การ ศึกษา ความรู้ที่เด็กหนุ่มมีนั้น ไม่เพียงพอที่จะให้เค้ามีรายได้เพียงพอกับรายจ่า่ย ไม่เพียงพอให้สามารถหาเงินมาช่วยเหลือมารดา จนเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น

สวัสดีค่ะ

สอง สาม วันที่ผ่านมา หลายๆ ท่านอาจจะรู้สึกแปลกใจที่เห็นบันทึกแนะนำมากมาย นำเสนอเกี่ยวกับ digital divide หรือ Knowledge divide หรือ ความเหลื่อมล้ำทางความรู้ อย่างสม่ำเสมอ

บางท่านอาจจะคิดว่าเพื่อประชาสัมพันธ์ งาน GotoKnow Forum

ถูกค่ะ ส่วนหนึ่งเพื่อประชาสัมพันธ์งาน แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมงาน GotoKnow.org  ได้เล็งเห็นว่าปัญหาสังคมส่วนหนึ่ง มีสาเหตุมาจากความเหลื่อมล้ำทางความรู้ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทางทีมงานจึงได้ร่วมมือกัน เล่าเรื่องต่างๆ มากมาย เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยว่าความเหลื่อมล้ำทางความรู้นั้นเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันแก้ไขต่อไป

เรื่องเล่า

วันนี้สี่นำเรื่องๆ หนึ่งมาเล่าให้ฟังค่ะ เรื่องนี้ สี่กับเพื่อนๆ เคยตั้งคำถามสมัยเรียน แต่เราไม่เคยมีคำตอบที่สรุปได้สักที

สี่จึงอยากนำมาให้ทุกๆ ท่านช่วยกันคิดต่อค่ะ

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ห่างไกลความเจริญพอสมควร มีครอบครัวหนึ่งปักหลักตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยปู ย่า ตา ยาย มีสมาชิก 3 คน  แม้ครอบครัวมิได้แร้นแค้น แต่ก็ใช่ว่าร่ำรวย เพียงแต่มีความสุขตามอัตภาพ

มีแม่ ลูกชาย และ ลูกสาว อยู่ด้วยกัน มีอาชีพทำสวนผลไม้

ทั้งสามคนอยู่กันอย่างมีความสุข พี่ชายกำลังเรียนมัธยมปลาย น้องสาวเรียนมัธยมต้น อนาคตน่าจะสดใส แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลก แม่ซึ่งเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวในบ้าน ได้รับอุบัติเหตุรุนแรง ต้องผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน

จำเป็นต้องใช้เงินมาก ครอบครัวที่มีรายได้เพียงเลี้ยงตัวเอง ไม่มีเงินเพียงพอ ลูกชายตระเวณขอความช่วยเหลือจากญาติ ซึ่งก็มิได้แล้งน้ำใจ ให้การช่วยเหลือเท่าที่กำลังจะมี

แต่ทุกความช่วยเหลือก็ยังไม่เพียงพอที่จะรักษามารดา จำเป็นต้องจำนองสวนผลไม้ที่มีให้กับผู้อื่น

จึงมีเงินเพียงพอต่อการรักษามารดา แม้มารดาจะได้รับการรักษา แต่ผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุครั้งนี้ยังทำให้มารดาทำงานไม่ได้ และมีโรคแทรกซ้อนอีกมายตามมา

เด็กหนุ่มต้องลาออกจากโรงเรียน ทั้งที่ไม่มีใครต้องการให้ออก คุณครูตามพยายามทัดทาน ช่วยเหลือจนสุดกำลัง แต่ก็ใช่จะช่วยได้ตลอดไป

จนสุดท้ายเด็กหนุ่มต้องลาออกจากโรงเรียนทั้งที่ไม่จบมัธยมปลายและเริ่มออกหางานทำ

แม้จะมีผู้ช่วยเหลือให้งาน แต่เงินที่ได้มาจากแรงงานของเด็กชายไม่บรรลุนิติภาวะ มีความรู้ไม่สูงนัก ก็ไม่เพียงพอที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านและใช้ชำระหนี้สิน

เด็กหนุ่มตัดสินใจออกเดินทางเข้าเมืองหลวง เพราะคิดว่าน่าจะมีงาน มีเงินมากกว่านี้ เพื่อนำมารักษามารดา โดยให้น้องสาวอยู่ดูแลมารดาต่อไป

การเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานนั้น มิใช่เรื่องง่าย เด็กหนุ่มหางาน

ทำงานสุจริตทุกอย่างแลกเงิน และส่งเงินเกือบทั้งหมดกลับบ้าน แต่ดูเหมือนไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ เงินที่หาได้ก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของมารดา น้องสาว รวมทั้งหนี้สินที่มี

เมื่อความพยายามมาถึงขีดสุด ความท้อแท้ ความเบื่อหน่าย ความผิดหวังในโชคชะตาก็ประดังประเดเข้ามา กำลังใจเริ่มถดถอย แต่เงินยังจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง

เหมือนมารผจญเมื่อเริ่มสิ้นหนทาง และจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น จิตข้างในจึงบอกให้หาทางแก้ไข แต่เด็กหนุ่มไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่มีการศึกษาจะทำอะไรได้เล่าจึงจะได้เงินเพียงพอ

คำตอบในใจคือทำทุกวิธีที่จะได้เงินมาเพื่อมารดาและน้องสาว ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง เริ่มขโมย เริ่มเข้าปล้นเพื่อจุนเจือครอบครัว

คำถามของสี่และเพื่อนที่ยังคงถกเถียง

  1. เด็กหนุ่มคนนี้ผิดไหม??
  2. สาเหตุจริงๆ ของเรื่องนี้เกิดจากอะไร ??

คำตอบในข้อหนึ่งปัจจุบันก็ยังถกเถียงทั้งผิดและไม่ผิด ตามใจใครจะคิด

คำตอบในข้อสอง มีหลากหลายเช่นกัน แต่คำตอบหนึ่งที่มีคือ การศึกษา ความรู้ที่เด็กหนุ่มมีนั้น ไม่เพียงพอที่จะให้เค้ามีรายได้เพียงพอกับรายจ่า่ย ไม่เพียงพอให้สามารถหาเงินมาช่วยเหลือมารดา จนเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น

ไม่ว่าใครจะมองว่าอย่างไร หากนี่คือหนึ่งเรื่องที่สะท้อนออกมาว่าปัญหาสังคมที่มีนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ จนส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ และเกิดปัญหาตามมาในที่สุด

ปัจจุบันยังมีปัญหาอีกมากในสังคม ซึ่งเกิดจากความเหลื่อมล้ำทางความรู้

แล้ววันนี้คุณเห็นความเหลื่อมล้ำทางความรู้ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคม บ้างหรือไม่ ??

แลกเปลี่ยนกันบ้างสิค่ะ ?? 

ขอบคุณค่ะ

 

ปล.หากเคยเห็นปัญหาเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าไกลตัวเกินไป ไม่รู้จะช่วยให้ช่องว่างเหล่านี้ลดลงได้อย่างไร อยากแนะนำให้อ่านบันทึกของอาจารย์จันทวรรณค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้เหล่านี้ลงได้ค่ะ