อาจารย์มหาวิทยาลัยมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ (นอกจากจะมีอาจารย์บางคนหลีกเลี่ยง หลบลี้ หนีหน้าไปเลย ก็มี)
สำหรับผม ... นี่คือกำไรชีวิตที่หลาย ๆ อาชีพมีโอกาสน้อยมากที่จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิดติดตาติดใจเหมือนกับครั้งหนึ่งในชีวิตของบัณฑิตหลาย ๆ คน แต่อาจารย์เป็นการเข้าเฝ้าปีละครั้ง เป็นความภาคภูมิใจครับ
ถึงแม้ผมจะทำงานนี้ทุกปี แถมยังรับผิดชอบหลายตำแหน่งอีกต่างหาก แต่มีตำแหน่งหนึ่งที่เหมือนเป็นบัณฑิตใหม่ที่นั่งในหอประชุมแล้วรอรับพระราชทานปริญญาบัตร คือ อาจารย์ผู้นั่งกำกับแถวบัณฑิต

อาจารย์ผู้นั่งกำกับแถวจะนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของหอประชุม แถวละ 1 คน เรื่อยมาจากแถวหน้าสุด ถึง แถวหลังสุด ... ทำให้มีความรู้สึกเป็นบัณฑิตใหม่เสมอ แถมมีมุมมองมากมายเกิดขึ้น
หน้าที่ความรับผิดชอบ คือ การส่งสัญญาณมือให้บัณฑิตเตรียมลุกจากเก้าอี้ ทำความเคารพองค์ประธาน เร่งให้บัณฑิตเดินเข้าสู่แถวการเดินสู่เวทีหอประชุมให้เร็วขึ้น แถมต้องดูแลบัณฑิตประมาณ 50 คนว่า เจ็บป่วย ปวดหนัก ปวดเบา หรือไม่

บัณฑิตจะเดินขึ้นสู่เวทีไปเรื่อย ๆ เพื่อรับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งบัณฑิตให้ฝึกซ้อมการเอางานมาแล้วอย่างคล่องแคล่ว แต่บางคนก็ไม่คล่องแคล่วนัก เช่น บัณฑิตที่อายุเยอะ ๆ เดินเหินไม่ค่อยสะดวก หรือเจ็บป่วย ตั้งครรภ์ ฯลฯ
ซึ่งการเดินขึ้นรับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น บัณฑิตต้องเดินให้เป็นจังหวะให้ดี เพราะอาจารย์ผู้ขานชื่อบัณฑิตมีการขานที่รับจังหวะตรงบัณฑิตอยู่แล้ว ว่ากันว่าใน 1 นาทีจะต้องมีบัณฑิตรับพระราชทานไม่ต่ำกว่า 36 คน
ดังนั้น ตอนที่ซ้อมย่อย ซ้อมรวม ซ้อมใหญ่ หากใครมีปัญหาในการเดินช้าด้วยความบกพร่องทางร่างกาย เช่น เป็นบัณฑิตเด็กพิเศษ ท้อง หรืออายุเยอะมาก กรรมการจะสลับให้บัณฑิตพิเศษเหล่านี้มารับแถวสุดท้าย และหลังสุด

บัณฑิตพิเศษ ... ย่อมมีความรู้สึกที่พิเศษต่อทุกสายตาในหอประชุม เวลาเดินจะมีคนของสำนักพระราชวังเป็นคนประคองให้เดินไปรับที่พระหัตถ์อย่างช้า ๆ ตามจังหวะการเดินจริง
บางปี เป็นเด็กตาบอดมองไม่เห็นเลย
บางปี เป็นเด็กตาบอดแบบมองเห็นลาง ๆ
บางปี เป็นเด็กพิการทางมือ
ปีนี้ ... รอบที่ผมนั่งเป็นอาจารย์ผู้นั่งกำกับแถว มีบัณฑิตที่ท้อง เจ็บขา คนสุดท้าย เป็น บัณฑิตที่มีปัญหาทางด้านสมอง เดินตัวเอียง มือที่รับยื่นตรงไม่ได้ ผมเองไม่ทราบว่าควรเรียกลักษณะเฉพาะนี้ว่าอย่างไร (รอผู้รู้แจ้งให้ทราบ)
ระหว่างการรับพระราชทานปริญญาบัตร เพื่อนผมที่นั่งข้างหลัง อาจารย์รุ่นพี่ พูดขึ้นมาว่า "นี่สิ !! บัณฑิตที่สุดยอดที่สุด เก่งที่สุดในหอประชุมนี้"
บัณฑิตพิเศษคนนี้เป็นคนเดียวที่ค่อย ๆ เดินไปรับกับพระหัตถ์ โดยมีคนคอยประคองไปจนลงเวที ... แล้วเนื่องจากเป็นคนสุดท้าย เสียงปรบมือจะก้องทั่วทั้งหอประชุม น่าปลื้มใจสุด ๆ ครับ แอบเห็นหลายคนน้ำตาซึมนะครับ
คุณรู้ไหม ในใจผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่กับคำกล่าวของอาจารย์รุ่นพี่ ... มีปัญหาทางร่างกายขนาดนี้ ทำไมเขาถึงเรียนจบได้ ผมเห็นนักศึกษาที่มีครบ 32 ประการ ฐานะดี ... เรียนร่อแร่ มานั่งก็ไม่ตั้งใจเรียน ติด D ติด E ... ยิ่งไปเห็นภาพที่บัณฑิตพิเศษคนนี้เข้ารับพระราชทานด้วยแล้ว สะท้อนใจชะมัด
เป็นความภาคภูมิใจที่สุดครับ สำหรับบัณฑิตผู้มีความเพียรพยายาม โดยไม่มีอุปสรรคจากร่างกายที่พิการนี้เลย แต่จิตใจกลับเหนือกว่าคนที่มีทุกอย่างครบ
จำได้ว่า ... ตั้งแต่สอนมา ลูกศิษย์โดยตรงของผมก็มีแบบตาบอดมองเห็นเลือนราง (Low Vision) 2 คน
คนแรก ... จบปริญญาตรีแล้ว กำลังศึกษาต่อปริญญาโทสาขาการศึกษาพิเศษอยู่ที่มอชอ ขยันและเก่งคอมพิวเตอร์มาก มีปัญหาคอมพิวเตอร์ทีไร โทรมาทุกทีจนถึงปัจจุบัน
ส่วนคนที่สอง ... กำลังจะไปฝึกสอน 1 ปี อยู่เอกคอมพิวเตอร์ศึกษา แต่ขอบอก อาจารย์หลาย ๆ ท่านชอบมาปรึกษาปัญหาการใช้คอมฯ กับเด็กคนนี้ประจำ จนกระทั่งเรียกมาลงโปรแกรมให้ ขยันมากเช่นกัน ถ้าจำได้ผมเคยนำรูปไว้ในบันทึก "ภาพที่มีชีวิต" ณ มุมหนึ่งของถนนวัวลาย เชียงใหม่

เจ้าคนที่นั่งข้างหลังน่ะครับ :)
ขอบคุณที่โชคชะตาทำให้ผมมีโอกาสเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
ความตั้งใจการสร้างคนดี ๆ ของผมถือเป็นการสร้างกุศลกรรมที่ยิ่งใหญ่
เมื่อเห็นความสำเร็จของลูกศิษย์ที่อยู่ตรงหน้า ... รู้ไหมครับว่า มันน่าภูมิใจแค่ไหน
บุญรักษา ทุกท่านครับ :)
สวัสดีค่ะ อาจารย์หนอนเสือ
ขอบคุณสำหรับภาพที่น้อยนักจะได้เห็น
คาดว่าเป็นภาพวันซ้อมใช่ไหมค่ะ
เพราะไม่อย่างนั้นค่ะ ไม่มีให้เห็น ....
ดีใจกับบัณฑิตค่ะ
ยินดีกับวันพักผ่อนของคณาจารย์ค่ะ
อ่านแล้วขอชื่นชมยินดีบัณฑิตพิเศษมากๆเลยคะ
และแสดงความขอบคุณกับอาจารย์นะคะที่นำเรื่องราวนี้มาเสนอ
สวัสดีครับ คุณ ครูเอ :)
ใช่แล้วครับ น้อยคนจะได้มีโอกาสเห็นภาพในหอประชุม
วันซ้อมบันทึกภาพได้ แต่วันจริงกล้องคงนำเข้าไปลำบากครับ
เป็นระเบียบการรักษาความปลอดภัย
ทำงานปกติครับ ... ไม่ได้พักผ่อน (โดยปกติ) อิ อิ
ขอบคุณครับ :)
ขอบคุณและยินดีที่คุณ เปรมฤดี เมย์ จำรูญทรัพย์ มาเยี่ยมเยือนบันทึกนี้นะครับ ... โอกาสหน้าเรียนเชิญต่อครับ :)
ชยพร แอคะรัจน์
ขอบคุณที่อาจารย์ ชยพร แอคะรัจน์ แวะมาเยือนเช่นกันครับ :)
มาชื่นชมบัณฑิตเก่งด้วยคนค่ะ..สุดยอดจริงๆ..
ขอบคุณครับ คุณลดา ที่แวะมาเยี่ยมเยือน :)
สวัสดีค่ะ พี่อาจารย์ Wasawat Deemarn
น้อง Moon smiles on Venus&Jupiter ขอร่วมภูมิใจกับบัณฑิตผู้มีความเพียรพยายาม และรู้สึกภูมิใจ + ชื่นชม ในน้ำใจ ที่มากคุณค่า ของพี่อาจารย์ Wasawat Deemarn มากๆ ด้วยค่ะ
ขอบคุณนะคะ ที่บันทึกให้น้อง ได้เห็นภาพที่งดงาม มีความสุขมากมาย ที่ได้ร่วมรับรู้ความภาคภูมิใจนี้ค่ะ..
มาร่วมชื่นชมยินดี กับบัณฑิตใหม่คนเก่ง ที่เป็นแบบอย่างได้เลยค่ะ
และขอปรบมือให้กับ อาจารย์ผู้นั่งกำกับแถวบัณฑิต
อ้ะ เพิ่งสังเกต I'm only a teacher ... ผู้ปั้นดินให้เป็นดาว ? คะ
ขอบคุณมากครับ น้อง Moon smiles on Venus&Jupiter :)
ขอบคุณครับ คุณ poo :) ... ปั้นขี้เลนเป็นดวงดาว ครับ
สวัสดีครับคุณพี่Was
โอ้เย้...ประทับใจร่วมไปด้วยนะครับพี่ :)
ชอบเรื่องเล่าของน้องที่ขึ้นไปรับคนสุดท้ายมากเลย
ผมเป็นเพื่อนเค้าคงไม่มีอะไรน่าประทับใจและน่าจดจำเท่ากับการได้นั่งเรียนกับเพื่อนผู้ที่เก่งที่สุดในรุ่นท่านนี้แน่นอน
ดีใจกับอาจารย์พี่และทุกท่านด้วยนะครับที่มีโอกาสได้รับอารมณ์ปีตินี้ทุกปี ทุกปี :)
เป็นบันทึกแรกที่เดย์เข้ามาอ่านวันนี้แล้วยิ้มปากฉีกถึงใบหูเลยครับ ^____^
ขอบพระคุณมากๆครับผม ความดีรักษาครับ :)
ขอบคุณมาก น้อง adayday :) ... ยิ้มให้กับความดีครับ
รบกวนสอบถามอาจารย์หนอนว่า
อีกนานไหมค่ะ ที่ วค.จะย้ายไปอยู่ที่สลวงค่ะ
เห็นว่าจะย้ายไปหมดหรอค่ะ
รออธิการบดีหมดวาระอีก 4 ปีครับ ... :)
ตอนนี้มีแต่หลังคาใบตองตึง ... อีกนานมาก ๆ หากยังเป็นแบบนี้อยู่ครับ
ขอบคุณครับ คุณ ครูเอ :)
สวัสดีค่ะอาจารย์
มาแบบซึ้งๆ หนักๆ
อ่านจบรู้สึกเหมือนกำลังถูกอาจารย์ดุเลยค่ะ ว่าให้ตั้งใจทำงานมากกว่านี้หน่อยสิ ^__^ ห้ามบ่นมาก เพราะคนไม่พร้อมกว่ายังทำอะไรๆ ได้ตั้งหลายอย่าง ^__^
ล้อเล่นนะค่ะ :)
แต่อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ คงต้องพยายามให้มากกว่านี้
ขอบคุณค่ะ
บันทึกนี้เข้ามาอ่านสองสามรอบแล้ว สื่อออกมาได้ง่าย และอ่านแล้วมีความสุขไปด้วยครับ
น้องสี่ครับ
เจ้าของบันทึกดูเข้มไปหน่อยกับการเขียน แต่ใจดีครับ :)
ผมยืนยัน
ขนาดนั้นเลยหรือน้อง สี่ซี่ :) ...
การมองเห็นความสำเร็จของลูกศิษย์ที่ต้องมีความพยายามมากกว่าคนปกติ ... เป็นความภาคภูมิใจของครูคนหนึ่ง ครับ
เพียงแต่โอกาสที่ผมจะพบ "ช้างเผือก" ที่ตั้งใจเรียน ไม่ทำให้หนักใจนั้น เปอร์เซ็นต์น้อยไปหน่อยครับ
ส่วนมากพบแต่ตัวอื่น ๆ เผือก ครับ อิ อิ
อ่านแล้วมีความสุขหรือเปล่า
ขอบคุณครับ :)
ผมก็รู้สึกชอบบันทึกนี้เช่นกันครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงไม่ได้มีโอกาสเข้ามานั่งในสถานที่แห่งนี้ บรรยากาศแบบนี้มากนักครับ ... ผมอาจจะโชคดีเล็ก ๆ ที่ได้มีโอกาสนั้น :)
ขอบคุณครับ สำหรับการละลายความเข้มของผมที่มีต่อสายตาน้อง สี่ซี่ :)
อิ อิ