ได้อ่านข้อเสนอความคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในบางประเด็น ของ
ดร.อาทร จันทวิมล อดีตผูบริหารระดับสูงของกรมอาชีวศึกษา และอีกหลายๆกรม ... แล้วโดนใจ เลยนำมาแบ่งปันกันในโอกาสวันสงกรานต์ โดยท่านบอกตอนหนึ่งว่า
1. เริ่มต้นด้วยการวางแผนกำลังคน โดยนักวางแผนมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในตลาดแรงงาน ที่ไม่ใช่นักการศึกษาแท้ๆ วิเคราะห์ล่วงหน้าว่า อีก 3-20 ปีข้างหน้า จะวางแผนให้คนไทยราว 70 ล้านคนนั้นทำอะไร ขณะนี้มีคนประเภทไหนอยู่เท่าใด ขาดแคลนคนประเภทอะไร จำนวนเท่าใด มีคนระดับไหนที่จะมากเกินต้องการ ทั้งนี้ควรมีแผนรุกด้านตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศด้วย...
2.วิเคราะห์ความต้องการของแต่ละอาชีพ ว่าแต่ละอาชีพต้องการคนกี่ระดับ แต่ละระดับมีปริมาณอัตราส่วนเท่าใด เช่น วิศวกร 1 คน ต่อช่างเทคนิค 10 คน ต่อช่างฝีมือ 50 คน ผู้ช่วยช่าง 200 คน และผู้ใช้แรงงาน 500 คน หรือ แพทย์ 1 คน ต่อพยาบาล 10 คน ผู้ช่วยพยาบาล 50 คน และเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์สาธารณสุข 200 คน เป็นต้น
ต่อจากนั้นจึงวิเคราะห์ต่อในแต่ละระดับ เช่น ผู้ช่วยช่าง ผู้ช่วยพยาบาล ต้องการความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เพียงใด แค่ไหน และมีประสบการณ์อย่างไร...
3.เปรียบเทียบความต้องการอาชีพกับหลักสูตรการศึกษาปัจจุบัน หลักสูตร ตำรา และวิธีการศึกษาของไทยในปัจจุบัน ก็จะพบความจริงว่า มีสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของอาชีพจำนวนมาก บางอย่างไม่ได้สอน บางอย่างมีมากเกินไปและบางอย่างก็ล้าสมัยแล้ว
การนำเอาผู้มีคุณวุฒิสูงด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มากำหนดหลักสูตร ออกข้อสอบ A-Net, O-Net กำหนดมาตรฐานวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ฯลฯ และการใช้อาจารย์ที่จบปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ขาดประสบการณ์ทำงานอาชีพ มาออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้เด็กไทยระดับมัธยมทุกคนต้องเรียนวิชาชั้นสูงมาก โดยบางอย่างไม่จำเป็นในการประกอบอาชีพ หรือมีสิ่งอื่นที่จำเป็นมากกว่าแต่เรียนไม่พอ...
4.ปรับปริมาณและคุณภาพการศึกษาให้ทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ควรจะยกเลิกนโยบาย "ใครอยากเรียนอะไรก็ต้องได้เรียน" และ "จัดการศึกษาตามความพร้อมของสถานศึกษา" แต่เปลี่ยนเป็น "จัดการศึกษาตามความต้องการของประเทศไทยในอนาคต"...
ฯลฯ
นี่เป็นเพียงข้อเสนอส่วนหนึ่งเท่านั้น ดร.อาทร ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีก ถ้าสนใจก็ติดตามหาอ่านเอง...
ผมติดใจตั้งแต่ประโยคแรกว่า "...วางแผนกำลังคน โดยนักวางแผนมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในตลาดแรงงาน ที่ไม่ใช่นักการศึกษาแท้ๆ..." ไม่ใช่อยู่ในวังวนของนักการศึกษาที่มีอิทธิพลในปัจจุบัน ยังกับจะผูกขาดว่า "กระทรวงฯข้าใครอย่าแตะ"...
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การบีบคั้นเด็กไทย ให้ต้องเรียนต้องสอบในสิ่งที่ไม่จำเป็นและเกิดประโยชน์กับการประกอบอาชีพ แต่สิ่งที่จำเป็นกว่ากลับได้เรียนไม่พอ ...เพราะขาดการวิเคราะห์จากคนมืออาชีพจริงๆนี่เอง
เมื่อวิเคราะห์แล้ว ก็คงต้องมียุทธศาสตร์ในการผลิต พัฒนาครูให้ได้ครู-อาจารย์มืออาชีพด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ดร.ดิเรก พรสีมา ก็มีข้อเสนอที่เฉียบคมเช่นกันครับ...
ปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไรดี?
ควรจะยกเลิกนโยบาย "ใครอยากเรียนอะไรก็ต้องได้เรียน" และ "จัดการศึกษาตามความพร้อมของสถานศึกษา" แต่เปลี่ยนเป็น "จัดการศึกษาตามความต้องการของประเทศไทยในอนาคต"...
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นันท์ · 12 เม.ย. 2552
goody krub · 12 เม.ย. 2552
มรรคา · 12 เม.ย. 2552
มรรคา · 12 เม.ย. 2552
รัชนี สุวรรณเกษร · 12 เม.ย. 2552
krutoiting · 12 เม.ย. 2552
goody krub · 12 เม.ย. 2552
แล้วทุกวันนี้ มีการจัดการดังที่กล่าวรึเปล่าครับ
หวัดดีค่ะ
หนูก้อได้อ่านงานเขียนของ ดร.อาทร จันทวิมล เหมือนกันคะ ในเดลินิวส์ฉบับวันที่ 14 เมษายน 2552 อ่านแล้วโดนใจมากกกเหมือนกันคะ แต่หนูอยากได้ครูมืออาชีพ
ทีมีคุนธรรมและ จริยธรรม คะ ไม่ใช่เหมือนอย่างทุกวันนี้ มีแต่พวกครูหวังจะรวยๆคะ
ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความเห็นมา ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับ ดร.อาทร ผมเองก็ได้แลกเปลี่ยน เสนอแนะท่านเพิ่มเติมในอีเมลที่ท่านติดต่อมาด้วย ถ้ามีข้อคิดจะเพิ่มเติมเรื่องนี้ก็ติดต่อคุยกับท่าน เพื่อประโยชน์ในวงการศึกษาครับ [email protected]