คลังเสนอ ครม. ปรับเงื่อนไขเงินกู้ธนาคารรัฐ ช่วยท่องเที่ยว

             นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้กระทรวงการคลังจะเสนอต่อครม.เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ด้วยการให้สินเชื่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งจะมีการปรับเงื่อนไขให้ ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา รวมทั้งจะมีการหารือถึงปัญหาการลงทุน

             นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เห็นว่าการจัดหาวงเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวตามข้อเรียกร้องนั้น น่าจะออกมารูปของการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐหลายๆ แห่ง ร่วมกันปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการแทนการออกพันธบัตร

             รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าในการประชุมครม.วันนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอครม.ขอให้ขยายการช่วยเหลือด้านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ภาคเอกชนท่องเที่ยวอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสินทรัพย์เกิน 200 ล้านบาทขึ้นไป ในอัตราดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ลบ 3 แบ่งเป็นรัฐบาลจะช่วยอัตราดอกเบี้ย 2% และธนาคารช่วยเหลือ 1% ผ่อนชำระนาน 4 ปี และจะเสนอของบประมาณอีก 1,000 ล้านบาท ช่วยเหลือแรงงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ให้ถูกเลิกจ้างงาน

             สำหรับงบประมาณอีก 1,000 ล้านบาทนั้น จะใช้สำหรับฝึกอบรมพนักงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ถูกลดวันทำงาน โดยพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมภาษาต่างๆ ในวันที่ ไม่ต้องไปทำงาน โดยรัฐจะจ่ายเงินให้วันละ 200 บาทต่อคน แบ่งเป็นระยะสั้น 1 เดือน กับระยะยาว 4 เดือน รวมวงเงินที่จะต้องจ่ายให้แก่พนักงานที่เข้ารับการฝึกอบรมนี้ประมาณ 640 ล้านบาท ส่วนอีก 360 ล้านบาท ใช้เพื่อจัดจ้างสถาบันฝึกอบรม และมหาวิทยาลัย

             นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดือดร้อนมากที่สุด คือ ขาดสภาพคล่อง ภาคการท่องเที่ยวจึงได้ขอเงินมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถกู้เงินได้ สิ่งที่รัฐจะช่วยเหลือได้ คือ ให้กู้โดย ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะนำเรื่องนี้ให้ครม.พิจารณาต่อไป

                                                                                        โพสต์ทูเดย์  21  เมษายน  2552