การดำรงชีวิตให้ประสบความสำเร็จตามแนวทางการปฏิบัติตนของท่าน ผู้ว่าฯ ขอนเก่น "ปานชัย บวรรัตนปราณ"
วันสงกรานต์ที่สัญญาว่าจะพาแม่ไปบ้านยาย...(http://gotoknow.org/blog/learn2512/255037)
ต้องเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ด้วยเหตุผลของการรวมญาติ วันนี้จึงมีโอกาสได้ทำหน้าที่แม่สีเรือน(ไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ ...สี...จริง ๆ ค่ะ ประมาณเดียวกับโฆษณา สีทนได้ประมาณนั้นค่ะ)
การเก็บบ้านในวันนี้ต้องรื้อ ทิ้ง จัดเข้าที่ในสิ่งที่รกรุงรังมานานพอดู ทำให้พบหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง ที่หน้าปกเป็นภาพวัด และมีภาพท่านผู้ว่าฯขอนแก่น นายปานชัย บวรรัตนปราณ (เมื่อปี 2549)

ขอบคุณภาพจาก www.raimai.go.th
เมื่ออ่านดูแล้วได้ข้อคิดดี ๆ จึงอยากจะนำมาฝากมวลมิตรใน Go to know
ท่านเล่าว่า เป็นการนำหลักการแนวทางในการดำเินินงานและดำเนินชีวิตที่ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในชีวิตราชการ ชีวิตครอบครัว และได้ทดลอง ทดสอบ ปฏิบัติต่อเนื่องและได้รับผลสำเร็จในชีวิตราชการ การดำรงชีวิตครอบครัว
แม้ในเล่มจะระบุว่า... คนขอนแก่นต้องมีแก่นชีวิต ...จึงอยากจะขออนุญาตเพิ่มเป็น...คนทุกคนต้องมีแก่นชีวิต...นะคะท่าน
เสาเข็มชีวิต ทั้ง 8 ต้น ประกอบด้วย
ส่วนที่หนึ่ง มี 4 ต้น ปฏิบัติได้ง่าย มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน ได้แก่
ต้นที่ 1 รักษ์ความสะอาด
ความสะอาด มี 3 ส่วน คือ
1.ตน(ร่างกาย) ต้องให้สะอาดเรียบร้อย ดูดี เหมาะสมกับกาลเทศะ สถานที่ โอกาส เรียบง่าย ดูดี ประณีต เนียนตา
2. ความเป็นอยู่ บ้านเรือนสะอาด ร่มรื่น ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เครื่องนุ่งห่ม
3.การกิน ต้องกินสะอาด(สุก) กินเป็น กินถูกสุขลักษณะ อาหารที่อายุสั้นกินแล้วจะอายุยืน อาหารที่อายุยืนกินแล้วจะอายุสั้น
ต้นที่ 2 ไม่ขาดออกกำลังกาย โดยยึดหลัก 5 อ.คือ ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ อนามัยสิ่งแวดล้อม และอโรคยา(ท่านกำหนดว่า ต้องวิ่งได้ปีละ 600 ก.ม.)
ต้นที่ 3 ขวนขวายหาความรู้
ความรู้ คือ ประทีปส่องนำชีวิต คนที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวทัน ก้าวล้ำไปในสังคมได้ ต้องเป็นคนที่ขวนขวายหาความรู้ให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ
ต้นที่ 4 สู้กับชีวิต หนึ่งคำพูดที่กินใจมาก ๆ ค่ะ
"การใช้ชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกทางเดินของชีวิตเราเองได้โดยอิสระ" คำพังเพยที่ต้องนำมาเตือนใจคือ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หากผิดหวัง จึงนำข้อคิด องุ่นเปรี้ยว มาใช้ เพื่อหาหนทางสู่ชัยชนะ
ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานไว้ "เหล็กแท่งธรรมดาจะมีคุณค่ามากนั้น ก็ต้องนำมาเผาไฟและทุบอีก ขึ้นเป็นรูปของใช้ก็จะมีค่ามากขึ้น คนเราก็เช่นกันต้องพบกับอุปสรรคดั่งถูกเผาและทุบ จึงจะแกร่ง และมีคุณค่า เพราะฉะนั้น จงท้อแท้ แต่อย่าท้อถอยจะประสบความสำเร็จ"
ส่วนที่สอง มี 4 ต้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ และ มีความซับซ้อนในการปฏิบัติ ต้องสร้างสมให้เกิด ปฏิบัติเป็นนิจต่อเนื่อง ได้แก่
ต้นที่ 5 พิชิตอบายมุข
การพิชิตอบายมุข คือ การเอาชนะใจตนเอง อบายมุข 6 ได้แก่ ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการทำงาน ประมาณว่า ไม่ใช่ไม่ให้ข้องเกี่ยวเลย แต่อยู่ในหลักการ ประมาณตน คือ ถ้าข้องแวะแล้ว "เราไม่เดือดร้อน ผู้อื่นไม่เดือดร้อน และข้องแวะแล้วมีความสุขใจ" ก็ถือว่าทำได้
ต้นที่ 6 สุขกับความพอดี ในสภาวะ ที่สังคมเปลี่ยนไป อย่ามุ่งหวังหรือทำสิ่งใดเกินกำลังสติปัญญา เราจะพบซึ่งความสุข
ต้นที่ 7 เปรมปรีดิ์ประชาธิปไตย ยอมรับความคิดเห็น เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันโดยมีกฎ กติกา และมีวินัย
ต้นที่ 8 สร้างวินัยให้กับตนเอง เป็นเสาเข็มต้นที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการปฏิบัติงาน วินัยในการรักษาเวลา วินัยในการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับครอบครัว วินัยในการปฏิบัติตนทั้งต่อครอบครัวและที่ทำงาน และยังหมายถึง การรู้จักเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีจิตเมตตา รับผิดชอบร่วมกัน
ที่มา ;
ปานชัย บวรรัตนปราณ. เสาเข็มชีวิต 8 ต้น. ขอนแก่น :
โรงพิมพ์ศิริภัณฑ์, 2549.

แวะมาเยี่ยมชมทักทาย
ขอบคุณครับ สำหรับความรู้
ชอบหมดเกือบทุกข้อเลยครับ
ขอบคุณเสาเข็มทุกต้นนะคะ..เยี่ยมมากน้องรัก
เจริญพร โยมครูพยอม
ข้อที่ว่าพิชิตอบายมุขนั้น อาตมาเห็นไม่ค่อยใครต้องการจะ
พิชิตมันเท่าไร เพราะถึงอย่างไรคนที่เป็นทาสมันแล้ว
ยากนักที่จะถอนตัวออกมาได้อย่างเด็ดขาด
เจริญพร
ต้นที่ 7 เปรมปรีดิ์ประชาธิปไตย ยอมรับความคิดเห็น เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันโดยมีกฎ กติกา และมีวินัย
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณพี่พยอม
อ่านไปอ่านมาก็มาจบที่น้องสาวคนเก่งค่ะ
มาเก็บเอาแก่นชีวิตจากพี่ครูพยอมค่ะ
น้องกุ้งเองนะคะ วันนี้นอกจากมารับเอาแก่นชีวิตแล้ว
ยังจะมาชวนพี่พยอมไปออกเทปค่ะ เป็นเป็นหมอลำคู่เอกงัยคะ
ไปบ่เอื้อย...วันนี้อยู่เวรค่ะ เวรดึก เปล่านอนดึกนะคะ
เสาต้นที่ 6 7 และ 8
ของไทยดูท่าจะโอนเอนแล้วค่ะ
สิ่งที่ผ่านเลยไป ให้พ้อใหม่สิ่งดี ๆ เด้ออ้าย