ครอบครัวไทยเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่มีค่ายิ่ง และมีการสืบต่อกันมากันเป็นเวลานาน สิ่งที่สืบต่อกันมานั้นคือ สายสัมพันธ์ ความรัก ความเอื้ออารี ที่ไม่มีวันจางหายไปจากสังคมครอบครัวไทยได้ ***** เป็นประเพณี หรือ สิ่งที่ดีงามก็ว่าได้ ที่คนเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ต้องทำงาน เก็บหอมรอมริบ ไว้ให้ลูกหลานที่เติบโตขึ้นมา ตามแต่อัตภาพแห่งตน ***** หลายๆครอบครัว ก็มีฐานะปึกแผ่น มีเงินทอง ทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูกหลานมากมาย จัดแบ่งให้เท่าเทียมกัน ที่เรารู้จักกันว่า..... มรดก...... แต่บางครอบครัว ที่เริ่มต้นสร้างฐานะมาตั้งแต่ ไม่มีอะไรเลย ที่จะมาต่อทุน ต่อเงิน เมื่อถึงบั้นปลายชีวิต ทำไปใช้ไป ก็จะมีเงินเหลือเก็บ และบางสิ่งบางอย่างไว้ให้ลูกหลานเพียงน้อยนิด ส่วนลูกหลาน บางครอบครัว เมื่อแยกครัวเรือนไป ก็ไม่ได้หมายปองจะมารับมรดกของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายเลย ..... ดังครอบครัวหนึ่ง ***** ครูอ้อย มีบ้านหลังเล็กๆ ประเภททาวน์เฮ้าส์ที่เก็บสะสมมาจากเงินเดือน รายเดือนเป็นการผ่อนส่ง มา 15 ปี ผ่อนชำระไปหมดแล้ว กับอีก บ้านหลังเล็กๆ นอกเมือง โคราช ที่ยังผ่อนไม่หมด..... ลำพัง เงินเดือน ของข้าราชการ 2 คนสามีภรรยา และลูก อีก 4 คน บ้านทั้ง 2 หลังนี้จึงเป็น บ้านน้อย สอยดาว.....และสอยเดือน ***** ***** พ่อแม่ แก่เฒ่า เล่าเรื่อง ฟุ้งเฟื่อง เรื่องลูก อยู่เสมอ เป็นกิจ เป็นการ เจอะเจอ แม่พ่อ รักเสมอ ลูกหลาน ***** บ้านหลังน้อยสอยดาว อยู่บ้านเสาเดียว นอกชานเมือง ห่างจากเมืองโคราช 30 กิโลเมตร อีกไม่นาน ก็เจริญล่ะ ครูอ้อย มีไว้ให้ นก หนู แมลงสาบ อยู่กันไปก่อน...... ส่วนบ้านสอยเดือนที่เป็น ทาวน์เฮ้าส์ในเมืองโคราช เคหะชุมชน โครงการ 3 หลังโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย นั้น เปิดให้เช่า ได้รายได้เล็กน้อย ข้าวของเครื่องใช้ อยู่ที่นี่ มีเวลา ก็จะพากันไปขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่บ้านสอยดาว ***** การที่ครูอ้อยนำมาเล่านี้ มิได้มีเป้าประสงค์ จะโอ้อวดอะไรหรอก เพราะ เป็นสมบัติก้อนกระจิดริด แต่เล่าเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ของครอบครัวของเรา จารึกออนไลน์ไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลน หากมี...... รู้มาว่า การเป็นปึกแผ่น ในชีวิตนั้น ต้องเริ่ม ให้ลูกหลานได้เห็น ได้รู้ ได้ปฏิบัติตามเป็นเยี่ยงอย่างของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย......นี่ล่ะ สังคม ปึกแผ่น ของไทย ***** บ้านน้อย สอยดาว เล่าว่า พ่อแม่ หยิบหา มาให้ ลูกน้อย พ่อรัก ดังดวงใจ แม่นี้ไซร้ รักเจ้า เฝ้าแต่คอย ***** ***** บ้านหลังนี้ ในคราวที่ซื้อใหม่ๆนั้น ทุกคน ก็จะคิด และกล่าวว่า ซื้อทำไมกัน บ้านที่โคราช เรามาอยู่รวมกันก็ได้ แต่......ความเป็นตัวของตัวเอง ต้องการ อิสระภาพ ทั้ง กายและใจ จึงจำเป็นที่จะต้องคิด หา และทำในสิ่งที่ใจเรียกร้อง และเราทั้งสอง ที่กำลังจะเป็น......ตายาย ก็ทำสำเร็จ...... ***** เมืองกรุง ยุ่งเหยิง ยับเยิน แม่เชิญ ลูกรัก ยักย้าย บ้านน้อย สาวดาว มีไว้ ให้เจ้า ผ่อนคลาย ด้วยรัก ***** ***** ภาระกิจมีมากหลายด้าน ที่เราทั้งคู่ ต้องทำให้ครบถ้วน ทั้งกิจการงานในหน้าที่ งานราษฎร์ งานหลวง งานลูก ครบถ้วน นี่เป็นเรื่องของคน......คนในสังคม สัตว์สังคม ก็ว่าได้ ***** แม่จ๋า ลูกทำ อย่างแม่ เมื่อแก่ ยักแย่ ไม่ไหว มีลูก สอนลูก เตือนใจ มีหลาน พึงไว้ ใฝ่ดี ***** หลานเอ๋ย ยายเคย ลำบาก ขอฝาก ขอเตือน อย่าหนี มุ่งสร้าง หนทาง แห่งดี หน้าที่ งานบ้าน งานเมือง ***** ***** เมื่อยามนี้ ครูอ้อย กับพ่อบ้าน เริ่มสบายขึ้น ด้วยลูกรัก ทั้ง 4 เติบโตขึ้นมาอย่างน่ารัก ไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากกอใหญ่เลย ครูอ้อยยังคิดว่า มีหน่อเพียง 4 ยังน้อยไป ***** ความภูมิใจน้อย จากครอบครัวน้อยๆๆ ที่เหมือนๆๆ คล้ายๆๆกับครอบครัวอื่นๆๆ เพียงแต่ จะหยิบยื่น มาเล่าสู่กันให้ได้อ่าน ให้ได้เป็นประวัติศาสตร์ หรือไม่ ***** ***** บ้านน้อย สอยเดือน เยือนแล้ว ลูกแก้ว หลานขวัญ เหมือนสวรรค์ บ้านน้อย สอยดาว คล้ายกัน เหมือนสวรรค์ ของตา และยาย ***** จำไว้ ทำได้ ลูกรัก หลานรัก สร้างสม ดีทั้งหลาย ดีจิต ดีวาจา ประพฤติไว้ ตายาย ก็ตาย คลายกังวล ***** จาก ครูอ้อย แซ่เฮ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ น้อง ครูคิม
คิคิ มีลูกสี่ ที่น่ารัก
ปกปัก รักลูก นี้หนา
มาเยี่ยม มาเยือน จำนรรจา
รู้ว่า มีรัก ภักดี
ขอบคุณ คุณคุณ หนุนเนื่อง
อ่านเรื่อง นานนม ขมันขมี
หมั่นเพียร เขียนอ่าน งานดี
มิตรมี มากมาย ชื่นชม
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอที่รัก เพื่อนร่วมทาง
คุณหมอน่ารัก ครูอ้อยรักและคิดถึงคุณหมอเสมอค่ะ