนออกนี่สิ แม่นั่งซะนานเลย) เย็นวันนั้นแม่เลยลองลุกไปนั่งที่เก้าอี้คนเยี่ยมแล้วให้นมท่าลูกรักบี้ (หรือที่อเมริกันเรียกว่าท่าลูกฟุตบอล) เพราะท่านี้นั่งให้แล้วตัวลูกจะไม่โดนแผลผ่าตัดของแม่
- อ่อ แม่ซื้อหมอนรองให้นมมาจากแวนคูเวอร์ ก็เลยใช้หมอนรองสบายดีมาก แต่วันนี้ดูฉี่ลูกเหลืองเข้ม แม่กับยายหนุ่ยที่เป็นพยาบาลเด็กก็เริ่มเป็นห่วง แต่แม่เชื่อว่าเดี๋ยวนมต้องมา
- พยาบาลยังพาลูกมาหาแม่ทุก 2-3 ชม. วันศุกร์หรือวันที่สามนมก็มาเยอะขึ้นจริงๆ จากหยดเล็กๆเป็นหยดใหญ่หน่อยจนถึงซึมๆ วันนี้ตอนเช้าแม่กับพ่อไปเรียนวิธีอาบน้ำที่ nursery แล้วก็ให้นมที่นั่นเลย นั่งเก้าอี้โยกแล้วก็ใช้หมอนรองของเค้า วันนี้ลองให้ท่า cradle ช่วงนี้แม่มีพยาบาลคอยช่วยตลอดคือเค้าจะช่วยจับให้เจ latch on ให้ถูก คือให้อมถึงลานหัวนม แม่จะได้ไม่เจ็บหรือหัวนมแตก วันนี้พยาบาลบอกว่าได้ยินเสียงเจกลืน มี letdown reflex แม่หล่ะดีใจ๊ดีใจ สีฉี่ของเจก็จางลงกว่าเมื่อวานด้วย
- คืนวันศุกร์เจมานอนกับแม่และพ่อทั้งคืนเพราะวันเสาร์แม่จะออกจากรพ.แล้ว พยาบาลบอกว่าให้มาลองว่าอยู่ด้วยทั้งคืนแล้วตื่นตอนไหน ร้องตอนไหน เป็นการซ้อมก่อนกลับบ้าน
- เหอะๆ เจทำเอาพ่อกับแม่มือใหม่หวั่นๆ แต่ปรากฎว่าเจเป็นเด็กดีมาก หิวถึงร้อง อิ่มก็หลับนาน 3 ชม. แต่ว่าแม่ลำบากตรงที่เจ็บแผลนี่แหละ แล้วเวลาเจดูดนมแม่ มดลูกแม่ก็บีบตัวจาก oxytocin ที่หลั่ง ทำให้แม่ปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือนด้วย ดีที่พ่อเป็นคนคอยลุกมาอุ้มส่งเจให้แม่ แล้วก็พาเจเข้านอนหลังอิ่มแล้ว
- ตั้งแต่กลับบ้านมาเจก็เหมือนจะเป็นเด็กดี ร้องมีเหตุผล คือไม่หิว ก็แฉะ หรือไม่ก็อึดอัดมีลม (ก่อนตดหรือเรอ) พอกินอิ่มก็หลับได้ 2 - 3 ชม.ครึ่ง
- กลับบ้านมาแม่ได้ทานแต่อาหารบำรุง ทั้งแกงเลียงหัวปลี น้ำขิง ไก่ต้มขิงกับข้าวแดงคนจีน ปลาข้าวสาร ฯลฯ วันนี้ก็จะมีแกงเลียงอีก
- น้ำนมก็เริ่มมาวันที่ 5 ได้ แม่เริ่มคัดหน้าอก เต้าแข็งต้องประคบอุ่น (ถ้าหัวนมแข็งไป ลูกก็จะดูดลำบาก) แต่น้ำนมก็ยังไม่พุ่งนะ แม่ก็ดูว่าเจฉี่อึมากแค่ไหน ดูแล้วน่าจะโอเค
- อ่อ วันที่กลับบ้านมาวันแรก พยาบาลที่ nursery โทรมา follow-up ด้วยว่าเป็นยังไง แม่ถามเค้าว่าอึบ่อยมากเช้านี้ก็ 4 ครั้งแล้ว (ปกติจะต้องวันละ 5 ครั้ง) พยาบาลบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ แต่ให้ทานน้ำนมให้หมดเต้า เพราะว่านมส่วนแรกเป็นน้ำมาก นมส่วนหลังมีไขมัน มีส่วนประกอบไม่เหมือนกัน ถ้าทานแต่นมส่วนแรกจะถ่ายบ่อย อย่าเพิ่งเปลี่ยนเต้าจนกว่าเต้าเดิมจะหมด คือให้แน่ใจว่าเจได้น้ำนมส่วนหลังด้วย
- ตั้งแต่นั้นมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 7 ครบ 1 สัปดาห์นั้น นมแม่มีเยอะขึ้นมาก ลูกทานจนปากเปียกเลย แต่แม่ก็ยังไม่มีน้ำนมซึมเลอะเสื้อ ไม่ต้องใส่แผ่นซับน้ำนมจนเพิ่งจะต้องใส่ครั้งแรกเมื่อคืนนี้เอง (เข้าวันที่ 8)
- สรุปว่าช่วงแรกนี้เป็น feeding by demand คือ ลูกหิวแม่ก็ป้อนทุก 2-3 ชม แต่ไม่ใช่ว่าร้องแล้วต้องกินนมทุกครั้งให้สังเกตดีๆว่าน้องจะอึหรือผ้าอ้อมแฉะรึเปล่า บางทีลูกทำปากจ๊วบจ๊าบก็ไม่ได้แปลว่าต้องกินตลอดถ้าเพิ่มทานไป ไม่งั้นก็อ๊อกได้ อุ้มๆเล่นกับเค้าเค้าก็หยุดแล้วก็หลับได้ในที่สุด
- แม่มีสมุดจดตลอดเจตื่นหลับตอนไหน กินนมกี่โมงถึงกี่โมง อึฉี่ เปลี่ยนผ้าอ้อมตอนไหน จะได้รู้ pattern แล้วก็รู้ว่าทานนมไปครั้งสุดท้ายกี่ชม.แล้ว กินนานมั้ย (มันจำไม่ได้จริงๆค่ะไม่รู้ทำไม!)
- การให้นมแม่ไม่ยากถ้าตั้งใจ และอย่าไปเครียดกับมัน ทำใจให้สบาย ดื่มน้ำเยอะๆ เยอะกว่าธรรมดา 3-4 แก้ว ถ้าลูก latch on ผิดคืออมแต่หัวนมให้รีบเอานิ้วแทรกแล้วให้ลูกงับใหม่ให้ถึงลานหัวนม อย่าปล่อยไปเป็นอันขาด ไม่งั้นจะเจ็บมากและหัวนมแตกได้
- คุณแม่ที่คลอดเองน่าจะให้นมได้สบายๆกว่า เพราะผ่าคลอดจะเจ็บแผลและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่ามาก ต้องมีคนให้กำลังใจและให้คุณพ่อคอยช่วยอุ้มลูกพามาหาเพราะจะลุกจากเตียงได้ช้า แต่ไม่กี่วันก็จะรู้สึกดีขึ้น ชินขึ้น เมื่อไหร่ลุกจากเตียงได้ง่ายขึ้นอะไรๆก็สบาย : )
- ให้นมแม่ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องต้มขวดนม ชงนมเก็บตู้เย็น อุ่นนม ให้ที่ไหนก็ได้ สบายมาก
- ไว้อีกซัก 2-3 อาทิตย์แม่จะเริ่มปั้มนมเก็บแล้วให้คนอื่นช่วยแม่บ้าง : ) ตอนนี้ซื้อ syringe มาแล้วจะลองดูว่า work มั้ย น้าไก่บอกว่าลองให้ด้วยช้อนก็ได้ ถ้าไม่ไหวจริงๆถึงจะให้ดูดนมแม่จากขวด ต้องลองกันดูซักตั้ง!
นมแม่ดีที่สุดจริงๆค่ะ หลานกินนมแม่อย่างเดียว 9 เดือนเต็ม
จริงๆสำหรับแม่ที่ทำงานไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องมีความมุ่งมั่น และคนรอบข้างให้กำลังใจค่ะ
ทำงานไปสักพัก ก็ต้องลุกไปบีบน้ำนมใส่ขวด บางที ก็ไมค่อยสะดวกเหมือนกัน แต่ทำได้ก็จะดีมากเลยนะคะ
ตอนแรกก็กังวลอยู่ค่ะคุณศศิ เพราะว่าที่ทำงานไม่มีห้องที่จะให้ไปปั้มนมได้ แล้วห้องพักของมัทแชร์กับพี่ผู้ชายอีกคน คนข้างนอกมองเข้ามาก็เห็นเพราะเป็นกระจกใส
แต่แล้วก็เหมือนเจจะทำบุญมาดี อยู่ๆเมื่อวานรุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบกลับมาจากญี่ปุ่นโทรมาชวนว่าจะย้ายออฟฟิศไปอยู่ห้องเดียวกันมั้ย เค้านั่งคนเดียวเพราะคนอื่นๆกำลังจะไปเรียนต่อ ห้องนั้นข้างนอกมองเข้าไปไม่เห็นด้วย มัทก็เลยตอบ ok ไปเลย : )
ยินดีต้อนรับน้องเจตมัยครับผม :)
แนะนำผ้าโปง คือเห็นลอร่าเขาทำประจำ เตรียมผ้าค่อนข้างบางเหมือนผ้าอ้อมแต่ผืนใหญ่ แล้วใส่เสื้อที่หลวมเลิกขึ้นง่าย ยกทรงเป็นแบบปลดเฉพาะด้านหน้าเปิดออกได้ เท่านี้อยู่ไหนก็หม่ำได้โม้ด หิวเมื่อไหร่ก็คลุมผ้าที่ไหล่ด้านนึงเฉียงลงมาถึงเอวด้านหน้า ลูกเห็นผ้าก็ดีใจใหญ่ มุดเข้าโปงจ๊วบๆ ไม่โป๊ เด็กก็ไม่อึดอัดด้วยเพราะผ้ามันโปร่งไม่ร้อน
สวัสดีค่ะ คุณแม่คนใหม่
น้องเจตมัยช่วงนี้เขาคงหลับนานอยู่นะคะ
คุณแม่ต้องทานน้ำอุ่นนะค่ะ ( น้ำนมเยอะ มดลูกเข้าอู่เร็ว )
เพราะร่างกายเราเปลี่ยนแปลงค่ะ
ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะค่ะ
หากคุณแม่จะปิดนมต้องใช้ขวดนมช่วยตอนให้นมนะค่ะ
เพราะไม่นานน้องจะรู้และไม่รับขวดนมค่ะ ( ให้สลับกันค่ะ )
เอ พี่ตกข่าวเรื่องผ่าตัด
เป็นช่วงยุ่ง ๆ น่ะค่ะ
แต่เรื่องนมแม่ ค่ะ ลูกและนมจากเต้าของเราเขาจะปรับตัวกันเอง
อีกสักพักน้องมัทจะได้รู้ว่า โทรจิต(ของเราและลูก) เป็นอย่างไร
เมื่อเราคิดถึงลูก หรือพวงว่าเขาจะหิวหรือยัง
เต้านมเราจะตึง คัด และจี๊ด ขึ้นมาอัตโนมัติค่ะ...
ขอให้แข็งแรงทั้งแม่และลูกนะคะ
**เพิ่งเห็นจากพี่เพื่อนร่วมทาง
จริงค่ะ ห้าง ๆ หนึ่งต้องมีที่ให้นมลูกโดยเฉพาะก็เพราะพี่ไป
"เปิด จ๊วบ "แถมเขียนคอมเม้นท์ให้เขาด้วยค่ะ
ได้จดหมายกลับมาขอบคุณด้วย..อิ อิ
ขอบคุณค่ะพี่หมอนนท์ อ. จัน พี่เล็ก พี่ซูซาน และ ครูเอ
มาบันทึกเรื่องโทรจิตนิดนึงค่ะ หรืออาจจะไม่ใช่โทรจิตแต่เป็นความบังเอิญ คือ
4 คืนติดต่อกันแล้วที่มัทตื่นมาเข้าห้องน้ำใกล้ช่วงเที่ยงคืนหรือตีหนึ่งตรงกับเวลาที่เจจะต้องทานนมมาก คือพอเข้าห้องน้ำเสร็จ มัทก็ดูเจก็เห็นว่ากำลังตื่น บิดขี้เกียจแล้วก็ทำปากจ๊วบจาบๆจะทานนม มัทก็อุ้มให้นมเลย น้องไม่ต้องร้องก่อน อิ่มแล้วก็หลับได้อีก 2-3 ชม. แต่มัทก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะแม่บอกว่าช่วงนี้เป็นช่วง diuratic มัทจะฉี่เยอะและบ่อย เป็นการกำจัดน้ำออกจากตัว เลยยังลุกฉี่กลางคืนเหมือนตอนท้องเลยค่ะ
ส่วนอีกเรื่องคือช่วงตี 3 มัทหลับสนิทแต่ 3 คืนแล้วที่อยู่ดีๆมัทก็ตื่น ไม่ได้ปวดฉี่ด้วย แต่ตื่นเพราะได้ยินเสียงเจทำปากจ๊วบจาบ เสียงมันเบามาก แต่ก็สามารถปลุกมัทให้ตื่นขึ้นมาได้ โดยที่เจไม่ต้องร้องไห้เลย
เป็นแบบนี้มา 3-4 คืนแล้วค่ะ พ่อก็ไม่ต้องตื่นช่วยทุกครั้ง ได้นอนยาวหน่อย พ่อจะช่วยช่วงก่อนเข้านอนกัน แล้วก็ตื่นมาช่วยอีกรอบคือตอนตี 5 พอไปทำงานก็ไม่เหนื่อยมาก : )
ฟังแล้วมีความสุขจัง น้องเจกินนมแม่เยอะๆ โตไวๆ นะค้าบ อ้อ ผ้าโปงที่ว่านี่ก็ใช้ผ้าอ้อมนี่ล่ะ เพื่อนก็ไปซื้อผ้าจากพาหุรัดมาตัดเย็บเอง จะเอาใหญ่ยาวแค่ไหนก็ได้ ถูกๆ ด้วย ผ้าพวกนี้ขายกันเป็นหลา มีเพียบ คุณพ่อมีไว้ให้ใช้นะตอนนี้ อิ อิ ใช้ไปซื้อเลยจ้า เพื่อความสุขของแม่และเจ้าตัวเล็ก : )
สวัสดีค่ะ คุณ มัทนา
แวะมาอ่านบันทึก น่าสนใจมากค่ะ
มีข้อสังเกตุอยู่อย่างหนึ่ง คือ ควรให้ลูก ได้ดื่มน้ำสะอาด หลังจากดื่มนมแล้ว ด้วยนะคะ จะทำให้ลูกมีความเคยชินที่จะดื่มน้ำ และ ล้างคราบนมในปากของลูกด้วย น้ำสะอาด จะทำให้ตาขาวของเด็กทารกไม่เหลืองค่ะ ขวดนม และจุกนม ต้องลวกน้ำร้อนทุกครั้งนะคะ และน้ำดื่มที่ใส่ขวด ต้องต้มสุก ทิ้งไว้ให้อุ่นพอประมาณ ให้เทสอุณหภูมิก่อนให้ลูกดื่มน้ำทุกครั้งค่ะ เพื่อความไม่ประมาท และปลอดภัย
ขอให้คุณแม่+ลูก มีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ
พี่มัทคะ
มาต้อนรับน้องเจคะ ไม่ค่อยมีเวลา ตกข่าวไปหลายวันเลย
อ่านบันทึกนี้อยากไปถามแม่บ้างว่า ตอนที่เกิดมาใหม่ๆ ตัวเองเป็นยังไงบ้าง ^_^
ขอให้น้องเจของน้าๆ แข็งแรงๆ นะคะ
ขอบคุณคุณ Moon smiles on Venus&Jupiterมากค่ะ
เรื่องนี้สำคัญมาก คนแต่ละรุ่นจะเลี้ยงลูกมาไม่เหมือนกัน สมัยก่อนก็เลี้ยงมาได้จนโตแบบนึง สมัยนี้ก็มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยัน มัทโชคดีที่ที่บ้านเปิดกว้างมาก ไม่บังคับให้ทำอะไรเลย แม่จะรู้บ้างว่าสมัยนี้ไม่ให้นอนคว่ำ หรือ ถ้าอันไหนไม่รู้แม่ก็จะถามมัทบ้างถามเพื่อนบ้างเช่น เมื่อไหร่จะเริ่มทานข้าวหรือกล้วยบดได้ (สมัยก่อนแม่ให้น้องตั้งแต่ 3 เดือนเพราะน้องร้องมากเลยให้ทานอะไรที่หนักท้อง)
ส่วนเรื่องทานน้ำนี่ ตอนนี้จะไม่แนะนำให้ทานน้ำเพิ่มค่ะ เพราะว่าในน้ำนมแม่มีส่วนประกอบของน้ำมากอยู่แล้วโดยเฉพาะน้ำนมส่วนแรก (fore milk) หมอจะสั่งไม่ให้ทานน้ำเพิ่มเลยค่ะ เท่าที่อ่านๆมาเค้าจะกลัวภาวะที่น้ำมากไปไปทำให้โซเดียมในร่างกายไม่สมดุลจนเป็นโทษ (water intoxication)
ส่วนเรื่องการทำความสะอาดนั้น นมแม่มีสารที่ต่อต้านการติดเชื้อทั้งแบคทีเรียและเชื้อราในช่องปาก สบายมากเลยค่ะ ถ้าจะทำความสะอาดจริงๆมัทจะใช้ผ้าก๊อซพันนิ้วชุบน้ำหมาดๆแล้วเช็ดเอาดีกว่าค่ะ การดื่มน้ำตามนั้นคงเป็นกรณีทารกที่ทานนมผง formula (เพราะนมผงไม่มีคุณสมบัติต้านการติดเชื้อแบบนมแม่) แล้วก็เป็นเด็กที่โตกว่า 4 เดือนรึเปล่าคะ
น้ำขวดนั้นจะให้ทานเมื่อน้องทานอาหารแข็งแล้ว เมืองไทยบอกว่า 4 เดือนให้เริ่มได้ แต่ที่แคนาดาสอนว่า 6 เดือนแรกนมแม่ล้วนๆพอ ส่วนการเดินทางสายกลางคือ ให้ดูที่น้ำหนักน้องเอาดีกว่า ว่าตกลงจะเริ่มเมื่อไหร่ดี
ส่วนขวดนมนั้น ให้เริ่ม 1 เดือนไปแล้ว ให้น้องทานนมแม่ได้ดีๆก่อน จะได้ไม่สับสน เพราะจุดขวดนมนั้นต่างจากหัวนมแม่ ถ้าให้จุกนมเร็วไป น้องอาจจะไม่กลับมาดูดนมแม่อีกค่ะ ส่วนเรื่องการทำความสะอาดนั้นมัทเห็นด้วย 100% ค่ะ นี่ได้เครื่องนึ่งมาเป็นของขวัญพอดีเลยค่ะ
พี่ซูซานค่ะ ได้ไอเดียไปซื้อผ้ามาตัดบ้างละ : ) ไอ้ผ้าโปงสำเร็จรูปที่ขายในห้างที่นี่เห็นมีแต่สีดำพอดี ลายหรือสีสวยๆต้องสั่ง online แพงก็แพง แม่กับน้องใหม่ไปดูให้ที่ญี่ปุ่นก็แพง ไม่รู้มันจะโก่งราคาของแม่และเด็กไปถึงไหนเนอะ
พี่หมอนนท์คะ เมื่อคืนเลยได้ฤกษ์ที่เจษฎ์ต้องลุกเลยเพราะมัทให้นมน้องก่อนที่จะไปฉี่ โห กว่าน้องจะทานเสร็จปวดซะ เลยปลุกให้เจษฎ์รับช่วงต่อเปลี่ยนผ้าอ้อม แล้วมัทก็ไปห้องน้ำ : )
เจตมัยขอบคุณน้ามะปรางมากครับ : )
ขอบคุณค่ะ คุณ มัทนา
เรื่องน้ำ นั้นแค่ให้ทารก ได้จิบๆ คำ 2 คำ เพื่อล้างปาก และ หลอดอาหาร เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะ ทารก ก็จะได้คุ้นเคยค่ะ ทารกจะมีพัฒนาการปรับตัวได้เร็วถ้าได้คุ้นเคยบ้าง รวมทั้งจุกนมนะคะ แทบไม่มีปัญหาเลยค่ะ..
สำหรับผ้าอ้อม ให้เด็กมีพัฒนาการขับถ่ายตามธรรมชาติบ้าง จะดีกว่าอยู่ในผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดเวลาค่ะ สมัยก่อน เมื่อครั้งยังทำงานนอกบ้านอยู่ เพื่อนที่ทำงานด้วยกัน มีครอบครัว แล้วไม่มีญาติผู้ใหญ่ช่วยเลี้ยงลูกให้ ซึ่งตัวเองก็เหนื่อยมาก ตอนนอนก็เลยให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไว้ตลอดเวลา และ คนที่จ้างเขาเลี้ยงก็ไม่มีคุณภาพ เด็กขับถ่ายอยู่ในผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดเวลา เพื่อนมารู้ตัวว่า มีความผิดพลาด ก็ตอนที่ลูกอายุได้ขวบกว่า เพราะเด็กจะไม่ขับถ่ายถ้าไม่อยู่ในผ้าอ้อมสำเร็จรูปค่ะ จึงคิดว่า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไว้ใช้เมื่อจำเป็นเป็นครั้งคราวจะดีกว่าค่ะ
ตอนนี้ Moon smiles on Venus&Jupiter กำลังสนใจเรื่องการสลับศีรษะเด็ก เพื่อปั้นศีรษะทารกค่ะ จะคอยอ่านบันทึกนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ