ถึงเวลาที่ วิญญาณปู่จะร้อง ที่ลูกหลานจัญไรหรือยัง

     เหตุการณ์สลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง ได้สร้างแนวคิดของคนไทยออกเป็นหลายแนวคิด ผมคงไม่ต้องบอกว่าใครผิดใครถูก วันนี้การวัดความผิดความถูกไม่ได้ดูกันที่ความถูกต้องเป็นหลัก แต่จะมองว่าพวกของใครมากกว่า

     ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครมีอิทธิพลมากถึงขนาดที่ทำให้คนไทยไม่ใช้ความคิด ไม่อยากคิด ไปจนถึงคิดไม่เป็น สมัยหนึ่งผมก็มีความรู้สึกต่อคนๆหนึ่งอย่างที่ นพ.เสม  พริงพวงแก้ว น.พ.เกษม  วัฒนชัย ดร.ปุระชัย  เปรี่ยมสมบูรณ์ ฯลฯ คิด แต่เวลาทำให้ผมได้มีข้อมูล เปิดความคิด รับฟังทุกฝ่าย จนผมมีข้อมูล แล้วสติปัญญาของตัวเอง ก็คิดตัดสินใจว่า เราจะเชื่อข้อมูลใด

      ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปเป็นขั่วใด ผมก็เป็นผม ไม่ได้ดีอะไรกับเขาด้วย แต่ผมก็เห็นผู้คนในสังคมไทยบางคนคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์เมื่อการเมืองเปลี่ยน และคนพวกนี้ก็ไม่เห็นว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ถึงจะเป็นอะไรก็ช่างมัน ฉันได้ประโยชน์เป็นพอแล้ว

       ไม่น่าเชื่อว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อบางอย่างโดยไม่สนว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร นั้นก็ว่ากันไป......

       ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนทั้งที่เป็นเสื้อแดงและเสื้อเหลือง (ผมอธิบายให้เพื่อนทั้งสองเสื้อได้เข้าใจอะไรๆทั้งหมดแล้ว แต่มีบทสรุปว่าจะให้ใครมาเชื่ออะไร ผมไม่ทำ แล้วแต่มันสมองของแต่ละคนก็แล้วกัน)

       เพื่อนได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่พญาไท ในช่วงที่เสื้องแดงไปตรงนั้น แล้วบอกตรงๆว่าไม่ประทับใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือไหนๆก็ตามไม่ควรทำ นั้นคือการนำเอาศาสนามาเกี่ยวข้อง ตรงนั้นเป็นสถานที่ตั้งของมัสยิดพญาไท คำพูดที่บางคนของเสื้อแดงพูด ที่นั้นมันสุ่มเสี่ยง ที่จะก่อให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียว ทำให้ชุมชนนั้น ซึ่งมีทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ถอดเสื้อทิ้งหันมาใส่เสื้อสีเดียวกัน กับคำพูดที่ผมไม่อยากจะนำมากล่าวในที่นี้ คุณจะเชียร์ใคร จะด่าใคร ไม่ควรนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง คำพูดนี้ทำให้มุสลิมทั้งเสื้อแดงและเหลืองเขาต้องจับมือกันเพื่อป้องกันศาสนสถาน(มัสยิด)

       บัดนี้คำพูดประโยคนี้ของบางคน(หรือหลายๆคน)ของเสื้อแดง ได้รำลือ กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่มุสลิม จึงทำให้มุสลิมจากหลายๆที่ต้องมาปกป้องมัสยิดพญาไท

       เป็นความโง่ของกลุ่มคนที่พูดอย่างมาก ไม่มีความคิด หรือใครสอนมาไม่ทราบที่นำเรื่องที่อันตรายในการที่จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

       ผมทำเรื่องศาสนสัมพันธ์มาโดยตลอด ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อเรื่องนี้ คุณจะขัดแย้งทางการเมืองก็ขัดกันไป แต่ไม่ควรเอาความเชื่อทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าสนองตัณหา(ของคนช่างยุ)จนเกินขอบเขต

       แต่ก็ดีไปอย่างที่ทำให้เสื้อเหลือง เสื้อแดงในกลุ่มมุสลิมสลายไปได้ กลายมาเป็นสีเดียวกัน การจับการเมืองมาผูกกับศาสนานี่แหละถึงทำให้ปัญหาภาคใต้แก้อยากเหลือเกิน

       หรือไอ้โม่งต้องการที่จะดึงปัญหาจากภาคใต้ให้มาอยู่กลางกรุงด้วย วอนท่านชาญเดช ช่วยดูตรงนี้ให้หน่อย อย่าสนองความต้องการของตัวเองมากจนเกินเหตุ โดยไม่คำนึงถึงว่าชาติจะอยู่ได้อย่างไร

        ถึงเวลาที่ วิญญาณปู่จะร้อง ที่ลูกหลานจัญไรหรือยัง.........