คิดชื่อเรื่องอยู่หลายวันกว่าจะลงตัว....พฤติกรรมหมาๆ   หมาๆ โรงเรียนบางลี่วิทยา   หมาโรงเรียน  เรื่องหมาๆ  เรื่องของหมา   หมาหมู่   สังเวียนหมา 

          หลายท่านได้รู้จักอีปุย อีดำ อีดำอีก  และไอ้ขาวจอมโหล่กันไปแล้วนะคะ   หากใครยังไม่รู้จักก็อาจทักทายพวกมันได้ที่  

ทางใครทางมัน

 หมาผัดฉ่า

ต้มยำหมารสแซบ...เททิ้ง 

เรียนรู้จากสัตว์>>อีดำแก้ข่าว

เรียนรู้จากสัตว์>> อีดำ 

เรียนรู้จากสัตว์>> พะโล้ 2 

เรียนรู้จากสัตว์>> อีปุย - ไอ้คก  

 เรียนรู้จากหมา>> อีพะโล้

 

           หลังจากนั้นถัดมาอีกประมาณ ๖ เดือน  อีพะโล้แม่ของอีปุยก็ตกลูกอีก ๑ ครอก  คราวนี้ได้ลูกหลายตัว  ครูดวงก็รับเลี้ยงไว้ ๑ ตัวชื่อว่านังพะแนง  หรือนังแนง    นังแนงนี่พอโตขึ้นมันก็ดำรงตนเป็นหมา ๒ หัว  เหตุที่ครูพรรณายกให้มันเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่านังแนงนี่เป็นน้องอีปุย  อ้าวก็มันเป็นลูกอีพะโล้ไงคะ  ต่อมาอีพะโล้ถูกรถชนตายที่หน้าโรงเรียนในวันที่คณะครูและนักการฯ ไปทัศนศึกษาที่เชียงรายเมื่อต้นปี ๕๑   อีปุยมันย้ายบ้านไปอยู่กับยายทุเรียนตามเดิม พี่เริงสามียายทุเรียนรักมันมากและนักการฯ หลายๆ คนก็รักมันมากเช่นกันดังที่เคยเล่าไว้บ้างแล้ว  ที่นี้อีปุยมันไม่ถูกหรือเรียกว่าศรศิลป์ไม่กินกันกับอีดำ มันเจอกันทีไรเป็นต้องกัดกันจนต้นไม้ต้นไร่ที่ปลูกไว้สนั่นหวั่นไหวและอีดำก็มักจะแพ้อีปุยทุกครั้ง  ต่อมาอีดำอีกมันโตขึ้นมันก็ช่วยแม่ของมันขับไล่อีปุยซึ่งนานๆ ครั้งจึงจะได้ผลสักครั้ง  ต่อมาอีดำอีกก็ไปตีสนิทกับไอ้ขาวจอมโหล่จนเป็นพวกเดียวกันแต่ไอ้ขาวนี่ค่อนข้างเป็นกลางเพราะมันไม่ได้มีเรื่องกับอีปุยดังนั้นถึงแม้ว่าอีปุยจะระรานอีดำและอีดำอีกมันก็ไม่เข้าช่วย  ในที่สุดอีปุยก็สามารถเอาชนะอีดำและลูกของมันจนได้  เรียกว่าพอเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของพี่เริงดังขึ้นอีดำทั้งสองก็วิ่งหัวซุกหัวซุนหลบอีปุยเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถบ้านครูพรรณาหรือไม่ก็บ้านครูบุญสม  เมื่ออีปุยก๋าเข้ามาถึงหน้าโรงรถบ้านครูพรรณาและบ้านครูบุญสมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดี  แต่ถ้ามีครูอยู่สักคนอีปุยก็จะทำเป็นเดินเกร่ไปมาเฉยๆ แต่ถ้าไม่มีใครละก็ อีปุยก็จะลุยอีดำจนชนะและในที่สุดมันก็ได้ใจ   ต่อมามันเริ่มไม่สนใจว่าจะมีครูอยู่หรือไม่มันเจออีดำทั้งสองเมื่อไรเป็นแล่นเข้าใส่   ส่วนอีดำอีกนี่ก็เป็นหมาวัยรุ่นแบบถึงไหนถึงกันสู้ได้ไม่ได้ก็ขอสู้ไว้ก่อน เป็นเช่นนี้อยู่ทุกวี่วันที่พวกครูบ้านพักจะได้เห็นพฤติกรรมของหมาเหล่านี้

         วันหนึ่งครูไพทูลที่เคยให้ข้าวให้น้ำอีดำอยู่บ่อยๆ ก็มาจอดรถหน้าบ้านครูพรรณา  และได้เห็นอาการของอีดำและอีปุย  จึงเอ่ยกับครูพรรณาว่า  หมาไม่มีเจ้าของซึ่งหมายถึงอีดำก็อย่างนี้แหละ  ไม่กล้าสู้ลองถ้ามีเจ้าของให้ท้ายหรือเป็นกำลังใจสักหน่อยมันก็สู้ ครูพรรณาจึงบอกให้ครูไพทูลลองให้กำลังใจอีดำดูซิ  ซึ่งก็เป็นจริงดังว่า

      เล่าเพลินจนลืมว่านังแนงเป็นหมา ๒ หัวอย่างไร  นางแนงนี่เวลาอีปุยไม่อยู่มันก็เล่นหัวกับอีดำและอีดำอีกแบบชนิดที่เรียกว่าเป็นญาติสนิทมิตรสหายเชียวหละ แต่พออีปุยโผล่หน้ามาให้เห็นหรือได้กลิ่นกันเมื่อไร  นังแนงก็เปลี่ยนเป็นศัตรูกับอีดำและอีดำอีกทันทีโดยเข้าไปเป็นพวกเดียวกันกับอีปุยและช่วยกันไล่กัดอีดำทั้งสองกันอย่างอุตลุด  จนพวกครูต้องหาน้ำสาดกันนั่นแหละมันจึงจะเลิกรา  และก็เป็นเช่นนี้อยู่จนปัจจุบัน

        ต่อมาเมื่อถึงฤดูกาลเป็นสัตว์หมาหนุ่มตัวสีน้ำตาลแดงสามสี่ตัวรวมทั้งไอ้ขาวจอมโหล่ก็พากันมาจีบอีดำกับลูกของมัน  แต่ไม่มีตัวไหนจีบอีปุยและนังแนงและแล้วกรรมก็ตามสนองอีปุยจนได้  วันหนึ่งครูพรรณานำขนุนไปให้ยายทุเรียนที่บ้าน ซึ่งอยู่หลังบ้านครูพรรณา  ยายทุเรียนเล่าแกมหัวเราะว่า

อาพรรณา กรรมตามสนองอีปุยเข้าให้แล้วละ  ถูกล่อมาซะขาเป๋ไปข้างเลยนอนหงอยอยู่นั่น

  แล้วมันโดนตัวไหนล่อเข้าให้ล่ะ  

จะตัวไหนล่ะก็บรรดาหนุ่มๆ ที่มาติดอีดำนั่นแหละ

      และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาอีปุยก็ไม่กล้าเดินผ่านถนนข้างบ้านครูพรรณาอีกเลย  อีปุยต้องย้ายไปเดินตามถนนข้างบ้านครูดวงหรือไม่ก็ต้องวิ่งไปตามขอบบ่อน้ำข้างบ้านครูพรรณาเรียกว่าเขตใครเขตมัน  หมาทุกตัวต่างรังเกียจอีปุย  พบเห็นเมื่อไรเป็นวิ่งรุมไล่เห่าไล่กัดแบบหมาหมู่  เพราะถ้าหมาเดี่ยวแล้วไม่มีตัวไหนสู้อีปุยได้เลย  พวกครูก็สังเกตเห็นว่าอีปุยเป็นเช่นนั้นแต่ถ้ามีพี่เริง นักการฯ  หรือครูดวง  ขับรถผ่านถนนหน้าบ้านครูพรรณาอีปุยจะวิ่งตามมาด้วยแต่ก็ไม่กล้าและก๋าเท่าไร

        ต่อมาวันหนึ่งครูพรรณาก็ได้ยินเสียงและเห็นไอ้ขาวจอมโหล่กัดกับอีปุยแบบไม่คาดคิด  เพียงแค่มันเห็นอีปุยเดินผ่านไอ้ขาวก็วิ่งช้าดเข้าใส่  งานนี้อีปุยเจอศึกหนักเพราะไอ้ขาวหันมาเข้าข้างอีดำทั้งสองเสียแล้ว  พี่เริงออกเสียงออกแรงไล่ไอ้ขาวไม่ให้กัดกับอีปุย   จากนั้นไม่กี่วันครูพรรณาก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ติดเครื่องพร้อมกับบิดเบิ้ลเครื่องให้เสียงดังอยู่กับที่พร้อมกับได้ยินเสียงหมากัดกัน  ออกไปดูปรากฏว่าอีปุยกับไอ้ขาวจอมโหล่ฟัดกันให้นัวเนียโดยมีพี่เริงนั่งบิดเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์อยู่ใกล้ๆ เมื่อปล่อยให้มันกัดกันได้สักพักก็ขับรถเลยไปอีปุยก็จะวิ่งตาม   พี่เริงทำเช่นนี้อยู่หลายสิบวันจนกระทั่งอีปุยกล้าที่จะเดินบนถนนใกล้บริเวณที่ไอ้ขาวจอมโหล่เป็นขาใหญ่เฝ้าอยู่   ต่อมาไม่นานวันพี่เริงก็ค่อยๆ ขยับให้อีปุยได้สู้กันกับอีดำทั้งสองที่หน้าบ้านของครูพรรณา  ในที่สุดอีปุยก็สามารถกลับมาครองความเป็นหนึ่งได้อีก  ทุกวันนี้อีปุยก็กล้าและทำก๋าออกมาเดินแถวหน้าบ้านครูพรรณา  และอีดำทั้งสองก็จะต้องระวังตัว  ถ้าอยู่ดำเดียวก็แหกปากเห่าดังๆ ให้พวกครูได้ยินจะได้หนวกหูและออกมาไล่  แต่ถ้ารวมเป็นสองดำเมื่อไรก็แหลกอีกแหละทั้งหมาและต้นไม้  และทุกๆ ครั้งนังแนงก็จะเข้ามาร่วมด้วยช่วยเจ้ปุยของมันถ้าครูดวงไม่อยู่

           เมื่อครูพรรณากลับไปบ้านแม่ที่สกลนครก็เล่าให้น้องอุษาฟังเรื่องให้กำลังใจหมาเพราะเห็นว่าน้องชอบเลี้ยงหมา  น้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ก็อีบราวนี่ กับอีกีวี่นี่ก็เหมือนกัน  ตอนเช้าปล่อยออกไปให้วิ่งเล่นมันวิ่งไปสุดซอยไปเจอหมาก้นซอยไล่กวดมันวิ่งหนีกันหางจุกตูดเลย  แต่พอมาเห็นหนูที่หน้าบ้านเท่านั้นแหละมันเบรคพรืดและกลับหลังหันสู้ทันที  ส่วนไอ้ตัวที่วิ่งไล่กวดก็กลับหลังหันจู๊ดกลับทางเก่า

         สรุปว่ามีเทรนเนอร์ดี ให้น้ำดีๆ หมามีสิทธิ์เป็นเจ้าสังวียน