เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา หลักคิด นิสัย และแนวทางดำรงชีวิต โดยมีหลัก “สามห่วง สองเงื่อนไข” สามห่วง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว สองเงื่อนไขได้แก่ ความรู้ และคุณธรรม
มูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนให้ สรส. ดำเนินการ “โครงการเสริมศักยภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน” และได้จัดการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิให้คำแนะนำโครงการเมื่อวันที่ ๑๗ เม.ย. ๕๒ ทำให้ผมได้แนวคิดมาเขียนบันทึกนี้
สรส. ใช้ KM เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ ลปรร. ด้วยการจัดตลาดนัดความรู้เศรษฐกิจพอเพียง และฝึกให้ครูในโรงเรียนรู้จักใช้กระบวนการ KM ในการ “ถอดความรู้”
ผมตีความว่า เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต้องใช้การลงมือปฏิบัตินำ โดยในการปฏิบัติทุกเรื่องให้ร่วมกันตั้งใจว่าจะปฏิบัติตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากจบกิจกรรมจึงทำ AAR ด้วยการตีความด้วย ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ว่าในการปฏิบัติกิจกรรมนั้นๆ สอดคล้องหรือขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไรบ้าง และในโอกาสหน้าจะปรับปรุงกิจกรรมให้สอดคล้องยิ่งขึ้นอย่างไร ทำซ้ำๆ จะนำไปสู่การเรียนรู้แบบที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านใน ที่เรียกว่าเกิด transformative learning
โดยต้องไม่ลืมว่า ในการใช้เครื่องมือ KM ทุกชิ้นต้อง ลปรร. กันอย่างอิสระ และเปิดใจต่อกัน
ครูสุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ อภิปรายให้ความเห็น ทำให้ผมเข้าใจตามหลักการศึกษาว่า การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติ – เกิดการเรียนรู้ทักษะพิสัย เมื่อใช้ AAR ร่วมกันตีความตามในย่อหน้าบน ก็จะเกิดการเรียนรู้สู่พุทธิพิสัย และจิตพิสัย ตามลำดับ คือเรียนรู้เชิงปัญญาเหตุผล สู่การยกระดับจิตวิญญาณ
หวนกลับไปตรงกับประสบการณ์ของ นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ว่ากระบวนการ KM นั่นเอง เป็นเครื่องมือยกระดับจิตวิญญาณ
กระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงที่เรากำลังร่วมกันขับเคลื่อนให้แก่สังคมไทย มีเป้าหมายลึกในระดับความเชื่อ พฤติกรรม และจิตวิญญาณ
กราบเรียน ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์
เชิญชมงานศิลป์สวยๆ http://huttasilp.blogspot.com