บทกวีจากบันทึกที่หายไป


สัปดาห์ที่ผ่านมาลูกๆทั้งสามคนไปนอนบ้านคุณยาย กลับมาพร้อมกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเป็นสมุดบันทึกบทกวีที่ผมบันทึกไว้เล่นๆนานมาก นานจนผมเองได้ลืมเสียสนิทว่าได้เคยเขียนบทกวีไว้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น เป็นบทกวีที่เขียนขึ้นจากวันวานที่ผ่านไปแล้ว ได้กลับมาอ่านอีกครั้งเหมือนกับการทบทวนมุมมองของตัวเอง ณ ขณะนั้น

 

รักเอยฉันไม่เคยได้ตระหนัก

แม้นค่ารักไม่ประจักษ์ในใจฉัน

ต่อเมื่อมีทวีค่ากับคืนวัน

รักก็พลันบินหนีจากฉันไป

             21 กุมภาพันธ์ 2534

(บทกวีบทนี้ต่อมาผมได้ใสทำนองเพลงไว้ร้องยามเหงาดีนักแล...)

 

 honey - photo/picture definition - honey word and phrase image

 เมื่อกวีมีรักสลักจิต

รักลิขิตกลอนหวานน้ำผึ้งสวรรค์

แต่เมื่อเกิดเลิกรักฉับพลัน

หวานรสนั้นพลันขมระทมทรวง

 

                  23 กุมภาพันธ์ 2534

 

ตัดใจเอ่ยคำลาพาใจเศร้า

ตัดใจเจ้าจากใจเคยเฝ้าหา

ตัดใจจากเจ้าไปสุดไกลตา

ตัดใจลาจากนุชนิจนิรันดร์

 

               3 เมษายน 2534

 

.................................

โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง

ดังเอ็มสิบหกซ้ำระกำทรวง

เสียดายดวงกอมารียายอดชีวา

 

เมื่อพี่ไปเจ้ามาส่งถึงหน้าบ้าน

หนาวสะท้านป่วนใจเป็นนักหนา

ยิ่งเห็นเจ้าร่ำไห้นองน้ำตา

ดวงยีหวาพี่ช้ำระกำเกิน

 

จะก้าวขาย่างไปก็ยังยาก

ดุจขาลากล่ามของดูขัดเขิน

เหลี่ยวหลังกลับแลมองชะลอเดิน

คงอีกเนิ่นนานนักได้กลับมา

             ไม่ระบุวันเดือนปีที่เขียน

 

กลางพณาป่าเขาเงียบสงัด

ดุจป่าชัฏไร้เสียงเช่นบ้าใบ้

อ.อาลัมตัดต้นพุทราใจ

ที่ข้างในโรคเร้าสุดเยียวยา

              กันยายน 2531

 รูปภาพ

ทิวาวารผ่านไปอีกคราแล้ว

สายลมแผ่วแว่วหายกลางป่าเขา

รัตติกาลคืนก่อนเมียงมองเรา

มินานเนาผ่านไปในวิถี

 

อรุณรุ่งปรุงแต่งด้วยแสงส่อง

ด้วยแสงทองทอถักจักสอดสี

สกุณากลางป่าบรรดามี

ระเรื่อยรี่ขับขานสราญใจ

           กันยายน 2531

 

โอ้ดวงใจข้านี้ที่ร่ำไห้

ดุจสายใยแห่งรักจักหักหาย

ยามราตรีเหม่อมองที่เรียงราย

ที่พร่างพรายระยิบแสงสะท้อนมา

 

ครารำลึกตรึกถึงคนึงเจ้า

วิโยคเศร้าเร้าเร่งเสน่ห์หา

ดังนกน้อยคล้อยลับจากพณา

สู่มรรคาแห่งรักอันอบอวล

 

พิลาปพร่ำร่ำกระแสแห่งธารใส

ดุจสายใยขาดไปไม่ไหลหวน

สงัดเงียบยิ่งสงบเสียงสรวญ

จวบจวนจิตพินิจหมายเมื่อปลายทาง

                กันยายน 2531

(อันนี้มาอ่านอีกครั้ง ก็งงๆ แต่ก็ชอบครับ)

 

และปิดท้ายด้วยกลอนเปล่าค่อนข้างยาวต่อไปนี้ที่ยังงงว่าพลิกอารมณ์เขียนได้ยังไง

โอ้ ผู้เชิญชวน

โปรดฟังฉัน

ในสิ่งที่ฉันจะกล่าว เพื่อเชิญชวน ผู้เชิญชวนเช่นท่าน สู่การเชิญชวน

ดังนั้น ด้วยดวงใจที่สงบ จงสงบเพื่อตัวท่าน

และเพื่อฉันซึ่งการสงบของมัน

จะเป็นที่ยินดีในหัวใจนั้นของท่าน

ซึ่งความยินดีนั้นของฉันที่ท่านเปิดรับ

นั่นก็คือ

เมื่อท่านพบว่า เขาสร้างสมความรู้

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้น อามัลของมัน

เมื่อท่านได้พบว่า ยากจนความรู้

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้น ความรู้ของมัน

เมื่อท่านได้พบว่า เขาฝ่าฝืน

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้นซึ่งการฏออัตของมัน

เมื่อท่านได้พบว่าเขาละเลย

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้น อามานะฮฺของมัน

เมื่อท่านได้พบว่าเขาขลาดกลัว

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้น ญิฮาดของมัน

เมื่อท่านได้พบ ความอ่อนแอของหัวใจ

ก็จงปลุกเขา จากตัวเขานั้น อีมานของมัน

โอ้ ผู้เชิญชวนทั้งหลาย

ท่านจะเป็นผู้เชิญชวนอย่างแน่นอน

ด้วยการเชิญชวนนั้นซึ่งท่านจะพบจากมัน

ความดีของมัน

              18 กันยายน 2531

หมายเลขบันทึก: 256663เขียนเมื่อ 21 เมษายน 2009 22:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 10:17 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (3)

ผมชอบนะ

แต่อยากแน่นำ

ว่าน่าจะมาเรียงใหม่

ทั้งหมดนั่นแหละครับ

เพราะมันงงครับ

แต่คิดว่าถ้า แบเฮงเรียงร้อยใหม่

ผมว่าเวิร์คครับ

ทึ่งอยู่เหมือนกันครับ บอกตรงๆ

อืม ครับ แต่ผมคิดว่า คงไม่ไปแตะบทกวีนี้แล้วครับ เพราะ ณ พ.ศ.นี้ อารมณ์ ความรู้สึกและมุมมองต่อสิ่งที่เขียนนั้น ได้ปรับเปลี่ยนไป เนื่องจากวัยและประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น การบันทึกลงในบันทึกนี้นั้น ก็หวังเพียงจารึกความรู้สึก ณ ขณะนั้นให้สามารถย้อนกลับมาอ่าน ยามยากอ่านได้จากทุกที่

หลายบทกวีที่เขียนแม้จะนานแล้ว และเกิดจากสัมผัสตรงของผม ณ วัยนั้น แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้กับหลายๆคน แม้จะในบริบทที่แตกต่างกัน

 

อย่าว่าแต่มะเลยที่งง ผมมาอ่านอีกครั้ง ณ วัยที่มากแล้ว ก็ยังงงว่า เออ คิดเขียนได้ไง แบบที่ปรากฏอยู่

 

ขอบคุณมะมากครับที่สนใจบทกวีนี้

แวะเข้ามาอ่านอีกครั้ง ดีใจนิดๆ ที่มีคนเข้ามาอ่านเกินคาด

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี