เมตตาธรรมค้ำจุนโลกา





ก่อนวันสงกรานต์มีโอกาสได้ไปจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมทำบุญ
ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์  ซึ่งนานๆจะได้ไปสักครั้ง บรรยากาศการจับจ่าย
ก่อนวันสงกรานต์คึกคักกว่าปกติ  ทั้งผู้ซื้อผู้ขายมากมายหนาตา
เมื่อหาซื้อของที่จำเป็นได้ครบแล้ว ก็เดินมาทางหน้าตลาด เห็นผู้คน
พากันมุงดูการแสดงอะไรสักอย่างหนึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ


"เมตตาคุณนัง  อรหังเมตตา"  เสียงประกาศโฆษณาดังก้องไปทั่วตลาด


คนขายสินค้าโฆษณาประกาศว่าของดีจริง มีจำนวนจำกัด ให้รีบจับจองของ
มีสรรพคุณเป็นว่านมหาเสน่ห์  เขาบอกว่าใครได้ไปครอบครองเก็บไว้
ก็จะมีเสน่ห์เป็นที่ติดตาต้องใจของผู้ที่ได้พบเห็น ติดต่อประสานงานอะไร
ก็สำเร็จสมใจ  จีบสาวสาวก็จะรักจะหลง  ค้าขายคล่องดีมีกำไร เข้าไปดู
ใกล้ๆ ก็เห็นเป็นเหมือนแง่งขิงหรือหัวขมิ้นแห้งๆ บรรจุในหลอดพลาสติกใส
ยาวประมาณ 1 นิ้วมือ มีฝาปิดด้วย


คนอยากมีเสน่ห์ตามคำโฆษณาก็พากันซื้อไปสนนราคาก็ขวดละ 55 บาท
นัยว่าเป็นเลขนำโชคด้วย พอดีน้องสาวที่ไปด้วยกันซื้อของเสร็จและเดินออก
มาสบทบจึงเดินเลี่ยงออกมายังที่จอดรถ  ในใจก็คิดว่าการหากินแบบนี้ปัจจุบัน
ในยุคเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าขนาดนี้ก็ยังจะทำเป็นอาชีพได้อีกหรือนี่

ี่

เมตตาธรรมคือธรรมค้ำจุนโลก  ใครใครก็อยากให้คนอื่นรักเมตตา หลงมนต์
เสน่ห์ของตน  แต่จะมีใครคิดว่าจะเผื่อแผ่ความรักความเมตตาต่อผู้อื่น อย่าง
ไม่มีขีดจำกัดและไร้เงื่อนไขบ้างไหม  เท่าที่เห็นทำอะไรให้ใครก็หวังผล
ประโยชน์ตอบแทนทั้งสิ้น  จนกลายเป็นระบบอุปถัมภ์ให้แล้วต้องตอบแทน
ไม่ใช่หลักแห่งเมตตาธรรมที่แท้จริง  โลกแทนที่จะสงบก็จึงเดือดร้อนวุ่นวาย

แท้ที่จริงตัวอย่างของผู้ให้ที่แท้จริงมีมาก่อนแต่อดีตกาลแล้ว คนก็ศรัทธานับถือและกราบไหว้มาโดยตลอด ท่านเหล่านั้นพลีชีวิตเป็นทาน  บำเพ็ญบารมี  เสียสละไม่หวังผลใดๆ  ท่านเหล่านั้นคือศาสดาของศาสนาต่างๆ ไม่ว่าพระพุทธเจ้า พระเยซู  พระโพธิสัตว์ หรือแม้แต่นักบุญที่มีชื่อเสียง  ท่านเหล่านั้นแม้ตายก็ยังมีคนกล่าวขวัญถึงและเล่าลือไปไกล  เสน่ห์ของท่านเหล่านั้นคือเมตตาธรรมอย่างหาที่สุดประมาณมิได้   ไม่ต้องโฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างภาพเพื่อหลอกลวงแต่อย่างใด

"โลกนี้จะเป็นสุข  เมื่อทุกคนมีเมตตา"